Applications for travel aboard

เที่ยวที่ไหนก็รอด! 8 แอปฯ แนะนำ สำหรับทริปต่างประเทศ

การจัดทริปเที่ยวต่างประเทศเอง ไม่ว่าจะเที่ยวแบบ backpack, เที่ยวเป็นคู่, เที่ยวยกแก๊งเพื่อน หรือเที่ยวกับครอบครัว ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีที่จะช่วยให้การเดินทางท่องเที่ยวของเราสะดวกสบายมากขึ้น Allianz Travel ขอแนะนำ 8 แอปพลิเคชันสำหรับทริปเที่ยวต่างประเทศ ที่ใช้งานง่าย สะดวกทั้งระบบ iOS และ Android ทำให้คุณอุ่นใจไร้กังวลตลอดการเดินทางเลยค่ะ

1. MAP.ME

เป็นแอปพลิเคชันแผนที่แบบ offline พูดง่ายๆ คือ เราสามารถใช้งานแอปฯ นี้ดูแผนที่ได้แบบไม่ต้องพึ่งพาเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเลย Map.me จะช่วยให้เราวางแผนการเดินทางเพื่อไม่ให้พลาดสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจรอบๆ พื้นที่ได้ ด้วยการรวบรวมข้อมูลของหลายประเทศทั่วโลก เราสามารถใช้งานแอปฯ นี้ ในประเทศไหนก็ได้ ข้อมูต่างๆ มีการอัพเดทตลอดเวลา ไม่ต้องกลัวเลยว่า จะตกเทรนด์หรือประสบปัญหาการหลงทางเลยค่ะ ยิ่งกว่านั้น Map.me มีตัวช่วยในการค้นหาโรงแรม, ร้านอาหารและคาเฟ่, การขนส่งสาธารณะ ฯลฯ อีกด้วย

2. SPLITWISE

หากคุณเคยประสบปัญหาเรื่องการจัดการบิล หรือค่าใช้จ่ายเวลาไปเที่ยว แอปพลิเคชัน Splitwise ถือว่าตอบโจทย์ และช่วยแก้ไขความยุ่งยากนี้ได้แน่นอน การใช้งานแอปฯ ก็แสนง่าย ไม่ซับซ้อน เราสามารถบันทึก, จัดหมวดหมู่, แบ่งสัดส่วนค่าใช้จ่ายได้อย่างอิสระ สำหรับใครที่มีหลายทริป เที่ยวกับเพื่อนหลายกลุ่ม เราก็สามารถตั้งกลุ่มเฉพาะทริปหรือกิจกรรมนั้นๆ ได้ สามารถดาวน์โหลด๊เป็นไฟล์ .csv ได้ด้วย พร้อมมีสกุลเงินที่รองรับมากกว่า 100 ประเทศ ก่อนไปเที่ยวจริง เราโหลดแอปฯ นี้ไปทดลองใช้กับปาร์ตี้เล็กๆ ของเรากับแก๊็งเพื่อนได้นะคะ

3. XE-CURRENCY

แอปพลิเคชันสำหรับการจัดการเงินระหว่างประเทศ ที่ทั้งสามารถทำได้ในขั้นตอนเดียว ไม่ว่าจะเป็นการตรวจอัตราสกุลเงินกลางของตลาด, การแปลงสกุลเงินเพื่อโอนเงินไปต่างประเทศ พร้อมตรวจสอบสถานะการโอนเงินได้เลยทันทีในแอปฯ นี้ ไม่ต้องลำบากเช็กที่ธนาคาร นอกจากนี้ แอปฯ XE-Currency สามารถใช้งานได้แบบออฟไลน์ไม่ต้องใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตนะคะ

4. ITRANSLATE

เวลาไปเที่ยวต่างประเทศ เราอาจจะพบเจอปัญหาเรื่องการสื่อสาร การอ่านป้ายในภาษาที่เราไม่คุ้นเคย ดังนั้น iTranslate จึงเป็นแอปฯ แปลภาษาที่ตอบโจทย์อย่างมาก เพราะใช้งานง่าย ไม่ต้องใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตหรือโรมมิ่งใดๆ และมีภาษารองรับมากกว่า 100 ภาษาทั่วโลก โดยเราสามารถพิมพ์ประโยคสนทนา หรือจะใช้คำสั่งเสียงแทนการพิมพ์ก็ได้ นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชันเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ Pro features อีกด้วย เช่น ใช้กล้องถ่ายภาพสแกนป้าย, แปลบทสนทนาแบบเสียง-ต่อ-เสียงได้แบบทันที, การผันรูปประโยคตามการสนทนา ฯลฯ

5. SKYSCANNER

แอปพลิเคชันสำหรับทริปต่างประเทศ ที่ครบครันตั้งแต่การค้นหาสถานที่ท่องเที่ยว, ที่พัก/โรงแรม, จองเครื่องบิน, เช่ารถ ฯลฯ ให้เราวางแผนการท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น ในราคาที่ดีที่สุด พร้อมกับโปรโมชั่นที่พักที่ดีที่สุดให้ผู้ใช้งานอย่างเรา ที่สำคัญคือ ไม่บวกค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมด้วย ใครที่มองหาตัวช่วยในการวางแผนเดินทาง แบบแอปฯ เดียวจบ แนะนำให้ดาวน์โหลด Skyscanner ติดโทรศัพท์ไว้เลยนะคะ

6. MOMONDO

แอป Momondo เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คล้ายกับแอป Skyscanner จุดเด่นของแอปพลิเคชันนี้คือ การค้นหาและเปรียบเทียบราคาที่พัก/ตั๋วเครื่องบินที่รวดเร็ว ใช้งานง่าย หน้าตาแอปฯ สวยงามและฟรี เหมาะสำหรับการวางแผนทริปท่องเที่ยวที่มีงบประมาณจำกัด เราสามารถตั้งค่าตัวเลือกการค้นหาที่โดนใจเรา และยังสามารถบันทึกหรือเชื่อมต่อประวัติการค้นหาของเราเก็บไว้ในโทรศัพท์หรืออุปกรณ์อื่นได้อีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งแอปฯ ที่คำนึงถึงผู้ใช้งานอย่างมากเลยค่ะ

7. POCKET

เชื่อว่าหลายคนที่จัดทริปไปต่างประเทศ คงต้องมีการวางแผนก่อนเดินทางเสมอ โดยเฉพาะการหาบทความรีวิวจากเว็บไซต์, วิดีโอ, ข่าวสารหรือโซเชียลมีเดียต่างๆ มากมายจนจำไม่ได้ว่าเก็บไว้ที่ไหนบ้าง แอปพลิเคชัน POCKET จะเข้ามาช่วยเราเข้าถึงและจัดเก็บเว็บไซต์, บทความ, โพสต์ที่เราสนใจจากโซเชียลมีเดียเอาไว้ในแอปฯ เดียว และสามารถเอาออกมาอ่านได้ในภายหลังแบบออฟไลน์ ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ในที่ที่ไม่มีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็ตาม รับรองว่าสะดวกและประหยัดเวลามากขึ้นด้วยค่ะ

8. ROME2RIO

Rome2rio เป็นแอปพลิเคชันที่เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบการเดินทางเองด้วยขนส่งสาธารณะตอนไปเที่ยวต่างประเทศ ที่รวมตัวเลือกหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเที่ยวบิน, รถไฟ, รถบัส, เรือเฟอร์รี่ และรถเช่า เป็นต้น เราสามารถวางแผนการเดินทางในแต่ละวันผ่านแอปฯ นี้ได้เลย รวมถึงการเช็กตารางรถสาธารณะได้แบบ real-time และใช้ได้มากกว่า 160 ประเทศทั่วโลก

เป็นอย่างไรบ้างคะ? กับ 8 แอปพลิเคชันที่เรานำมาฝากกัน อย่าลืมโหลดไว้ในโทรศัพท์มือถือก่อนเดินทางนะคะ และเพื่อให้อุ่นใจกับทริปท่องเที่ยวต่างประเทศของคุณยิ่งขึ้น มาเลือกซื้อประกันการเดินทางจาก Allianz Travel ที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ทั่วโลก

ขอบคุณข้อมูลจาก
The 10 Best Travel Apps for 2021
15 Essential Travel Apps for backpackers

