เช็คอินอาเซียน : 20 สถานที่น่าเที่ยว ไปแล้วจะหลงรัก

20 Trips Asean

ใครที่อยากเริ่มเที่ยวต่างประเทศด้วยตัวเองดูสักครั้ง แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากที่ไหนดี หรือมีงบประมาณในการท่องเที่ยวไม่มากนัก กลุ่มประเทศอาเซียนถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะใช้เวลาเดินทางจากประเทศไทยไม่มากนัก และที่สำคัญบางประเทศไม่จำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าก็ไปเที่ยวได้ บทความนี้ Allianz Travel เลยอยากพาผู้อ่านทุกท่านไปเช็คอิน 20 สถานที่น่าเที่ยวในกลุ่มประเทศอาเซียน รับรองว่าไปเที่ยวแล้วต้องตกหลุมรักแน่นอนค่ะ ^^

1. สิงคโปร์

จุดเช็คอินแรก เริ่มที่ประเทศสิงคโปร์กันค่ะ สิงคโปร์เป็นเมืองที่มีกลิ่นอายความเป็นจีนผสมตะวันตกผ่านสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม ผู้คนและอาหารการกิน แถมเมืองสิงคโปร์ก็ยังมีกิจกรรมมากมายรอให้นักท่องเที่ยวได้ไปสัมผัสประสบการณ์สนุกๆ กัน อย่างเช่น สวนสนุก Universal Studio การเดินเที่ยวชมพื้นที่ชิคๆ ในตัวเมือง หรือเซลฟี่กับร้านคาเฟ่ชื่อดัง และเมื่อสิงคโปร์เปิดตัวน้ำตกในร่มสุดอลังการภายในสนามบินชางกี สถานที่นี้ก็กลายเป็นแหล่งถ่ายรูปยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเลยค่ะ

กิจกรรมน่าทำ: เดินเล่นที่ Gardens By The Bay, นั่งเรือทัวร์เกาะบินตัน, เที่ยวเซนโตซา, ช้อปปิ้งที่ถนนบูกิส

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยว: กุมภาพันธ์ – พฤษภาคม

จำนวนวันเที่ยวที่แนะนำ: 4-6 วัน

สิงคโปร์

2. บรูไน

บรูไน ประเทศเล็ก ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศที่รวยที่สุดในโลก บรูไนมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะใครที่เป็นสายธรรมชาติ เพราะที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติให้ชมเยอะมาก ทั้งอุทยานแห่งชาติ ป่าดงดิบ และเขตป่าฝน

ปัจจุบัน การท่องเที่ยวในประเทศบรูไนยังไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก ถ้าใครไม่ชอบไปเที่ยวแบบคนเยอะ ๆ บรูไนถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเลยค่ะ

กิจกรรมน่าทำ: เที่ยวหมู่บ้านลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก, นั่งเรือชมป่าดงดิบ, แวะชมอุทยานแห่งชาติ

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยว: มกราคม – กันยายน

จำนวนวันเที่ยวที่แนะนำ: 5-7 วัน

บรูไน

3. เกาะปูเลา เปอร์ฮันเตียน ประเทศมาเลเซีย

ปูเลา เปอร์ฮันเตียน หมายถึง ‘เกาะแวะพัก’ เป็นอีกหนึ่งสถานที่น่าเที่ยวสำหรับประเทศมาเลเซีย เกาะปูเลาเปอร์ฮันเตียนอยู่ห่างจากชายฝั่งตรังกานูประมาณ 21 กม. เป็นเกาะแฝดที่ประกอบด้วยเกาะปูเลาเปอร์ฮันเตียนเบซาร์และเกาะปูเลาเปอร์ฮันเตียนเคซิล บนเกาะปกคลุมด้วยป่าธรรมชาติที่ยังไม่ถูกรบกวนด้วยฝีมือมนุษย์ มีต้นปาล์มเรียงรายอย่างสวยงาม หาดทรายมีสีขาวละเอียด และน้ำทะเลสีฟ้าใส

