ลุยเที่ยวประเทศจีน ได้ทั้งปี ไม่มีเบื่อ

อย่างที่ทราบกันดีว่า ประเทศจีนมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ทำให้จีนมีความหลากหลายทั้งด้านภูมิศาสตร์, ประชากรศาสตร์, วัฒนธรรมประเพณี ฯลฯ และยังถือเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน นับสองพันปี จึงไม่แปลกใจเลย ที่มีนักท่องเที่ยวต่างให้ความสนใจ อยากมาเที่ยวประเทศจีนเป็นจำนวนมาก

วันนี้ Allianz Travel อยากจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับประเทศจีนมากขึ้น ว่าในแต่ละพื้นที่ มีสถานที่ท่องเที่ยวไหนบ้าง ที่น่าสนใจและมีธรรมชาติสวยงามรวมอยู่ด้วย ไปดูกันเลยค่ะ

1. เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์

เป็นเขตการปกครอง ที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ลักษณะทางภูมิศาสตร์ทั่วไป จะมีพื้นที่เป็นแอ่งกระทะสลับกับเทือกเขาสูง นอกจากนี้ยังมีบางพื้นที่ที่เป็นทะเลทรายอีกด้วย ด้วยความหลากหลายทางด้านภูมิศาสตร์ ทำให้ซินเจียงอุยกูร์มีแร่ธาตุธรมชาติหลากหลายชนิด เป็นที่น่าสนใจของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้ในปัจจุบัน เขตการปกครองนี้ มีการพัฒนาพื้นที่ความเจริญออกไปอย่างกว้างขวาง เรียกได้ว่า ถ้าใครสนใจอยากจะมาเยือน ที่นี่มีสนามบินเป็นของตนเองและมีการขนส่งสาธารณะที่สะดวกสบายไว้คอยบริการด้วยค่ะ

เมื่อพูดถึง สถานที่ท่องเที่ยวของเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ พลาดไม่ได้กับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ (Ecotourism) ที่ไม่เพียงแต่จะได้รับชมธรรมชาติ แต่คุณจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น แบบมองโกลและธิเบตอีกด้วย สำหรับสถานที่เที่ยวยอดนิยมในแถบนี้ ได้แก่ ทะเลสาบไซ่หลี่มู่, อุทยานคานาสือ, ทะเลทรายทากลามากัน (Taklamakan Desert) ฯลฯ

2. เฉิงตู, มณฑลเสฉวน

เมืองเฉิงตู เป็นนครกึ่งมณฑล แต่ก็ถือเป็นเมืองเอกของมณฑลเสฉวน เป็นแหล่งกำเนิดอาหารขึ้นชื่อมากมายของจีน ซึ่งก็คือ หม้อไฟแบบเผ็ดร้อน ที่เน้นใส่พริกเสฉวนจนพูนเต็มหม้อ นอกจากอาหารที่ขึ้นชื่อแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวในเมือง เช่น จัตุรัสเทียนฟู่ ที่มีทั้งห้างสรรพสินค้า พิพิธภัณฑ์, ถนนควานจ๋ายเซี่ยงจื่อ, ศูนย์อนุรักษ์แพนด้ายักษ์ ฯลฯ ให้ทุกท่านได้ชมความเจริญและแสงสีของเมือง พร้อมด้วยการเดินทางที่สะดวกสบาย โดยใช้รถไฟฟ้า

นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวให้ท่านชื่นชมธรรมชาติ วัฒนธรรม และศาสนา ในเมืองนี้อีกด้วย ได้แก่ ถนนโบราณจิ๋นหลี, ภูเขาชิงเฉิง, ถนนชุนซีลู่, พระใหญ่เล่อซาน ฯลฯ แต่ไฮไลท์สำคัญของสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ คือ อุทยานจิ่วจ้ายโถว เป็นอุทยานที่มีความสวยงามให้ชมตลอดทั้งปี โดยเฉพาะฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เราจะเห็นสีของใบไม้เหลือง-ส้ม-แดง ตัดกับสีของน้ำในทะเลสาบที่มีสีฟ้าอมเขียว ใครที่สนใจอาจจะต้องศึกษาวิธีการเดินทางเล็กน้อย เพราะสถานที่นี้จะค่อนข้างไกลจากเมืองค่ะ

3. จางเจียเจี้ย, มณฑลหูหนาน

เมืองนี้เป็นอีกเมืองประวัติศาสตร์ของจีน ที่มีความเป็นมายาวนานกว่า 3,000 ปี มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองหลายต่อหลายครั้ง ตั้งแต่ยุคราชวงศ์ฉิน เป็นต้นมา ซึ่งเราสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์เหล่านี้ได้ ที่พิพิธภัณฑ์หม่าหวังตุ้ย เมืองฉางชา เป็นที่รวบรวมการขุดค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ต่างๆ ไว้มากมาย

นอกจากนี้แล้ว ยังมีอุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย ที่ได้รับการรองรับจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ โดยมีลักษณะเป็นภูเขาหินสูงที่มีความลดหลั่นกันไปเป็นหน้าผาหิน ซึ่งอุทยานแห่งนี้ก็เป็นแรงบันดาลใจให้กับภาพยนตร์เรื่อง Avatar ที่เรารู้จักกันดีด้วยค่ะ สำหรับกิจกรรมเที่ยวชมธรรมชาติก็มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ทั้งการขึ้นกระเช้าชมวิว, การเดินบนระเบียงเท้าแบบแก้ว ลัดเลาะไปตามหน้าผาหิน ฯลฯ ใครที่ไม่กลัวความสูง แนะนำให้ชมวิวจากด้านบนนะคะ รับรองว่าคุณจะได้สัมผัสประสบการณ์ดี ๆ และทิวทัศน์ระดับล้านแน่นอน