ขอบคุณรูปภาพจาก
Google Play

Travel to Natural Farms Coast Near New York

สายท่องเที่ยวธรรมชาติ ห้ามพลาด! กับ 11 ฟาร์ม ริมชายฝั่งทะเล ใกล้นิวยอร์ก

1. AMBER WAVES FARM, AMAGANSETT, NEW YORK

Amber Farm ตั้งอยู่ไม่ไกลจากถนนสายหลักใน Amagansett และ East Hampton ด้วยพื้นที่ฟาร์มขนาดกว่า 63 ไร่ ทำให้ฟาร์มแห่งนี้เต็มไปด้วยพืชผัก สมุนไพรและไม้ดอกกว่า 300 ชนิด นอกจากนี้แล้ว ยังเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เกษตรกรรม ที่ร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานและชุมชนอย่างสร้างสรรค์ พร้อมด้วยกิจกรรม Workshop มากมาย ที่เหมาะกับทุกช่วงวัยให้ได้ร่วมสนุกกัน

cr. https://www.amberwavesfarm.org/the-farm

2. BARTLETT’S FARM, NANTUCKET, MASSACHUSETTS

ฟาร์มแห่งนี้เก่าแก่และใหญ่ที่สุดบนเกาะ Nantucket เป็นฟาร์มที่เน้นการทำเกษตรอินทรีย์ มีเรือนกระจกสำหรับปลูกดอกไม้, พืชผัก, และสมุนไพรออแกนิกกว่า 40 โรงเรือน นอกจากนี้แล้ว ยังมีส่วนของตลาดสินค้า ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์จากฟาร์มและพื้นที่ชุมชนโดยรอบ มาให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อกัน สำหรับในปี 2021 นี้ ทางฟาร์มเองก็มีการเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง ในเดือนมกราคมค่ะ

cr. https://bartlettsfarm.com/

3. SOLEBURY ORCHARDS, NEW HOPE, PENNSYLVANIA

สวนผลไม้ขนาดใหญ่ของ New Hope ด้วยขนาดพื้นที่กว่า 200 ไร่ อัดแน่นไปด้วยแอปเปิ้ล, พีช, บลูเบอร์รี่ และผลไม้อีกหลากหลายชนิด สวนผลไม้ Solebury Orchards ขึ้นชื่อในเรื่องผลผลิตที่มีคุณภาพเป็นอย่างมาก และยังมีวิวทิวทัศน์โดยรอบที่สวยงาม น่าไปเที่ยว ทำให้สถานที่แห่งนี้เองเป็นที่ดึงดูดให้ผู้คน และนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวชมที่นี่ อย่างไม่ขาดสาย หากเราวางแผนล่วงหน้ามาในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว ก็จะเห็นภาพการทำงานของเกษตรกรที่นี่อีกด้วยค่ะ พร้อมกับได้ผลไม้และของฝาก ติดไม้ติดมือไปอย่างแน่นอน

cr. https://www.soleburyorchards.com/

4. STONE BARNS CENTER, TARRYTOWN, NEW YORK

ที่มาของภาพ : https://www.nycfoodpolicy.org/stone-barns-center-food-agriculture-transforming-way-america-eats-farms/

เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างร้านอาหาร Stone Barns Center และฟาร์ม Blue Hills และเพื่อการพัฒนาคุณภาพอาหารอย่างยั่งยืน ที่ฟาร์มแห่งนี้ไม่มีการใช้ยาฆ่าแมลงและสารเคมีใดๆ ในการทำเกษตรเลย นอกจากนี้ ยังมีการจัดโครงการอาสาสมัครมากมาย ให้ได้มีส่วนร่วมในฟาร์มแห่งนี้ด้วย ใครที่อยากมาเรียนรู้หรือเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ สามารถสมัครผ่านออนไลน์บนเว็บไซต์ของฟาร์ม Stone Barns Center ได้เลยค่ะ

cr. https://www.stonebarnscenter.org/

5. RONNYBROOK FARM, ANCRAMDALE, NEW YORK

ที่มาของภาพ : https://www.nycfoodpolicy.org/stone-barns-center-food-agriculture-transforming-way-america-eats-farms/

ฟาร์มแห่งนี้ เป็นฟาร์มโคนมที่ถูกดำเนินกิจการมาเป็นรุ่นที่ 3 แล้วใน Hudson Valley, Ancramdale เพราะความใส่ใจในเรื่องคุณภาพ ตั้งแต่การเลี้ยงวัว ไปจนถึงการจัดจำหน่ายสินค้าโคนมต่างๆ สินค้าและผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อฟาร์มแห่งนี้ก็เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่ง นอกจากนี้ ทางฟาร์มเองก็เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยว และผู้ที่สนใจเข้าชมกิจกรรมภายในฟาร์มด้วย

cr. http://www.ronnybrook.com/

6. SILVERMAN’S, EASTOU, CONNECTICUT

อีกหนึ่งฟาร์มเก่าแก่ใกล้ๆ นิวยอร์ก สำหรับ Silverman’s ฟาร์มแห่งนี้มีอายุมากกว่า 100 ปีแล้ว ซึ่งเราสามารถไล่เรียงดูไทม์ไลน์ที่น่าสนใจผ่านทางเว็บไซต์ได้ของฟาร์มเลยค่ะ เป็นฟาร์มที่มีผักและผลไม้ เช่น แอปเปิ้ล, พีช, และเบอร์รี่ต่างๆ จำนวนมาก ไม่เพียงเท่านี้ ทางฟาร์มยังมีโซนเลี้ยงสัตว์ ให้นักท่องเที่ยวและผู้เข้าชมได้สนุกกับการให้อาหารอัลปาก้า, แกะ, แพะ, และกวางด้วย หรือใครอยากจะหาซื้อ “Silverman’s Apple Pie” ของฝากขึ้นชื่อของที่นี่ไปฝากครอบครัวก็ได้เช่นกันค่ะ

cr. https://www.silvermansfarm.com/

7. TRAPP FAMILY LODGE, STOWE, VERMONT

สถานที่แห่งมีทั้งฟาร์มและที่พักสวยๆ พร้อมวิวของเทือกเขาแอลป์ เราสามารถมาเที่ยวที่นี่ได้ตลอดทั้งปี เพราะกิจกรรมของฟาร์มจะมีจัดตามฤดูกาล กิจกรรมที่โดดเด่นของที่นี่ ได้แก่ ทัวร์ชมการทำ Vermont maple Syrup, ทัวร์ชมสวนดอกไม้, นั่งรถม้าชมฟาร์ม, ทัวร์การทำเบียร์สไตล์ Trapp Family เหมาะสำหรับการจัดทริปท่องเที่ยวของครอบครัวมาก

cr. https://www.trappfamily.com/

8. PEEKO OYSTERS FARM, NEW SUFFOLK, NEW YORK

Peeko Oysters ฟาร์มหอยนางรมในนิวยอร์ก ที่เราสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปีเช่นกัน ถึงแม้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวในนิวยอร์กยอดฮิต ในช่วงหน้าร้อน จะเป็นโรงแรมหรือร้านอาหารแถบชายฝั่ง แต่อย่างไรก็ตาม การทานหอยนางรมที่สดและอร่อย ต้องมาช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ทำให้ฟาร์มแห่งนี้ครึกครื้นไปด้วยนักท่องเที่ยว ใครที่สนใจอยากจะแวะชิมของอร่อย จะต้องวางแผนเที่ยวล่วงหน้าสักหน่อยนะคะ

cr. https://peekooysters.com/

9. RISE AND ROOT, CHESTER, NEW YORK

ฟาร์มแห่งนี้ เป็นฟาร์มที่โดดเด่นเรื่องของการปลูกผักสลัดทุกชนิดในนิวยอร์ก นอกจากจะมีการออกร้าน จัดจำหน่ายในตลาดสุดสัปดาห์ที่ Union Square แล้ว คนที่สนใจเยี่ยมชมสินค้าและผลิตภัณฑ์ของฟาร์ม สามารถเดินทางขึ้นเหนือมาที่ฟาร์มได้เลย ทางฟาร์มมีให้บริการทัวร์ และเปิดโครงงานอาสาสมัคร ให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของฟาร์ม Rise and Root ด้วยค่ะ

cr. https://www.riseandrootfarm.com/

10. KETTLE RIDGE FARM, VICTOR, NEW YORK

ฟาร์มแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งแหล่งผลิต Maple Syrup และน้ำผึ้งที่ขึ้นชื่อของนิวยอร์ก เนื้อที่ของฟาร์มมากกว่า 170 ไร่ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมความสวยงามของฟาร์มได้ตลอดทั้งปี แต่สำหรับช่วงฤดูหนาว ทางฟาร์มจะมีการจัดอีเว้นท์ท่ามกลางหิมะ ด้วยอาหาร, ขนมแบบดั้งเดิมของที่นี่ ถือเป็นไฮไลท์ในช่วงนี้เลย นอกจากนี้ ฟาร์ม Kettle Ridge ยังมีการจัดโปรแกรม “Adopt-a-Maple” ให้เราได้เป็นเจ้าของต้นไม้อย่างแท้จริง มีทั้งใบรับรองและพิกัด GPS ให้ด้วย น่าสนใจมากเลยค่ะ