เกาะปูเลา เปอร์ฮันเตียนยังตั้งอยู่ใกล้กับอุทยานทางทะเลปูเลาเรดัง มีแนวปะการังและภูมิประเทศใต้น้ำที่สวยงาม เหมาะกับการดำน้ำตื้นและการดำน้ำลึกเป็นอย่างมากค่ะ

กิจกรรมน่าทำ: ดำน้ำลึก – ดำน้ำตื้น, ปืนผา, แคมปิ้ง, เดินเล่นชายหาด

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยว: มีนาคม – พฤศจิกายน

จำนวนวันเที่ยวที่แนะนำ: 3 วัน

เกาะปูเลา เปอร์ฮันเตียน ประเทศมาเลเซีย

4. เกาะบอร์เนียว ประเทศมาเลเซีย

เกาะบอร์เนียวเป็นเกาะใหญ่อันดับที่สามของโลก ครอบคลุมพื้นที่ถึง 3 ประเทศด้วยกัน คือ มาเลเซีย บรูไน และอินโดนีเซีย เกาะบอร์เนียวถือว่าเป็นสวรรค์ของคนรักธรรมชาติเลย เพราะมีทั้งชายหาด ป่าดงดิบ และภูเขามากมายรอให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส และพักผ่อนหย่อนใจไปกับธรรมชาติอันสวยงาม

กิจกรรมน่าทำ: ปีนเขา Kilabanu, ค้างแรมกลางเกาะร้าง, ดำน้ำที่เกาะ Sipadan

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยว: มีนาคม – ตุลาคม

จำนวนวันเที่ยวที่แนะนำ: 3-4 วัน

เกาะบอร์เนียว ประเทศมาเลเซีย

5. บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย

บาหลี หนึ่งในสถานที่ยอดนิยมที่สุดในประเทศกลุ่มอาเซียน บาหลี “สวรรคแห่งการพักผ่อน” เมืองเรียบง่ายในประเทศอินโดนีเซียที่มีธรรมชาติสมบูรณ์และสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง ทั้งทะเล ภูเขา ทะเลสาบ น้ำตก ผสมผสานกับประเพณีและวัฒนธรรมแบบฉบับดั้งเดิม วัด พิธีกรรม และศิลปวัฒนธรรม ทั้งหมดนี้ทำให้บาหลีมีเสน่ห์เหลือล้น เหมาะกับสายเที่ยวที่ชื่นชอบประสบการณ์แปลกใหม่

กิจกรรมน่าทำ: เดินเล่นที่วิหารทานาต์ลอต, ดำน้ำลึก – น้ำตื้น, ทัวร์บาหลีซาฟาราและสวนน้ำ

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยว: เมษายน – ตุลาคม

จำนวนวันเที่ยวที่แนะนำ: 4-5 วัน

บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย

6. หมู่เกาะกิลิ ประเทศอินโดนีเซีย

หมู่เกาะกิลิ อยู่ไม่ไกลจากบาหลีมากนัก นั่งเรือจากบาหลีเพียง 2-3 ชม. เท่านั้น หมู่เกาะกิลิแบ่งเป็น 3 เกาะเล็ก ๆ ด้วยกัน ได้แก่ เกาะกิลีมิโน่ (Gili Mino) เกาะกิลีแอร์ (Gili Air) และเกาะกิลีทราวังกัน (Gili Trawangan) โดยเกาะกิลี่มิโน่ตั้งอยู่ตรงกึ่งกลาง มีขนาดเล็กที่สุด หาดทรายขาวที่สุด และเงียบสงบเป็นธรรมชาติที่สุด ส่วนเกาะกิลี่แอร์อยู่ทางตะวันออก เป็นเกาะขนาดกลาง ๆ รูปร่างกลม ๆ และมีผู้คนไม่พลุกพล่านนัก หรือถ้าใครชอบปาร์ตี้ต้องไปที่เกาะกิลี่ทราวังกัน ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด และเป็นแหล่งรวมความเจริญของทั้งหมู่เกาะค่ะ