4. หางโจว, มณฑลเจ้อเจียง

เป็นเมืองที่อากาศดีตลอดทั้งปี เป็นเมืองที่ผสมผสานทั้งความเจริญ, ธรรมชาติ, และวัฒนธรรมเก่าแก่ได้อย่างลงตัว คุณสามารถเดินช้อปปิ้งในย่านการค้าชื่อดัง อย่างเช่น Yan’an, Jiefang และ Hubin Road ได้เลย เพราะมีสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังจากทั่วโลกมากมาย หรือ Hangzhou Grand Theatre ที่รวบรวมการแสดงศิลปะหลายแขนงไว้ด้วยกัน หรือจะเดินเล่นที่ถนนวัฒนธรรมเหอฟางเจีย ที่เป็นย่านเมืองเก่าของหางโจวก็ได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ในเมืองหางโจวยังมีสวนพฤกศาสตร์ใจกลางเมือง ให้ประชาชนได้ออกมาสูดอากาศสดชื่นให้ชุ่มปอดกันเลยทีเดียว สำหรับช่วงฤดูใบไม้ผลิ จะเป็นช่วงที่ดอกไม้นานาพันธุ์เบ่งบานมากที่สุด ใครที่ชื่นชอบแบบนี้ก็แวะมาเยี่ยมชมได้เลยค่ะ

5. กุยหลิน, เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง

เป็นเมืองในฝัน ที่ใครหลายคนอยากจะไปเยือนสักครั้ง เพราะด้วยสภาพภูมิศาสตร์ที่สวยงาม มีทั้งภูเขา, แม่น้ำ, ถ้ำหิน, และชุมชนริมแม่น้ำ และยังเป็นพื้นที่ที่มีสภาพอากาศเย็น น่าท่องเที่ยวตลอดทั้งปี อุณหภูมิกำลังเย็นสบายประมาณ 16-23 องศาเซลเซียส

จากภูมิศาสตร์ที่เป็นจุดเด่นของเมืองกุยหลิน กิจกรรมการท่องเที่ยวส่วนใหญ่ จึงเกี่ยวกับธรรมชาติ เช่น การล่องเรือบนแม่น้ำหลีเจียง (กุ้ยหลิน-หยางซั่ว) เป็นไฮไลท์สำคัญของที่นี่ เพราะเราจะได้สัมผัสกับธรรมชาติตลอดแม่น้ำสายนี้ รวมถึงได้เห็นวิถีชีวิตท้องถิ่นของคนในชุมชนด้วย นอกจากนี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่ออื่นๆ อีก เช่น ถ้ำขลุ่ยอ้อ, เขางวงช้า, เขาเหยาซาน, เขาหลงเซิ่น, เจดีย์เงิน-เจดีย์ทอง เป็นต้น

6. แชงกรีลา, มณฑลยูนนาน

อีกหนึ่งเมือง ที่พื้นที่ถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขาสูงขนาดใหญ่จำนวนมาก และสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ไม่ใช่แค่เมืองแชงกรีลา ยังมีอีกหลาย ๆ เมืองที่เราต้องเยือนสักครั้ง เช่น ต้าลี่, คุนหมิง, ลี่เจียง, เขตการปกครองตนเองสิบสองปันนา เป็นต้น

เมื่อพูดถึงเมืองแชงกรีลา หลายคนอาจจะยังนึกภาพไม่ออก ว่าทำไมเราต้องมาเยือนสถานที่แห่งนี้ ต้องบอกก่อนเลยว่า แชงกรีลาได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมมาจากชาวทิเบต เพราะฉะนั้นวัฒนธรรมต่าง ๆ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ และสถานที่ท่องเที่ยวจึงเกี่ยวข้องกับศาสนาเป็นส่วนมาก ไฮไลท์ของแชงกรีลาได้แก่ ภูเขาหิมะสือข่า (Shika Snow Mountain) เป็นภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวธิเบตให้ความเคารพนับถือ ซึ่งเราจะต้องนั่งกระเช้าขึ้นไป ทำให้เราได้เห็นวิวทิวทัศน์ภูเขาหิมะรอบ ๆ อีกด้วย และ วัดซงจ้านหลิน (Songzanlin) เป็นวัดเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 18 เป็นวัดที่มีความสวยงามทั้งสถาปัตยกรรมทิเบต และขนาดของวัดที่มีความใหญ่โต ไม่เพียงแต่เราจะได้ซึมซับความสวยงามของวัด เรายังได้สัมผัสถึงขนบธรรมเนียม และศาสนาพุทธนิกายลามะอีกด้วย บริเวณโดยรอบวัดก็มีทะเลสาบลาหมู่ยางชั่ว เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ทางหน้าวัดอีกแห่งหนึ่งค่ะ

นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวทั้ง 2 แห่งนี้แล้ว ในแชงกรีลายังมีที่อื่น ๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ วัดกุยชาน, เมืองเก่าตู๋เค่อจง, ทุ่งกุหลาบพันปี, อุทยานแห่งชาติปู่ต๋าซั่ว ฯลฯ

สำหรับใครที่สนใจเที่ยวประเทศจีน วางแผนกันเลยตั้งแต่ตอนนี้ พร้อมกับซื้อประกันภัยการเดินทางของ Allianz Travel ให้คุณเที่ยวอย่างสนุก ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาอุบัติเหตุ, ค่ารักษาพยาบาล, สัมภาระหาย ฯลฯ เราพร้อมดูแลคุณตลอด 24 ชม. ค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก
Top 6 Places to Visit in June in China

Comments