cr. https://www.kettleridgefarm.com/

11. WOODSTOCK FARM, HIGH FALLS, NEW YORK

เป็นฟาร์มที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวัน ฟาร์มแห่งนี้เปรียบเสมือนสถานที่พักพิงของสัตว์ที่ถูกทารุณกรรม, ถูกทอดทิ้ง, หรือมาจากโรงฆ่าสัตว์ ฯลฯ จึงทำให้ฟาร์มแห่งนี้มีสัตว์หลากหลายประเภทมาก ไม่ว่าจะเป็นแพะ, แกะ, วัว, ไก่, ห่าน, หมู เป็นต้น ที่น่ารักกว่านั้นคือ ทางฟาร์มมีการตั้งชื่อให้กับสัตว์เหล่านี้ด้วย ใครที่อยากเข้าไปชมความน่ารักของน้องๆ หรืออยากเป็นอาสาสมัคร เข้าชมได้ที่เว็บไซต์ของฟาร์มได้เลยค่ะ

cr. https://woodstocksanctuary.org/

เป็นอย่างไรบ้างคะ? สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรม เน้นความสวยงามของธรรมชาติ และความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณริมฝั่งทะเลตะวันออก สำหรับประเทศสหรัฐอเมริกายังมีอีกหลายแง่มุม ที่ Allianz Travel อยากพาทุกคนไปรู้จัก ใครที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศ อย่าลืมเลือกซื้อประกันภัยการเดินทางต่างประเทศของเรานะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก
11 East Coast Farm Trips For a Peaceful Weekend Away

Most Beautiful Hotels Overseas

เปิดประสบการณ์ใหม่กับ 12 ที่พักต่างประเทศ ในปี 2021

1. XIGERA SAFARI LODGE, BOTSAWANA

(เปิดให้บริการ : มกราคม 2021)

โรงแรมหนึ่งในแอฟริกาคอลเลคชั่น ในเครือของ Red Carnation แน่นอนว่าจะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ จากดินแดนซาฟารีนี้อย่างแน่นอน เพราะที่นี่ตั้งอยู่ในประเทศบอตสวนา ทวีปแอฟริกา ให้คุณได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดกับบรรยากาศเงียบสงบ ความสวยงามของสัตว์ป่า ที่องค์กรยูเนสโกให้การรับรองเป็นมรดกโลกแล้ว ที่นี่เปิดให้บริการกับแขกเพียง 12 ห้องพักเท่านั้น รองรับแขกได้สูงสุด 24 คน นอกจากนี้ ความพิเศษของอาคารทั้งภายนอก-ใน ถูกออกแบบด้วยไม้หายากในแถบนั้นด้วย

cr. https://xigera.com/

2. ACE HOTEL, SYDNEY

(เปิดให้บริการ : ช่วงปลายปี 2021)

โรงแรมสไตล์โมเดิร์น สัญชาติอเมริกัน ที่กำลังจะเปิดให้บริการอีกสาขาในซิดนีย์ ถึงแม้ว่าทางเครือจะยังไม่มีการโปรโมทอย่างเป็นทางการ แต่สำหรับชื่อเสียงของโรงแรมในเครือ ACE Hotel ถือว่าโดนเด่นอย่างมาก เรื่องของการตกแต่งภายในที่เป็นเอกลักษณ์ มีกลิ่นอายของความเป็น New York สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาของ ACE Hotel ที่ซิดนีย์ นั่นก็คือ ร้านอาหารและบาร์ Rooftop นั่นเอง ใครที่มองหาที่พักในซิดนีย์ เพิ่มที่นี่ไว้เป็นตัวเลือกในการตัดสินใจ ก็ดีเหมือนกันนะคะ

cr. https://concreteplayground.com/perth/travel-leisure/ultra-trendy-us-chain-ace-hotel-is-opening-its-first-australian-outpost-in-sydney

3. DESA POTATO HEAD, BALI

(เปิดให้บริการ : ช่วงกลางปี 2021)

บาหลีนั้นถือเป็นอีกหนึ่ง Destination ที่คนไทยชอบไปเที่ยวกันมาก สำหรับที่พักในบาหลีที่เราจะกล่าวถึง ก็คือ Desa Potato Head รีสอร์ทที่เต็มไปด้วยความใส่ใจธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม มีกิจกรรมสนุกๆ ให้เราได้เข้าร่วมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นงานแสดงดนตรี, การแสดงร่ายรำท้องถิ่น, งาน Hand craft จากวัสดุเหลือใช้, เล่นเซิร์ฟ และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ใครที่ยังไม่เคยมาบาหลี วางแผนตอนนี้ได้เลยค่ะ เพราะเชื่อว่า คุณจะต้องติดใจ และกลับมาเที่ยวซ้ำอย่างแน่นอน

cr. https://potatohead.co/seminyak/sleep/potato-head-studios

4. PARADERO TODOS SANTOS, MEXICO

(เปิดให้บริการ : มกราคม 2021)

ที่พักในเม็กซิโก ที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับธรรมชาติโดยรอบอย่างแท้จริง เรียกได้ว่า 80% เป็นภูมิทัศน์ที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ และอีก 20% ถูกสร้างขึ้นด้วยมนุษย์ สำหรับบริเวณโดยรอบถูกล้อมไปด้วยสวนพฤกษศาสตร์กว่า 10,000 ไร่ มีต้นปาล์มมากกว่า 50,000 ต้น มีห้องพักหลายรูปแบบ โดยเฉพาะโซนดาดฟ้า เราสามารถมาตั้งแคมป์เล็กๆ เพื่อเพลิดเพลินไปกับการดูดาว นอกจากนี้แล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมร่วมกับชุมชนรอบๆ อีกด้วย คุณจะพบกับเสน่ห์และวัฒนธรรมของประเทศเม็กซิโกที่ไม่เหมือนใคร ที่ต้องมาดูสักครั้งให้เห็นกับตากับที่ Paradero Todos Santos

cr. https://www.paraderohotels.com/

5. ONE & ONLY PORTONOVI, MONTENEGRO

(เปิดให้บริการ : มีนาคม 2021)

รีสอร์ทสไตล์ Luxury ซึ่งมีการเปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศมอนเตรเนโกร รีสอร์ทสไตล์พระราชวังเวนิช มีภูมิทัศน์ที่มองเห็นอ่าว Boka ของทะเลเอเดรียติกอย่างใกล้ชิด มีความสวยงามเป็นอย่างมาก ที่นี่มีกิจกรรมสุดชิคให้ทำมากมาย เช่น เล่นเรือใบ, อาบแดด, เดินป่า รวมถึงเดินชมสถาปัตยกรรมสมัยยุคกลางที่ยังมีอยู่ รอบๆ ตัวเมืองอีกด้วยค่ะ

cr. https://www.oneandonlyresorts.com/portonovi

6. KALESMA, MYKONOS

(เปิดให้บริการ : เมษายน 2021)

โรงแรมตั้งอยู่บนเกาะ Mykonos, ประเทศกรีซ หากกำลังมองหาโรงแรมสำหรับฮันนีมูนสุดหรู ริมทะเล บรรยากาศโรแมนติก และมีความเป็นส่วนตัว ที่นี่ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีแน่นอน ไม่เพียงจะได้สัมผัสกับวิวทะเลสวยๆ เท่านั้น การตกแต่งภายในที่ทางเจ้าของให้ความใส่ใจ ตกแต่งด้วยสไตล์ Cycladic เป็นการผสมผสานแบบดั้งเดิมที่เน้นความเรียบง่าย ใช้วัสดุจากท้องถิ่น แต่มีความร่วมสมัยอยู่ด้วย

cr. https://www.four-magazine.com/hotels-travel/new-hotel-opening-kalesma-in-ornos-bay-mykonos/

7. THE WOODWARD, GENEVA

(เปิดให้บริการ : ช่วงกลางปี 2021)

โรงแรมระดับ World Class ที่ได้รับการตกแต่งโดยสปานิกชื่อดังอย่าง Pierre-Yves Rochan เป็นการผสมผสานการตกแต่งแบบคลาสสิกร่วมสมัย บนสถานที่ตั้งใกล้กับทะเลสาบและภูเขาในเจนีวา, ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ทุกห้องได้รับการตกแต่งที่มีความเป็นเอกลักษณ์ และแตกต่างกันไป โดยเฉพาะห้อง Presidential Suite ที่ทำให้เราเห็นทิวทัศน์ของทะเลสาบแบบพาโนรามา ทำให้คุณได้เปิดประสบการณ์ใหม่ พร้อมสัมผัสกับบรรยากาศของความหรูหรา โรแมนติกสไตล์ฝรั่งเศสได้น่าประทับใจที่สุดเลยค่ะ

cr. https://www.oetkercollection.com/hotels/the-woodward/the-hotel/

8. HUTTON BRICKYARD, NEW YORK

(เปิดให้บริการ : ช่วงกลางปี 2021)