กิจกรรมน่าทำ: ดำน้ำลึก – ดำน้ำตื้น, ขี่ม้าสำรวจเกาะ

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยว: มิถุนายน – กันยายน

จำนวนวันเที่ยวที่แนะนำ: 2 – 3 วัน

หมู่เกาะกิลิ ประเทศอินโดนีเซีย

7. เกาะลอมบอก ประเทศอินโดนีเซีย

ถ้าเบื่อสถานที่เที่ยวคนเยอะอย่างบาหลี เกาะลอมบอกถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ และอยู่ไม่ไกลจากบาหลีมากค่ะ ที่นี่มีธรรมชาติสมบูรณ์และสวยงามไม่แพ้บาหลีเลย ไม่ว่าจะเป็นทะเล ภูเขา ป่าไม้ และน้ำตก สำหรับใครที่ชอบความเงียบสงบ คนไม่เยอะ และต้องการพักผ่อนหย่อนใจกับธรรมชาติ ต้องมาที่เกาะลอมบอกเลยค่ะ

กิจกรรมน่าทำ: เล่นน้ำตก Tiu Kelep, ปีนเขา Rinjani, สำรวจหมู่เกาะ Sekotong

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยว: กรกฏาคม – สิงหาคม

จำนวนวันเที่ยวที่แนะนำ: 2 วัน

เกาะลอมบอก ประเทศอินโดนีเซีย

8. โบโรบูดูร์ ประเทศอินโดนีเซีย

โบโรบูดูร์ หรือที่คนไทยรู้จักในนาม บุโรพุทโธ เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางของเกาะชวา โดยบุโรพุทโธเป็นศาสนาสถานทางพุทธศาสนาที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 1393 ในด้านสถาปัตยกรรม บุโรพุทโธสร้างด้วยหินภูเขาไฟประมาณ 2 ล้านตารางฟุตบนฐานสี่เหลี่ยม กว้างด้านละ 121 เมตร สูง 123 เมตร เป็นรูปทรงแบบปิรามิด มีลานเป็นชั้นลดหลั่นกัน 8 ชั้น สามวงกลมยอดโดมกลางและบนลานกลมชั้งสูงสุดมีพระสถูปตั้งสูงขึ้นไปอีก 31.5 เมตร เป็นมหาสถูปที่ระเบียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ลดหลั่นกันไป มหาสถูปมีการตกแต่งด้วยภาพสลัก 2672 ชิ้น และ รูปปั้นพระพุทธรูป 504 องค์ โดมกลางล้อมรอบด้วย 72 รูปปั้น พระพุทธรูปแต่ละองค์นั่งอยู่ภายในสถูปเจาะรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ที่รอบล้อมสถูปเจดีย์ประธานด้านบนสุด

ถ้าใครยังนึกไม่ออกว่าบุโรพุทโธจะอลังการและสวยงามแค่ไหน ต้องลองไปสัมผัสด้วยตาตัวเองเลยค่ะ ^^

กิจกรรมน่าทำ: นั่งชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกดินที่โบโรบูดูร์

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยว: เมษายน – ตุลาคม

จำนวนวันเที่ยวที่แนะนำ: 2-3 วัน

โบโรบูดูร์ ประเทศอินโดนีเซีย

9. เสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา

เสียมเรียบ เมืองแห่งอารยธรรมโบราณที่มีนครวัดและนครธม เป็น 1 ในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกมาเยือนเป็นล้าน ๆ คนต่อปี เสียมเรียบถือได้ว่าเป็นแหล่งอารยธรรมโบราณที่สำคัญของชาวกัมพูชามาก ๆ เสน่ห์ของการมาเที่ยวเสียมเรียบคือได้ย้อนเวลาสัมผัสกลิ่นอายความยิ่งใหญ่ในอดีตของ อารยธรรมเขมรยุครุ่งเรือง

ปัจจุบันเสียมเรียบได้มีการพัฒนาเมืองจนทันสมัย มีทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า รวมถึงผับและบาร์ต่าง ๆ ที่ปลุกให้เมืองนี้ตื่นขึ้นจากความหลับใหล เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้ามาเที่ยวเสียมเรียบ รับรองว่าไม่ได้มีแค่โบราณสถานอย่างเดียวแน่นอนค่ะ