สำหรับใครที่มองหาสถานที่พักผ่อนสุดชิค ที่ห่างจากเมืองนิวยอร์คไม่มากนัก Hutton Brickyard เป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่สามารถตอบโจทย์ความปรารถนาของคุณได้อย่างแน่นอน เดินทางโดยขับรถเพียง 1.30 ชม. จากนิวยอร์คเท่านั้น คุณจะได้มาสัมผัสกับความเงียบสงบ ผ่อนคลาย ปราศจากความวุ่นวายจากในเมืองได้ พื้นที่ขนาดใหญ่นี้ สามารถรองรับได้ทั้งนักท่องเที่ยว และอีเวนท์ขนาดกลางได้ ที่นี่มีสนามยิงธนู, เส้นทางเดินป่า, สตูโยคะกลางแจ้ง, นั่งพักผ่อนริมแม่น้ำฮัดสัน ฯลฯ ไม่ว่าจะมาเที่ยวคนเดียวหรือมาเป็นคู่ มาเป็นครอบครัวก็น่าสนใจเลยทีเดียวค่ะ

cr. https://www.salthotels.com/hutton-brickyards

9. PALIHOUSE, SANTA BARBARA

(เปิดให้บริการ : เมษายน 2021)

ที่พักริมชายฝั่งที่มีความเป็นส่วนตัว และสวยงามใจกลางย่าน Historic Presidio ของ Santa Barbara (รัฐแคริฟอเนียร์) ให้บริการห้องพักที่มีการตกแต่งสวยงามในสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน นอกจากนี้ ยังมีสระว่ายน้ำและคาเฟ่น่ารักๆ ในสวนด้วยค่ะ

cr. https://www.palisociety.com/hotels/santa-barbara/

10. HOSHINO KAI KIRISHIMA, JAPAN

(เปิดให้บริการ : มกราคม 2021)

เราได้เขียนเรื่อง “ทริปตัวแตก กับ 6 อาหารญี่ปุ่นแนะนำ บนภูมิภาคคิวชู” ไปแล้ว คราวนี้เราจะพามารู้จักที่พักสวยๆ บนเกาะนี้บ้างค่ะ สำหรับรีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Kirishima Kinkowan ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังมีภูเขาไฟครุกรุ่นอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม ออนเซ็นที่นี่ก็เป็นจุดขายเช่นกัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนไปเที่ยว แบบเน้นการพักผ่อนหย่อนใจ ได้แช่ออนเซ็น, ชมวิวธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งป่าไม้และอ่าว Kinko ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดเลยล่ะ

cr. https://www.hoshinoresorts.com/en/information/release/2020/10/30296.html

11. AMAN, NEW YORK

(เปิดให้บริการ : ช่วงกลางปี 2021)

พลาดไม่ได้เลยกับการเช็คอินโรงแรมสุดหรูใจกลางเมืองนิวยอร์ค บนตึก Crown Building แห่งนี้ เป็นโรงแรมที่ได้รับการฟื้นฟูและตกแต่งใหม่ ให้มีความโดดเด่น สวยงามแต่ยังคงความเรียบง่ายในสไตล์เอเชีย นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกระดับ Hi-class ทั้งสปา, สระว่ายน้ำในร่ม, ห้องทรีทเมนต์, ห้องซาวน่า, คลับแจ๊ส และอื่นๆ ฯลฯ ในส่วนของห้องพักทุกห้องมีเตาผิงพร้อมให้บริการอีกด้วย คงจะดีไม่น้อยถ้าทริปฉลองคริสมาสต์ของคุณ ต้องมี Aman อยู่ในลิสต์ด้วย

cr. https://www.aman.com/resorts/aman-new-york

12. LIFE HOUSE, CHATTANOOGA

(เปิดให้บริการ : ช่วงปลายปี 2021)

โรงแรมในเครือ Life House ที่มีสไตล์การตกแต่งภายในที่เป็นเอกลักษณ์ และมีเสน่ห์ในแบบ Beaux Arts ในช่วงปี 1970 ทางโรงแรมมีให้บริการทั้งบาร์, ร้านอาหาร, ห้องนั่งเล่น, โรงภาพยนตร์ขนาด 40 ที่นั่ง ฯลฯ ที่สำคัญห้องพักแบบสวีท ถูกตกแต่งให้มีลักษณะเหมือนอยู่ในรถไฟ Pullman เหมาะกับคนที่ชื่นชอบบรรยากาศแบบวินเทจ ย้อนยุคสุดๆ เลยค่ะ

cr. https://www.lifehousehotels.com/hotels/chattanooga/southside

วางแผนเดินทางเที่ยวต่างประเทศทุกครั้ง อย่าลืม! ซื้อประกันการเดินทางกับ Allianz Travel นะคะ ให้คุณเที่ยวอย่างสนุก ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาอุบัติเหตุ, ค่ารักษาพยาบาล, สัมภาระหาย ฯลฯ เราพร้อมดูแลคุณตลอด 24 ชม. ค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก
The 23 Most Anticipated Hotel Opening of 2021

ลุยเที่ยวประเทศจีน ได้ทั้งปี ไม่มีเบื่อ

อย่างที่ทราบกันดีว่า ประเทศจีนมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ทำให้จีนมีความหลากหลายทั้งด้านภูมิศาสตร์, ประชากรศาสตร์, วัฒนธรรมประเพณี ฯลฯ และยังถือเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน นับสองพันปี จึงไม่แปลกใจเลย ที่มีนักท่องเที่ยวต่างให้ความสนใจ อยากมาเที่ยวประเทศจีนเป็นจำนวนมาก

วันนี้ Allianz Travel อยากจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับประเทศจีนมากขึ้น ว่าในแต่ละพื้นที่ มีสถานที่ท่องเที่ยวไหนบ้าง ที่น่าสนใจและมีธรรมชาติสวยงามรวมอยู่ด้วย ไปดูกันเลยค่ะ

1. เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์

เป็นเขตการปกครอง ที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ลักษณะทางภูมิศาสตร์ทั่วไป จะมีพื้นที่เป็นแอ่งกระทะสลับกับเทือกเขาสูง นอกจากนี้ยังมีบางพื้นที่ที่เป็นทะเลทรายอีกด้วย ด้วยความหลากหลายทางด้านภูมิศาสตร์ ทำให้ซินเจียงอุยกูร์มีแร่ธาตุธรมชาติหลากหลายชนิด เป็นที่น่าสนใจของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้ในปัจจุบัน เขตการปกครองนี้ มีการพัฒนาพื้นที่ความเจริญออกไปอย่างกว้างขวาง เรียกได้ว่า ถ้าใครสนใจอยากจะมาเยือน ที่นี่มีสนามบินเป็นของตนเองและมีการขนส่งสาธารณะที่สะดวกสบายไว้คอยบริการด้วยค่ะ

เมื่อพูดถึง สถานที่ท่องเที่ยวของเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ พลาดไม่ได้กับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ (Ecotourism) ที่ไม่เพียงแต่จะได้รับชมธรรมชาติ แต่คุณจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น แบบมองโกลและธิเบตอีกด้วย สำหรับสถานที่เที่ยวยอดนิยมในแถบนี้ ได้แก่ ทะเลสาบไซ่หลี่มู่, อุทยานคานาสือ, ทะเลทรายทากลามากัน (Taklamakan Desert) ฯลฯ

2. เฉิงตู, มณฑลเสฉวน

เมืองเฉิงตู เป็นนครกึ่งมณฑล แต่ก็ถือเป็นเมืองเอกของมณฑลเสฉวน เป็นแหล่งกำเนิดอาหารขึ้นชื่อมากมายของจีน ซึ่งก็คือ หม้อไฟแบบเผ็ดร้อน ที่เน้นใส่พริกเสฉวนจนพูนเต็มหม้อ นอกจากอาหารที่ขึ้นชื่อแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวในเมือง เช่น จัตุรัสเทียนฟู่ ที่มีทั้งห้างสรรพสินค้า พิพิธภัณฑ์, ถนนควานจ๋ายเซี่ยงจื่อ, ศูนย์อนุรักษ์แพนด้ายักษ์ ฯลฯ ให้ทุกท่านได้ชมความเจริญและแสงสีของเมือง พร้อมด้วยการเดินทางที่สะดวกสบาย โดยใช้รถไฟฟ้า

นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวให้ท่านชื่นชมธรรมชาติ วัฒนธรรม และศาสนา ในเมืองนี้อีกด้วย ได้แก่ ถนนโบราณจิ๋นหลี, ภูเขาชิงเฉิง, ถนนชุนซีลู่, พระใหญ่เล่อซาน ฯลฯ แต่ไฮไลท์สำคัญของสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ คือ อุทยานจิ่วจ้ายโถว เป็นอุทยานที่มีความสวยงามให้ชมตลอดทั้งปี โดยเฉพาะฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เราจะเห็นสีของใบไม้เหลือง-ส้ม-แดง ตัดกับสีของน้ำในทะเลสาบที่มีสีฟ้าอมเขียว ใครที่สนใจอาจจะต้องศึกษาวิธีการเดินทางเล็กน้อย เพราะสถานที่นี้จะค่อนข้างไกลจากเมืองค่ะ

3. จางเจียเจี้ย, มณฑลหูหนาน

เมืองนี้เป็นอีกเมืองประวัติศาสตร์ของจีน ที่มีความเป็นมายาวนานกว่า 3,000 ปี มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองหลายต่อหลายครั้ง ตั้งแต่ยุคราชวงศ์ฉิน เป็นต้นมา ซึ่งเราสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์เหล่านี้ได้ ที่พิพิธภัณฑ์หม่าหวังตุ้ย เมืองฉางชา เป็นที่รวบรวมการขุดค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ต่างๆ ไว้มากมาย

นอกจากนี้แล้ว ยังมีอุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย ที่ได้รับการรองรับจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ โดยมีลักษณะเป็นภูเขาหินสูงที่มีความลดหลั่นกันไปเป็นหน้าผาหิน ซึ่งอุทยานแห่งนี้ก็เป็นแรงบันดาลใจให้กับภาพยนตร์เรื่อง Avatar ที่เรารู้จักกันดีด้วยค่ะ สำหรับกิจกรรมเที่ยวชมธรรมชาติก็มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ทั้งการขึ้นกระเช้าชมวิว, การเดินบนระเบียงเท้าแบบแก้ว ลัดเลาะไปตามหน้าผาหิน ฯลฯ ใครที่ไม่กลัวความสูง แนะนำให้ชมวิวจากด้านบนนะคะ รับรองว่าคุณจะได้สัมผัสประสบการณ์ดี ๆ และทิวทัศน์ระดับล้านแน่นอน

4. หางโจว, มณฑลเจ้อเจียง

เป็นเมืองที่อากาศดีตลอดทั้งปี เป็นเมืองที่ผสมผสานทั้งความเจริญ, ธรรมชาติ, และวัฒนธรรมเก่าแก่ได้อย่างลงตัว คุณสามารถเดินช้อปปิ้งในย่านการค้าชื่อดัง อย่างเช่น Yan’an, Jiefang และ Hubin Road ได้เลย เพราะมีสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังจากทั่วโลกมากมาย หรือ Hangzhou Grand Theatre ที่รวบรวมการแสดงศิลปะหลายแขนงไว้ด้วยกัน หรือจะเดินเล่นที่ถนนวัฒนธรรมเหอฟางเจีย ที่เป็นย่านเมืองเก่าของหางโจวก็ได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ในเมืองหางโจวยังมีสวนพฤกศาสตร์ใจกลางเมือง ให้ประชาชนได้ออกมาสูดอากาศสดชื่นให้ชุ่มปอดกันเลยทีเดียว สำหรับช่วงฤดูใบไม้ผลิ จะเป็นช่วงที่ดอกไม้นานาพันธุ์เบ่งบานมากที่สุด ใครที่ชื่นชอบแบบนี้ก็แวะมาเยี่ยมชมได้เลยค่ะ

5. กุยหลิน, เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง

เป็นเมืองในฝัน ที่ใครหลายคนอยากจะไปเยือนสักครั้ง เพราะด้วยสภาพภูมิศาสตร์ที่สวยงาม มีทั้งภูเขา, แม่น้ำ, ถ้ำหิน, และชุมชนริมแม่น้ำ และยังเป็นพื้นที่ที่มีสภาพอากาศเย็น น่าท่องเที่ยวตลอดทั้งปี อุณหภูมิกำลังเย็นสบายประมาณ 16-23 องศาเซลเซียส

จากภูมิศาสตร์ที่เป็นจุดเด่นของเมืองกุยหลิน กิจกรรมการท่องเที่ยวส่วนใหญ่ จึงเกี่ยวกับธรรมชาติ เช่น การล่องเรือบนแม่น้ำหลีเจียง (กุ้ยหลิน-หยางซั่ว) เป็นไฮไลท์สำคัญของที่นี่ เพราะเราจะได้สัมผัสกับธรรมชาติตลอดแม่น้ำสายนี้ รวมถึงได้เห็นวิถีชีวิตท้องถิ่นของคนในชุมชนด้วย นอกจากนี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่ออื่นๆ อีก เช่น ถ้ำขลุ่ยอ้อ, เขางวงช้า, เขาเหยาซาน, เขาหลงเซิ่น, เจดีย์เงิน-เจดีย์ทอง เป็นต้น

6. แชงกรีลา, มณฑลยูนนาน

อีกหนึ่งเมือง ที่พื้นที่ถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขาสูงขนาดใหญ่จำนวนมาก และสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ไม่ใช่แค่เมืองแชงกรีลา ยังมีอีกหลาย ๆ เมืองที่เราต้องเยือนสักครั้ง เช่น ต้าลี่, คุนหมิง, ลี่เจียง, เขตการปกครองตนเองสิบสองปันนา เป็นต้น

เมื่อพูดถึงเมืองแชงกรีลา หลายคนอาจจะยังนึกภาพไม่ออก ว่าทำไมเราต้องมาเยือนสถานที่แห่งนี้ ต้องบอกก่อนเลยว่า แชงกรีลาได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมมาจากชาวทิเบต เพราะฉะนั้นวัฒนธรรมต่าง ๆ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ และสถานที่ท่องเที่ยวจึงเกี่ยวข้องกับศาสนาเป็นส่วนมาก ไฮไลท์ของแชงกรีลาได้แก่ ภูเขาหิมะสือข่า (Shika Snow Mountain) เป็นภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวธิเบตให้ความเคารพนับถือ ซึ่งเราจะต้องนั่งกระเช้าขึ้นไป ทำให้เราได้เห็นวิวทิวทัศน์ภูเขาหิมะรอบ ๆ อีกด้วย และ วัดซงจ้านหลิน (Songzanlin) เป็นวัดเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 18 เป็นวัดที่มีความสวยงามทั้งสถาปัตยกรรมทิเบต และขนาดของวัดที่มีความใหญ่โต ไม่เพียงแต่เราจะได้ซึมซับความสวยงามของวัด เรายังได้สัมผัสถึงขนบธรรมเนียม และศาสนาพุทธนิกายลามะอีกด้วย บริเวณโดยรอบวัดก็มีทะเลสาบลาหมู่ยางชั่ว เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ทางหน้าวัดอีกแห่งหนึ่งค่ะ

นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวทั้ง 2 แห่งนี้แล้ว ในแชงกรีลายังมีที่อื่น ๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ วัดกุยชาน, เมืองเก่าตู๋เค่อจง, ทุ่งกุหลาบพันปี, อุทยานแห่งชาติปู่ต๋าซั่ว ฯลฯ

สำหรับใครที่สนใจเที่ยวประเทศจีน วางแผนกันเลยตั้งแต่ตอนนี้ พร้อมกับซื้อประกันภัยการเดินทางของ Allianz Travel ให้คุณเที่ยวอย่างสนุก ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาอุบัติเหตุ, ค่ารักษาพยาบาล, สัมภาระหาย ฯลฯ เราพร้อมดูแลคุณตลอด 24 ชม. ค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก
Top 6 Places to Visit in June in China

อัพเดทประเทศที่เริ่มเปิดพรมแดนในเอเชียหลังการระบาดของโควิด-19

หลังจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด – 19 เริ่มดีขึ้น หลายประเทศในเอเชียก็ต่างทยอยเริ่มมีการเปิดพรมแดน ให้มีการเดินทางเข้าประเทศมากขึ้น ทั้งการเดินทางกลับของผู้มีภูมิลำเนาภายในประเทศที่ติดค้างอยู่ที่อื่นมาพักใหญ่ หรือผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศเพื่อการปฏิบัติงาน ไปจนถึงผู้ที่ต้องการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ วันนี้เราจะมาอัพเดทว่าแต่ละประเทศในเอเชียที่เริ่มเปิดประเทศมีข้อตกลงเบื้องต้นในการขอเข้าประเทศอย่างไรบ้าง และถึงตอนนี้แล้วนั้นในเอเชียมีประเทศใดเปิดพรมแดนให้เดินทางเข้าประเทศแล้วบ้างกันค่ะ

1. บังกลาเทศ (BANGLADESH)

บังกลาเทศเป็นประเทศแรกที่เราจะกล่าวถึงการเปิดประเทศหลังสภาวะการระบาดของโควิด-19 ในทวีปเอเชีย บังกลาเทศเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่าพันปี มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว มีทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ ชายหาดทางธรรมชาติที่ยาวที่สุดในโลก เป็นอีกประเทศที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวแบบแปลกใหม่