กิจกรรมน่าทำ: เที่ยวนครวัด นครธรม และปราสาทตาพรหม, นั่งเรือชมวิวโตนเลสาบ , ช้อปปิ้งตลาดกลางคืน, เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยว: พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์

จำนวนวันเที่ยวที่แนะนำ: 3 วัน

เสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา

10. สีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา

สีหนุวิลล์ เมืองติดทะเลของประเทศกัมพูชาที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ความโดดเด่นของสีหนุวิลล์คือการเป็นเมืองคาสิโน และการมีชายหาดทะเลสวยงามอันดับต้น ๆ ของกัมพูชา ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวและนักแสวงโชค ต่างหลั่งไหลมายังสีหนุวิลล์กันอย่างมาก โรงแรม ร้านอาหาร ร้านคา รวมถึงผับและบาร์ต่าง ๆ จึงถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็วและจำนวนมาก

กิจกรรมน่าทำ: นอนอาบแดดที่ชายหาด, เล่นน้ำตก Kbal Chhay, ทานอาหารท้องถิ่น

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยว: พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์

จำนวนวันเที่ยวที่แนะนำ: 2-3 วัน

สีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา

11. อ่าวฮาลอง ประเทศเวียดนาม

อ่าวฮาลอง หรือฮาลอง เบย์ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่ไม่ควรพลาดเมื่อมีโอกาสไปเยือนเวียดนาม เพราะนอกจากจะได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์กรยูเนสโกแล้ว ที่นี่ยังมีความมหัศจรรย์อันงดงามของธรรมชาติอยู่อีกมากมาย

อ่าวฮาลองมีเกาะหินปูนจำนวน 1,969 เกาะโผล่พ้นขึ้นมาจากผิวทะเล บนยอดของแต่ละเกาะมีต้นไม้ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น หลายเกาะมีถ้ำขนาดใหญ่อยู่ภายใน ถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณอ่าวคือ ถ้ำเสาไม้ (Grotte des Merveilles) ซึ่ง ตั้งชื่อโดยนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสที่มาเยี่ยมชมอ่าวเมื่อปลายคริสต์ ศตวรรษที่ 19 ภายในถ้ำประกอบไปด้วยโพรงกว้าง 3 โพรง มีหินงอกและหินย้อยขนาดใหญ่อยู่จำนวนมาก เกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบริเวณอ่าว 2 เกาะ คือ เกาะกัดบา และเกาะตวนเจา ทั้งสองเกาะนี้มีคนตั้งถิ่นฐานอยู่อย่างถาวร บนเกาะมีโรงแรมและชายหาดจำนวนมากคอยให้บริการนักท่องเที่ยว ส่วนเกาะขนาดเล็กอื่นๆ บางเกาะก็มีชายหาดที่สวยงามที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเยี่ยมชมกันค่ะ

กิจกรรมน่าทำ: ดำน้ำตื้น – ดำน้ำลึก, พายเรือคายัค, ช้อปปิ้งตลาดกลางคืน, ทานอาหารท้องถิ่น

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยว: มีนาคม – พฤษภาคม และตุลาคม – ธันวาคม

จำนวนวันเที่ยวที่แนะนำ: 2 วัน

อ่าวฮาลอง ประเทศเวียดนาม

12. ฮานอย ประเทศเวียดนาม

ฮานอย เมืองหลวงของประเทศเวียดนาม หนึ่งในเมืองหลวงที่เรียกได้ว่ามีเสน่ห์มากที่สุุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บ้านเมืองที่นี้เต็มไปด้วยอาคารสไตล์โคโลเนียลเรียงรายทั้งสองข้างทาง บ่งบอกถึงร่องรอยที่เคยเป็นเมืองอาณานิคมของฝรั่งเศสและจีน การมาเที่ยวฮานอยจึงเหมือนกับการได้มาสัมผัสมรดกทางวัฒนธรรมของย่านเมืองเก่าและความทันสมัยของเมืองหลวงที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว

กิจกรรมน่าทำ: เดินเล่นที่ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม, ชมความสวยงามของวัดเนินหยก, แวะช้อปปิ้งที่ถนน 36 สายเก่า

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยว: กันยายน – พฤศจิกายน และ มีนาคม – เมษายน

จำนวนวันเที่ยวที่แนะนำ: 3-4 วัน

ฮานอย ประเทศเวียดนาม

13. ซาปา ประเทศเวียดนาม

ซาปา “สวิตเซอร์แลนด์แห่งเวียดนาม” เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่สร้างขึ้นบนภูเขาโดยชาวฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2465 หลังจากนั้นก็เริ่มมีชาวต่างชาติซึ่งอยู่ในฮานอย มาพักผ่อนในช่วงวันหยุดเป็นประจำ เพราะอากาศดีและเงียบสงบ ปัจจุบันที่นี่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนเวียดนามเอง ไฮไลต์ของซาปาอยู่ที่บริเวณโดยรอบ ซึ่งเต็มไปด้วยนาขั้นบันไดมากมายท่ามกลางลาดไหล่เขาที่ทอดตัวอย่างมีเสน่ห์ หรือถ้าชอบเดินป่าก็มียอดเขาฟานสีปัน ให้พิชิตบนความสูงจากระดับน้ำทะเล 3,143 เมตร ซึ่งสูงสุดในละแวกอินโดจีน

กิจกรรมน่าทำ: ปีนเขา, สำรวจหมู่บ้านพื้นเมือง, ช้อปปิ้งผ้าพื้นเมือง, เล่นน้ำตกซิลเวอร์, ชมถ้ำนางฟ้า

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยว: มีนาคม – พฤษภาคม, กันยายน – พฤศจิกายน

จำนวนวันเที่ยวที่แนะนำ: 2-3 วัน

ซาปา ประเทศเวียดนาม

14. เกาะโบราไคย์ ประเทศฟิลิปปินส์

เกาะโบราไคย์ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาล Malay จังหวัด Aklan อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ห่างจากของกรุงมะนิลาประมาณ 315 กิโลเมตร มีขนาดแค่เพียง 10 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น แม้จะขนาดเล็กแต่เกาะแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังไม่แพ้เมือง Cebu เลยทีเดียว โดยในปี 2012 เกาะโบราไคย์ได้รับการโหวตจากนิตยสารทราเวลให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโลก และมีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องหาดทรายที่เป็นสีขาวสะอาด พร้อมด้วยวิวทิวทัศน์อันสวยงามยามพระอาทิตย์ตกดินค่ะ

กิจกรรมน่าทำ: ดำน้ำตื้น – ดำน้ำลึก, พายเรือคายัค, เล่นสกี

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยว: พฤศจิกายน – พฤษภาคม

จำนวนวันเที่ยวที่แนะนำ: 2-3 วัน

เกาะโบราไคย์ ประเทศฟิลิปปินส์

15. โบฮอล ประเทศฟิลิปปินส์

เกาะโบฮอล ได้ชื่อว่าเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในฟิลิปปินส์ และมีความงดงามตามธรรมชาติที่สมบูรณ์ เกาะโบฮอลตั้งอยู่ทางภาคกลางของหมู่เกาะวิซายาส์ ประเทศฟิลิปปินส์ มีสถานที่น่าสนใจให้ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นช็อกโกแลตฮิลล์ เนินเขารูปร่างทรงแปลก หมู่เกาะปะการังที่สวยงามใต้ท้องทะเล หรือถ้ำกลางทะเล

กิจกรรมน่าทำ: เดินเล่นชายหาดเกาะปังเลา, แวะเที่ยวช็อกโกแลตฮิลล์, ผจญภัยที่ Danao Adventure Park, ทัวร์ดูปลาโลมาและปลาวาฬ