หลังจากการปิดประเทศไปในช่วงการระบาดรุนแรงของโควิด-19 ตอนนี้ได้เริ่มอนุญาตให้มีเที่ยวบินระหว่างประเทศจากบางประเทศกลับมาทำงานโดยปกติอีกครั้งแล้ว ท่านสามารถสอบข้อมูลประเทศที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าบังกลาเทศและข้อกำหนดล่าสุดได้จากลิงค์นี้ https://corona.gov.bd/corona-news ได้เลยค่ะ โดยผู้โดยสารขาเข้าจากประเทศที่มีความเสี่ยงสูง จะต้องกรอกแบบฟอร์มรายงานเกี่ยวกับสุขภาพและแบบฟอร์มระบุตำแหน่งผู้โดยสารตั้งแต่ตอนที่อยู่บนเครื่องบิน และแบบฟอร์มดังกล่าวจะถูกส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของบังกลาเทศ เพื่อประเมินว่าท่านสามารถกักตัวเอง 14 วันหรือจะต้องถูกกักกันในพื้นที่การจัดการของรัฐบาลเป็นเวลา 14 วันแทน ชาวต่างชาติทุกคนที่จะเดินทางเข้าบังกลาเทศจะต้องแสดงหลักฐานใบรับรองแพทย์ที่มีผลการทดสอบ โควิด-19 เป็นลบ และตรวจไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนที่จะออกเดินทาง

2. กัมพูชา (CAMBODIA)

ประเทศที่ 2 กัมพูชา ประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง กัมพูชามีแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดังเป็นที่รู้จักแพร่หลายไปทั่วโลก เพราะเคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายภาพยนตร์เรื่องดังของฮอลลีวูด อย่าง Tomb Raider ที่โด่งดังและออกฉายในหลายประเทศ อย่างนครวัด ซึ่งมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ในรูปแบบของสถาปัตยกรรมแบบขอมที่ยั่วยวนให้นักท่องเที่ยวที่ชื่นชมในภาพยนต์ หรือชอบศึกษาประวัติศาสตร์มาดูมาสัมผัสแหล่งโบราณสถานนี้ด้วยตาตนเอง หลังจากมีการปิดประเทศไปในช่วงโควิด-19 นั้นทางการกัมพูชาได้มีรายละเอียดและข้อตกลงในการรับนักเดินทางขาเข้าประเทศแบบใหม่ โดยนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าไปยังกัมพูชา จะต้องแสดงหลักฐานใบรับรองแพทย์ที่มีผลการทดสอบ โควิด-19 เป็นลบ และตรวจไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนที่จะออกเดินทาง ได้รับวีซ่าก่อนเดินทางมาถึงเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นผู้มีประกันสุขภาพที่มีความคุ้มครองขั้นต่ำ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐอยู่แล้ว

นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวในกัมพูชาในช่วงนี้ต้องวางเงินมัดจำประมาณ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับค่าบริการต่าง ๆ เกี่ยวกับการตรวจหรือการกักตัวเพื่อป้องกันโรค โควิด-19 ที่สนามบินเมื่อเดินทางเข้าประเทศ และเมื่อหักค่าบริการต่าง ๆ แล้วทางการจึงจะคืนเงินมัดจำส่วนที่เหลือ เนื่องจากว่าสำหรับการเข้าไปในกัมพูชานั้นนักท่องเที่ยวจะต้องเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการกักตัวของตนเอง เมื่อมาถึงสนามบินและมีการตรวจโรคอีกครั้งแล้วพบว่าเป็นบวกจะต้องถูกกักตัวในสถานที่ที่รัฐกำหนดเป็นระยะเวลา 14 วัน ผู้ที่ตรวจแล้วผลเป็นลบจะต้องแยกตัวไปพักในสถานที่ที่พักที่ตนเองได้เลือกไว้

3. อิหร่าน (IRAN)

อิหร่านเป็นประเทศหนึ่งในเอเชียที่โดดเด่นด้วยวัฒนธรรมเปอร์เซียที่น่าหลงใหล นอกจากโบราณสถานรูปแบบเปอร์เซียเดิมแล้วนั้น เมืองหลวงอย่างเตหะราน ก็เป็นเมืองเศรษฐกิจ ที่ทันสมัย ตึกรามบ้านช่องสมัยใหม่ แต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์แบบเปอร์เซีย

การเข้าประเทศอิหร่านจะอนุญาตให้เฉพาะผู้ที่ถือ พาสปอร์ตอิหร่าน หรือผู้มีวีซ่าที่ยังไม่หมดอายุ สำหรับผู้ที่จะเดินทางที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ จำเป็นจะต้องมีใบรับรองทางการแพทย์ที่ยืนยันผลโควิด-19 ระดับโมเลกุลที่เป็นลบ ซึ่งได้รับการตรวจสอบไม่เกิน 96 ชม. นับจากวันที่เดินทางมาถึง ซึ่งจะได้รับการยกเว้นการกักตัวในทุกกรณี สำหรับชาวต่างชาติที่ไม่มีใบรับรองทางการแพทย์จะถูกปฏิเสธการเข้าประเทศในทุกกรณีส่วนผู้ที่ถือ พาสปอร์ตอิหร่านที่ไม่มีใบรับรองแพทย์จะถูกกักเป็นเวลา 14 วัน และจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่พักและค่ารักษาด้วยตัวเอง

4. ญี่ปุ่น (JAPAN)

ญี่ปุ่นประเทศที่เป็นจุดมุ่งหมายแห่งการท่องเที่ยวยอดนิยมในเอเชียของคนไทย พรมแดนของญี่ปุ่นตอนนี้เปิดให้บริการบางส่วนเท่านั้น และเข้าได้เฉพาะชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากประเทศที่ไม่มีการห้ามเข้าประเทศตามข้อกำหนดของญี่ปุ่น (สามารถตรวจสอบประเทศที่ยังไม่ผ่านการอนุมัติได้ผ่านลิงค์:https://www.japan.travel/en/coronavirus/ ) ผู้ที่อยู่นอกเหนือจากประเทศที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจะต้องเป็นผู้ผ่านการทดสอบโรคโควิด-19 เมื่อเดินทางถึงญี่ปุ่น และจะต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ในสถานที่ที่ทางรัฐกำหนด

5. คาซัคสถาน (KAZAKHSTAN)

คาซัคสถานเป็นประเทศที่แยกตัวออกมาจากสหภาพโซเวียต ไม่ได้มีแลนมาร์คที่โดดเด่น ทำให้ไม่ได้อยู่ในลิสต์สถานที่ท่องเที่ยวของใครหลายคน แต่ก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่สามารถเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้กับนักเดินทางได้ คาซัคสถานเปิดพรมแดนด้วยเที่ยวบินระหว่างประเทศที่มีจำนวนจำกัดอย่างมาก และให้บริการเฉพาะในบางประเทศเท่านั้น ชาวต่างชาติส่วนใหญ่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศในช่วงนี้ ส่วนผู้ที่ได้รับการอนุญาตให้เข้าประเทศได้ในช่วงเปิดประเทศช่วงแรกหลังโควิดจะต้องมีใบรับรองแพทย์ที่มีผลการทดสอบ โควิด-19 เป็นลบซึ่งตรวจไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนที่จะออกเดินทาง และต้องตอบแบบสอบถามด้านสุขภาพของคาซัคสถานให้สมบูรณ์ก่อนเดินทางมาถึง

6. คีร์กีซสถาน (KYRGYZSTAN)

คีร์กีซสถานเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในทวีปเอเชียกลาง ขึ้นชื่อว่าเป็น “ดินแดนแห่งภูเขาน้ำแข็ง” และเต็มไปด้วยความสวยงามทางธรรมชาติที่สมบูรณ์แห่งหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ หลังจากมีการเปิดพรมแดนเที่ยวบินพาณิชย์ระหว่างประเทศเริ่มกลับมาทำงานบ้างแล้ว โดยมีจุดมุ่งหมายปลายทางที่ค่อนข้างจำกัด อาทิเช่น ในประเทศไทยเองก็ยังไม่มีเที่ยวบินตรงในการเดินทาง

ณ ตอนนี้ คีร์กีซสถานยังไม่มีข้อกำหนดบังคับสำหรับการกักตัว แต่ผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศในขณะนี้จำเป็นต้องมีหลักฐานใบรับรองแพทย์ที่มีผลการทดสอบ โควิด-19 เป็นลบ และตรวจไม่เกิน 72 ชั่วโมง ก่อนเดินทางมาถึงยังคีร์กีซสถาน ซึ่งข้อกำหนดหลาย ๆ ข้ออาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา นักเดินทางสามารถตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงได้กับทางสายการบินโดยตรง

7. มัลดีฟส์ (MALDIVES)