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยว: พฤศจิกายน – เมษายน

จำนวนวันเที่ยวที่แนะนำ: 3 วัน

โบฮอล ประเทศฟิลิปปินส์

16. ปาลาวัน ประเทศฟิลิปปินส์

เกาะปาลาวัน “เพรชเม็ดงามแห่งเอเชีย” เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดเกาะหนึ่งในจังหวัดปาลาวัน ทางชายฝั่งตอนเหนือของเกาะตั้งขนานกับทะเลจีนใต้ ขณะที่ชายฝั่งตอนใต้ติดกับทิศเหนือของทะเลซูลู ทำให้สีของน้ำทะเลรอบเกาะนั้นมีทั้งสีฟ้าผสมกับสีเขียวมรกต ซึ่งมีความใสจนมองเห็นสาหร่ายทะเล ปะการัง และโขดหินด้านล่าง ยิ่งเวลาที่ท้องฟ้าโปร่งด้วยแล้ว เงาของปุยเมฆสีขาวบวกกับสีฟ้าครามของท้องฟ้าที่สะท้อนลงมาในน้ำ ยังก่อให้เกิดภาพที่สวยงามและโรแมนติกมากเลยค่ะ

กิจกรรมน่าทำ: ดำน้ำลึกที่เอลนิโด, สำรวจถ้ำตาบง, ทานอาหารพื้นเมือง, เดินช้อปปิ้งที่ตลาดซานโฮเซ่

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยว: ตุลาคม – กลางเดือนมิถุนายน

จำนวนวันเที่ยวที่แนะนำ: 3 วัน

ปาลาวัน ประเทศฟิลิปปินส์

17. วังเวียง ประเทศลาว

วังเวียงได้ชื่อว่าเป็น “กุ้ยหลินแห่งเมืองลาว” วังเวียงเป็นมืองท่องเที่ยวในแขวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวลาวและต่างประเทศอย่างมาก เมืองวังเวียงตั้งอยู่ห่างจากเวียงจันทน์ ประมาณ 160 กิโลเมตร โดยตัวเมืองจะอยู่ติดริมแม่น้ำซอง ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งแม่น้ำ ป่าไม้ และภูเขา

สำหรับวังเวียง เป็นสถานที่ที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบทำกิจกรรมแอดเวนเจอร์และชื่นชมธรรมชาติเป็นหลัก ถ้าใครมีงบประมาณไม่เยอะ ไม่อยากไปเที่ยวไกล แนะนำให้ลองมาเที่ยววังเวียงเลยค่ะ

กิจกรรมน่าทำ: พายเรือคายัคล่องแม่น้ำซอง, นั่งห่วงยางลอดถ้ำ, โดดน้ำที่บลูลากูน, พิชิตผาเงิน

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยว: พฤศจิกายน – มีนาคม

จำนวนวันเที่ยวที่แนะนำ: 3 วัน

วังเวียง ประเทศลาว

18. หลวงพระบาง ประเทศลาว

หลวงพระบาง เมืองเล็ก ๆ ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ล้นเหลือ ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ทางตอนเหนือของประเทศลาว โอบล้อมด้วยแม่น้ำสำคัญ 2 สาย คือ แม่น้ำคานและแม่น้ำโขง ภายในเมืองมีบรรยากาศที่เงียบสงบ มากมายด้วยวัดวาอาราราม และอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ที่ผสมผสานระหว่างศิลปะแบบล้านช้างและสไตล์โคโลเนียล ทั้งหมดนี้ทำให้หลวงพระบางได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกเมื่อปี พ.ศ. 2540

กิจกรรมน่าทำ: เดินเล่นชมวัดเก่าแก่, ช้อปปิ้งที่ตลาดกลางคืน, ชมพระอาทิตย์ตกดินที่พระธาตุภูศรี

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยว: พฤศจิกายน – มกราคม (สำหรับล่องเรือ), ตุลาคม – เมษายน (อากาศดี)