เมื่อพูดถึงมัลดีฟส์ หลายคนๆ ก็ต้องนึกถึงหาดทรายสีขาวสะอาด ตัดกับสีฟ้าใสของท้องทะเล มัลดีฟส์เป็นประเทศแห่งการท่องเที่ยวที่ฟรีวีซ่า (Visa) เป็นประเทศที่ใฝ่ฝันของคนที่รักและหลงไหลในการท่องเที่ยวทะเล หากชอบที่ได้ที่ถ่ายรูปได้แบบเก๋ ๆ กับชุดว่ายน้ำตัวเก่งมัลดีฟส์คือตัวเลือกแรก ๆ เลยทีเดียว ตอนนี้เมื่อเริ่มมีการเปิดพรมแดนเที่ยวบินพาณิชย์ต่าง ๆ เริ่มกลับมาทำงาน นักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางทุกคนที่ต้องการเดินทางไปยังมัลดีฟส์จะต้องกรอกแบบฟอร์มเกี่ยวกับสุขภาพและเอกสารตรวจคนเข้าเมือง ทุกคนจะต้องได้รับการตรวจสุขภาพเมื่อเดินทางมาถึง เมื่อมีผู้ที่แสดงอาการอาจจะดูเหมือนมีไข้อุณหภูมิในร่างกายสูงกว่าปกติคนคนนั้นจะต้องได้รับการทดสอบการติดต่อของโรคโควิด-19 และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายนี้ด้วยตัวเอง นักเดินทางที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศในระยะสั้นทุกคน จำเป็นจะต้องมีใบรับรองแพทย์เพื่อนำมายืนยันการตรวจโควิด-19 ในระดับโมเลกุลที่มีผลเป็นลบและต้องได้รับการตรวจไม่เกิน 96 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง

8. ปากีสถาน (PAKISTAN)

ปากีสถานประเทศที่มีความสวยงามทางธรรมชาติซ่อนอยู่รอให้ตามหามากกว่าที่คิด ทั้งน้ำตก ภูเขาแม่น้ำ เทือกเขาหิมาลัย ต่างรอให้ผู้ชื่นชอบในธรรมชาติที่แท้จริงไปสัมผัสอยู่ นักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางทุกคนที่ต้องการเดินทางมายังปากีสถานเมื่อมาถึงทุกคนต้องส่งใบรับรองแพทย์ที่ผ่านการตรวจโรคโควิด-19 เป็นลบ และต้องมาผ่านการตรวจคัดกรองอุณหภูมิในร่างกายอีกครั้งที่สนามบินขาเข้า สำหรับผู้ที่ไม่มีไข้ อุณหภูมิไม่เกิน อาการไม่ตรงกับอาการของ โควิด-19 จะได้รับคำแนะนำให้แยกตัวเองเป็นเวลา 14 วัน เที่ยวบินเข้าออกปากีสถานในช่วงนี้มีจำนวนจำกัด แต่ยังคงมีให้บริการ

9. สิงคโปร์ (SINGAPORE)

สิงคโปร์ประเทศสุดฮิตอีกแห่งที่เป็นที่นิยมของคนไทย เพราะราคาตั๋วเครื่องบินราคาไม่แพงนัก สวยสะอาด แลนมาร์คถ่ายรูปเยอะ ตอนนี้นักเดินทางทุกคนมีสิทธิ์ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศแต่ จะได้รับหนังสือแจ้งให้มีการกักตัวเป็นเวลา 14 วันซึ่งจะมีทั้งที่โรงแรมตามที่รัฐบาลกำหนดหรือให้กักตัวในที่พำนักของตนในสิงคโปร์ กำหนดระยะเวลาการกักตัว 14 วัน ไม่สามารถลดระยะเวลาลงได้ แม้ว่าคุณต้องการจะเดินทางออกจากสิงค์โปในช่วงระยะเวลากักตัวก็ตาม สิงคโปร์อนุญาตให้มีการเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน เชียงกี่ได้โดยไม่ต้องกักตัว แต่จะต้องได้รับการตรวจสุขภาพ

10. เกาหลีใต้ (SOUTH KOREA)

เกาหลีใต้เป็นอีกประเทศหนึ่งที่เป็นประเทศยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างเรา ๆ ด้วยความถูกจริตไปตามรอยซีรี่ส์ หรือตามรอยนักร้องทั้งวงบอยแบนด์ เกิร์ลกรุ๊ปที่ชื่นชอบ รวมไปถึงรสชาติอาหารก็อร่อยเป็นที่ถูกปากของคนไทย ทำให้เกาหลีใต้เป็นประเทศปลายทางลำดับต้น ๆ ที่คนไทยเลือกไป สำหรับการกลับมาเปิดพรมแดนประเทศช่วงแรกใครก็ตามที่เดินทางมาถึงเกาหลีใต้จะถูกกักตัวเป็นเวลา 14 วัน นักเดินทางบางคนที่เข้ามายังเกาหลีใต้อาจได้รับการตรวจหา โควิด-19 ภายใน 3 วันหลังจากเดินทางมาถึง ซึ่งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเทศต้นทางของนักเดินทางเป็นสำคัญ แต่ทั้งหมดจะได้รับการตรวจภายใน 14 วัน หากผู้เดินทางไม่มีที่พำนักในเกาหลีใต้ก็จะถูกพาไปกักตัวในสถานที่ที่รัฐบาลจัดเตรียมให้และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามจริงกับผู้เดินทางเอง

11. ไต้หวัน (TAIWAN)

ไต้หวันประเทศยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวชาวไทยชอบเดินทางไปสักการะบูชาขอเนื้อคู่ที่วัดหลงซานอันโด่งดัง มีข้อกำหนดที่เกิดขึ้นใหม่หลังจากการระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา นักเดินทางผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศไต้หวันด้วยเหตุผลอื่นนอกเหนือจากการท่องเที่ยวแล้วนั้น จะต้องยื่นขอใบอนุญาตเข้าประเทศก่อน โดยผู้เดินทางที่ได้รับการอนุมัติจะต้องแสดงใบรับรองแพทย์ที่มีผลการทดสอบ โควิด-19 เป็นลบซึ่งตรวจไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทางมาถึง และกรอกแบบฟอร์มทางสุขภาพที่จะแสดงรายละเอียดประวัติการเดินทางของตัวเองในช่วง 14 วันที่ผ่านมา ผู้เดินทางจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำหรือปานกลางอาจจะมีสิทธิ์ยื่นขอกักตัวในระยะสั้นแทนที่จะถูกกักตัวเต็มเวลา 14 วัน และมีข้อบังคับให้สวมหน้ากากอนามัยในการขนส่งสาธารณะทุกแห่งทั่วประเทศไต้หวัน

12. ประเทศไทย (THAILAND)

ประเทศไทยของเราเริ่มมีการเปิดพรมแดนบางส่วนตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 และมีการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบจำกัดจำนวนและสามารถอยู่ได้แค่พื้นที่จุดหมายปลายทางที่ได้รับการอนุมัติแล้วเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์เดินทางได้อย่างไรก็ตามยังต้องได้รับการกักตัวในพื้นที่ที่รัฐจัดไว้ให้หรือมีตัวเลือกให้เท่านั้นเป็นเวลา 14 วัน

13. อุซเบกิสถาน (UZBEKISTAN)

อุซเบกิสถานมีการเปิดพรมแดนตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นมา เที่ยวบินนานาชาติเริ่มกลับมาทำงานอีกครั้ง ผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศอุซเบกิสถานในช่วงนี้จะถูกแบ่งประเภทตามประเทศต้นทางของนักเดินทาง การจัดแบ่งถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือมาจากโซนสีเขียว สีเหลือง และ สีแดง ผู้เดินทางจากประเทศที่อยู่ในโซนสีเหลืองหรือสีแดงต้องแสดงใบรับรองแพทย์ที่มีผลการทดสอบ โควิด-19 เป็นลบก่อนเดินทางมาถึง อาจจะต้องได้รับการทดสอบโรคเพิ่มเติม และต้องแยกตัวเองเป็นเวลา 14 วัน

ตอนนี้ประเทศต่าง ๆ ในเอเชียต่างทยอยเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวนักเดินทางได้ออกเดินทางไปเยือนอีกครั้ง แต่ในแต่ล่ะประเทศนั้นต่างมีข้อแม้ในการเดินทางที่ต่าง ๆ กัน Allianz travel ของเราคำนึงถึงสถานการณ์อันพลิกผันได้เสมอนี้ การวางแผนการเดินทางล่วงหน้าสามารถทำให้การเดินทางของท่านราบรื่นไม่ติดขัดและจะเป็นวันที่ดีทริปที่ดีของท่านได้ โดยมีเราเป็นผู้ช่วยเราพร้อม 24 ชั่วโมง

ก่อนการเดินทางของท่านอย่าลืมวางแผนการเดินทางโดยซื้อประกันการเดินทางกับเราก่อนทุกครั้งนะคะ ให้เราเป็นเพื่อนเดินทางของท่านคอยเป็นตัวช่วยเมื่อท่านประสบสถานการณ์ที่ยากลำบาก ไม่ต้องคอยระวังเรื่องค่ารักษาการเจ็บป่วย อุบัติเหตุระหว่างเดินทางในต่างประเทศต่างบ้านต่างเมือง ขอให้การเดินทางในทริปหน้าของนักเดินทางทุกท่านเต็มไปด้วยความราบรื่นเมื่อมีเราเป็นเพื่อนนะคะ แล้วเจอกันอีกนะคะ ในการอัพเดทครั้งต่อไป : )

ขอบคุณข้อมูลจาก
เปิดพรมแดน

พาลูกขึ้นเครื่องบินอย่างไร ให้ราบรื่นตลอดทาง

เมื่อต้องเดินทางไกลไปต่างประเทศ การเดินทางด้วยเครื่องบินนับเป็นวิธีการเดินทางที่รวดเร็วและสะดวกที่สุด แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่ต้องพาลูกน้อยขึ้นเครื่องบินด้วยแล้ว หลายท่านอาจเกิดความกังวลใจขึ้นมาว่าลูกน้อยจะสร้างความรำคาญให้แก่ผู้โดยสารคนอื่น ๆ แถมการเดินทางด้วยเครื่องบินอาจทำให้ลูกเหนื่อยล้าจากการเดินทาง และเกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาอีกด้วยค่ะ วันนี้ Allianz Travel มีเคล็ด (ไม่) ลับ ในการพาลูกขึ้นเครื่องบินให้ราบรื่นมาฝากค่ะ จะต้องเตรียมอะไรบ้าง มีขั้นตอนปฏิบัติอย่างไร ไปดูกันเลยค่ะ

ข้อควรรู้ก่อนพาลูกออกเดินทาง

ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่าเด็กขึ้นเครื่องบินได้ตั้งแต่อายุกี่เดือน หรือกี่ขวบ และมีค่าใช้จ่ายอย่างไรบ้าง บางคนอาจเข้าใจผิดว่า ต้องรอให้ลูกอายุครบหนึ่งหรือสองขวบก่อน ถึงจะขึ้นเครื่องบินได้ ทั้ง ๆ ที่จริงแล้ว บางสายการบินอนุญาตให้เด็กทารกที่มีอายุตั้งแต่ 14 วันขึ้นไปสามารถขึ้นเครื่องบินได้ แต่บางสายการบินอาจอนุญาตให้เพียงแค่ 7 วัน ก็ขึ้นเครื่องบินได้แล้วค่ะ นอกจากนี้ ถ้าเด็กอายุยังไม่ถึง 2 ปีบริบูรณ์ ส่วนใหญ่แล้วสายการบินจะอนุญาตให้นั่งตักผู้โดยสารผู้ใหญ่ได้ โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อที่นั่งเพิ่มอีกที่ แต่อาจเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเล็กน้อย ขณะที่ถ้าเป็นเด็กอายุ 2 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป จะมีอัตราค่าโดยสารเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ หรือบางสายการบินก็จะคิดอัตราพิเศษค่ะ

เมื่อรู้แล้วว่าอายุเท่าไหร่ถึงขึ้นเครื่องบินได้ และต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มไหม ก็ถึงเวลามาดู 5 เคล็ด (ไม่) ลับพาลูกขึ้นเครื่องบินกันค่ะ

1.เลือกไฟลท์บินใกล้เคียงเวลานอนเด็ก

เคล็ดลับง่าย ๆ เลยสำหรับการพาลูกขึ้นเครื่องบินก็คือการเลือกไฟลท์บินให้ใกล้เคียงกับเวลานอนของลูกให้ได้มากที่สุด เช่น ถ้าปกติลูกนอนเวลาสามทุ่ม ก็ควรเลือกเที่ยวบินให้ใกล้เคียง อาจจะก่อนสามทุ่มเล็กน้อย เผื่อเวลาให้เครื่องบินผ่านการปรับความกดอากาศก่อน จะได้ไม่มีเสียงรบกวนหรือหูอื้อที่อาจทำให้ตื่นกลางคัน

2.เลือกที่นั่งให้เหมาะกับเด็ก

การเลือกที่นั่งบนเครื่องบินเป็นสิ่งสำคัญ หากคุณพ่อคุณแม่มีโอกาสเลือกที่นั่งในช่วงการจองตั๋ว แนะนำให้เลือกที่นั่งติดริมทางเดิน ที่นั่งใกล้ห้องน้ำ หรือที่นั่งที่สามารถยืดขาได้และไม่มีเก้าอี้แถวด้านหน้า การเลือกที่นั่งเหล่านี้ จะไม่เป็นการรบกวนผู้โดยสารคนอื่น ๆ ถ้าหากต้องลุกมาเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกน้อย หรือถ้าต้องลุกมาเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ นอกจากนี้ บางสายการบินจะมีที่นั่งแนะนำให้คุณแม่ที่เดินทางกับลูกน้อยโดยเฉพาะด้วยค่ะ

3.เตรียมของใช้ที่จำเป็น

เมื่ออยู่บนเครื่องบินแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับลูกน้อย สิ่งของเหล่านี้ต้องพกติดตัวขึ้นเครื่องบิน ไม่ควรโหลดใต้ท้องเครื่อง สิ่งของจำเป็นที่ต้องเตรียม อาทิ ขวดนม นมผง น้ำร้อน ผ้าอ้อม แพมเพิร์ส ทิชชู่เปียก และที่สำคัญคือ ถุงพลาสติก สำหรับเหตุฉุกเฉินเมื่อลูกเกิดการอาเจียนและอ้วกบนเครื่องบินเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของความกดอากาศระหว่างเครื่องกำลังขึ้น นอกจากนี้ ควรพกพวกของเล่นเด็กไปด้วย เผื่อลูกไม่หลับ และเบื่อกับการนั่งเครื่องนาน ๆ อย่างน้อย การมีของเล่นสักชิ้น สองชิ้น ก็คลายเบื่อ และทำให้ลูกไม่งอแงได้แล้วค่ะ

4.เตรียมของกินไม่ให้เด็กหิว

อีกเคล็ดลับที่สำคัญมาก ๆ คือ อย่าปล่อยให้ลูกหิวเด็ดขาด เพราะถ้าหิวขึ้นมาแล้วละก็ งอแงและร้องลั่นเครื่องแน่ ๆ เราสามารถเตรียมพร้อมเรื่องนี้ได้ โดยการเตรียมนมและอาหารให้เพียงพอและตรงตามเวลาที่ลูกกินเป็นประจำ โดยของเหลวทั้งอาหารและนมของเด็ก สายการบินอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ค่ะ
เมื่อพูดถึงเรื่องกินแล้ว อีกเรื่องที่ควรระวังมาก ๆ คือ ไม่ควรให้เด็กกินอิ่มเกินไปก่อนขึ้นเครื่องหรือระหว่างอยู่บนเครื่อง เพราะอาจอาเจียนได้

5.เตรียมรับมือกับแรงกดอากาศ

เรื่องสุดท้ายที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ก็คือ อาการหูอื้อจากแรงกดอากาศขณะเครื่องบินขึ้นสู่ท้องฟ้าและกำลังลงจอดบนรันเวย์ ขนาดผู้ใหญ่อย่างเรายังมีอาการหูอื้อเลย เพราะฉะนั้นแล้วเด็ก ๆ ต้องเตรียมการรับมือเป็นพิเศษ โดยวิธีป้องกันอาการหูอื้อมีด้วยกันหลายวิธี วิธีแรกคือการใช้ที่อุดหู (ตามร้านอุปกรณ์กีฬา) อีกวิธีคือการให้ เด็ก ๆ ดื่มน้ำ นม หรือทานอาหารระหว่างที่เครื่องบินขึ้นและลง ถ้าเด็กกินอาหารไม่ลง ก็ลองเปลี่ยนให้ทานขนมขบเคี้ยวดู เพราะการทานอาหาร ขนมหรือน้ำ ทำให้เด็กต้องกลืนน้ำลายซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการหูอื้อได้ค่ะ

เพื่อที่จะให้การเดินทางราบรื่นตลอดไฟล์ท การวางแผนพาลูกขึ้นเครื่องบินจึงเป็นเรื่องที่สำคัญและต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพียงทำตาม 5 เคล็ด (ไม่) ลับที่แนะนำไป แค่นี้ก็สามารถคลายกังวลได้แล้วค่ะ

How Can We Help?

Millions of people rely on us! With 1 intervention every 2 seconds, Allianz Travel is the world leader in travel insurance and assistance services. With a range of cover for individuals or Families with Single Trip Travel Insurance and Multi–Trip Travel Insurance cover options: our global network will have you covered 24/7. No matter whether you’re a Singapore citizen, or holders of permanent residence, employment pass, S-pass, work permit, student pass or dependent pass, you can be covered by our great travel insurance!