จำนวนวันเที่ยวที่แนะนำ: 2 วัน

หลวงพระบาง ประเทศลาว

19. ย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์

เมื่อพูดถึงเมืองย่างกุ้งแล้ว หลาย ๆ คน คงนึกมหาเจดีย์ชเวดากอง แลนด์มาร์คสำคัญของเมืองที่มีความสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมียนมาร์ ย่างกุ้งเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศเมียนมาร์มาอย่างยาวนาน ก่อนที่จะย้ายเมืองหลวงไปยังกรุงเนปิดอว์เมื่อปี พ.ศ. 2548 อย่างไรก็ตาม ย่างกุ้งยังเต็มไปด้วยผู้คน นักท่องเที่ยว วัดวาอาราม นอกจากนี้ยังมีสถาปัตยกรรมยุคล่าอาณานิคมให้ได้แชะรูปกันรัว ๆ อีกด้วยค่ะ และถ้าไปเที่ยวย่างกุ้งแล้ว อย่าลืมแวะซื้อของฝากเลื่องชื่อของย่างกุ้งอย่างอัญมณีและงานฝีมือท้องถิ่นกันด้วยนะคะ

กิจกรรมน่าทำ: ไหว้พระที่มหาเจดีย์ชเวดากอง, ช้อปปิ้งที่ตลาดโบยกอองซาน, เดินเล่นริมทะเลสาบกันดอว์จี

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยว: พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์

จำนวนวันเที่ยวที่แนะนำ: 3-4 วัน

ย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์

20. พุกาม ประเทศเมียนมาร์

พุกามเมืองที่มีความเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์อย่างยาวนานตั้งแต่สมัยพุทธศตวรรษที่ 16 พุกามได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางด้านประวัติศาสตร์ที่สวยงามมากแห่งหนึ่งของประเทศพม่า โดยเฉพาะความยิ่งใหญ่ของเจดีย์จำนวนมากกว่า 4,446 องค์ จนได้รับสมญาว่าเป็นเมืองแห่งเจดีย์สี่พันองค์ ไฮไลต์ของการมาเที่ยวพุกาม จึงหนีไม่พ้นการไปชมทะเลเจดีย์ยามพระอาทิตย์ตกดินค่ะ

กิจกรรมน่าทำ: ชมพระอาทิตย์ตกดินที่แม่น้ำอิรวดี, ขึ้นบอลลูนชมทะเลเจดีย์, ปั่นจักรยานรอบเมือง

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยว: มิถุนายน – ตุลาคม

จำนวนวันเที่ยวที่แนะนำ: 2 วัน

พุกาม ประเทศเมียนมาร์

หลาย ๆ สถานที่ที่เราแนะนำข้างต้นเต็มไปด้วยความสวยงามของวิวทิวทัศน์ และเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาที่ไหนไม่ได้ อีกทั้งไม่ได้ใช้ระยะเวลาการเดินทางมากนะ นั่งเครื่องบินเพียงแค่ 2-4 ชม. เท่านั้น เราหวังว่าทั้ง 20 สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศอาเซียนที่แนะนำวันนี้จะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการวางแผนเที่ยวในทริปหน้าของผู้อ่านทุกท่านนะคะ ^^

Blog Disclaimer

All content provided on this blog is for informational purposes only. The content of this blog neither makes representations as to the accuracy or completeness of any information on this site, nor is construed as Allianz Travel’s offering of travel insurance, unless explicitly stated. Details of benefits, limits, policy exclusions, terms and conditions of Allianz Travel insurance can be found under Allianz Travel Policy Wording.

อุ่นใจ ไร้กังวล เราพร้อมช่วยเหลือคุณตลอด 24 ชม.

อลินอันซ์ทราเวลเป็นผู้นำระดับโลกด้านประกันภัยการเดินทางและบริการช่วยเหลือทั่วไป เรามีแผนประกันภัยที่หลากหลายให้เลือก ครอบคลุมตั้งแต่แผนรายเที่ยว แผนรายปี แผนครอบครัว ไปจนถึงแผนเดินทางศึกษาต่อต่างประเทศ ด้วยพนักงานของเราที่เชี่ยวชาญและทุ่มเทมากกว่า 10,200 คน ดำเนินงานด้วย 35 ศูนย์ปฎิบัติการใน 28 ประเทศ ติดต่อสื่อสารได้มากกว่า 40 ภาษาใน 5 ทวีปและทำงานร่วมกันกับตัวแทนเป็นจำนวนกว่า 180 รายทั่วโลก คุณจึงมั่นใจได้ในบริการของเราที่พร้อมดูแลคุณ ตลอด 24 ชม.

Comments