13 ที่เที่ยวจอร์เจีย ธรรมชาติอันงดงามบนเทือกเขาคอเคซัส

13 ที่เที่ยวจอร์เจีย ธรรมชาติอันงดงามบนเทือกเขาคอเคซัส

นักเดินทางที่งบเที่ยวไม่มากนัก แต่อยากได้ฟีลแบบเที่ยวยุโรปคงต้องนึกถึงประเทศจอร์เจียเป็นอันดับแรก ประเทศเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาที่มีความสวยงามระดับโลกอย่างเทือกเขาคอเคซัส ตั้งอยู่ระหว่างจุดตัดระหว่างยุโรปและเอเชีย ที่สำคัญคือคนไทยอย่างเราไปเที่ยวจอร์เจียกันได้แบบไม่ต้องขอวีซ่า แถมยังอยู่ได้นานถึง 1 ปี เรียกได้ว่าเที่ยวกันได้เกือบทั่วประเทศเลยล่ะ นอกจากนี้ คนที่รักการถ่ายรูปวิวธรรมชาติสุดอลังการทั้งหลายคงต้องร้องว้าวถ้าได้ไปที่จอร์เจีย เพราะไม่ว่าจะถ่ายรูปมุมไหนก็สวยไปหมด มีกลิ่นอายของความเป็นยุโรป มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ทำให้จอร์เจียเต็มไปด้วยเสน่ห์และความน่าสนใจ ทำให้หลายคนต้องปักหมุดที่นี่ไว้เป็นจุดหมายในการเดินทาง

Allianz Travel ได้รวบรวม 13 ที่เที่ยวจอร์เจีย ที่หลายคนบอกว่ามีความสวยงามเทียบเท่าสวิสเซอร์แลนด์ มีที่ไหนกันบ้าง ไปดูกันเลย

1. Telavi

Telavi เป็นเมืองศูนย์กลางในภูมิภาค Kakheti มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานถึง 2,000 ปี ตั้งอยู่ทางตะวันออกของจอร์เจีย ที่ระดับความสูง 490 เมตรเหนือระดับทะเล ท่ามกลางหุบเขา Alazani ที่แสนงดงาม และยังเป็นศูนย์กลางการผลิตไวน์ที่สำคัญของจอร์เจียเนื่องจากภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบเหมาะแก่การปลูกองุ่น

ที่เที่ยวจอร์เจีย Telavi

Telavi ยังมีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ เริ่มจากการชื่นชมแนวป้องกันของ Dzveli Galavani ป้อมปราการในยุคของกษัตริย์ Kakhetian จากนั้นมุ่งหน้าไปยัง Batonis Tsikhe หนึ่งในพระราชวังยุคกลางที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีเพียงไม่กี่แห่งในจอร์เจีย

ที่เที่ยวจอร์เจีย Telavi

นอกจากนี้ ไม่ควรพลาดการไปชมต้นมะเดื่ออายุ 900 ปีของเมือง ซึ่งเชื่อกันว่าสามารถขอพรได้ ถ้าหากมีเวลาเหลือ เราอาจออกจากเมืองไปยังอาราม Alaverdi ซึ่งเป็นมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในจอร์เจีย

ที่เที่ยวจอร์เจีย Telavi

แผนที่ : https://goo.gl/maps/KYQDe9KtXEu59Ncr5

2. Sighnaghi

Sighnaghi อยู่บนเนินเขาสูงกว่า 800 เมตรจากระดับน้ำทะเล อาคารบ้านเรือนที่นี่จะดูเก่าแก่โบราณในสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 และมีการปรับปรุงอีกครั้งในช่วงศตวรรษที่ 17

ที่เที่ยวจอร์เจีย Sighnaghi

นอกจากนี้ วิวทิวทัศน์ต่างๆก็สวยงามจนแทบจะหาที่ติไม่ได้ ร้านค้าในเมืองนั่นยังคงสภาพสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่เอาไว้ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งหลังคาบ้านแต่ละหลังของที่นี่ ก็พร้อมใจกันใช้สีแดงอิฐ ดูสวยงามโดดเด่นท่ามกลางหุบเขาที่ล้อมรอบ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณสามารถเดินเล่นได้เพลินๆ

ที่เที่ยวจอร์เจีย Sighnaghi

มีคู่รักมากมายที่ตกหลุมรักเมืองนี้ และมาจัดงานแต่งงานกันที่นี่ ทำให้เมือง Sighnaghi มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า The city of Love แห่งจอร์เจีย และอีกอย่างที่ทำให้ที่นี่มีชื่อเสียงโด่งดังนั่นก็เพราะว่าเมืองเเห่งนี้ ถือว่าเป็นเมืองที่ผลิตไวน์ชั้นยอดของโลก หรือเรียกว่าดี และมีคุณภาพมากที่สุดในประเทศจอร์เจียนั่นเอง

แผนที่ : https://goo.gl/maps/QymNPzTPe8tFDqfz8

3. Tusheti National Park

อุทยานแห่งชาติ Tusheti เป็นพื้นที่อนุรักษ์ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจอร์เจียและเป็นภูมิภาคที่ยังไม่ถูกทำลายทางนิเวศวิทยามากที่สุดแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของเทือกเขาคอเคซัส มีภูมิประเทศที่สวยงามและสัตว์คุ้มครอง เช่น แพะป่า เป็นสถานที่ที่ผู้รักธรรมชาติต้องไม่พลาดที่จะไปเยี่ยมชมทิวทัศน์อันงดงาม ป้อมปราการเก่าแก่ การต้อนรับอย่างอบอุ่น และวัฒนธรรมพื้นบ้านที่น่าตื่นตาตื่นใจ

ที่เที่ยวจอร์เจีย Tusheti National Park

ยังมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างเช่น Dartlo หรือบ้านที่สร้างจากหินก่ออิฐโบราณ นอกจากนี้ชีส Tusheti ยังมีรสชาติไม่เหมือนที่ไหนและควรลิ้มลองเป็นอย่างยิ่ง อุทยานแห่งชาติ Tusheti  เป็นหนึ่งในสถานที่ที่คุ้มค่าแก่การไปเยือน

ที่เที่ยวจอร์เจีย Tusheti National Park
ที่เที่ยวจอร์เจีย Tusheti National Park

แผนที่ : https://goo.gl/maps/dko6fuqMgx4wxRKf8

4. Uplistsikhe

เมืองถ้ำ Uplistsikhe ซ่อนตัวอยู่ในเนินเขาของภูมิภาค Shida Kartli นักโบราณคดีระบุว่าเป็นหนึ่งในการตั้งถิ่นฐานในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในจอร์เจีย

ที่เที่ยวจอร์เจีย Uplistsikhe

Uplistsikhe ตามภาษาจอร์เจียแปลว่า “ป้อมปราการของขุนนาง” ซึ่งเมืองถ้ำแห่งนี้ตั้งอยู่บนหินผา ใช้การก่อสร้างด้วยการขุดและเจาะจนเกิดเป็นถ้ำเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยขึ้นมา คาดว่าน่าจะก่อตั้งมาตั้งแต่ช่วงปลายของยุคสำริด ก่อนคริสต์ศักราชถึง 1,000 ปี ซึ่งถูกใช้เป็นที่อาศัยของคนมาจนถึงศตวรรษที่ 13 โดยสถานที่แห่งนี้ถือเป็นใจกลางเมืองของคนในยุคโบราณที่มีความสำคัญทางด้านการปกครองและศาสนา เนื้อที่ของเมืองนี้ครอบคลุมไปถึง 40,000 ตารางเมตร และในยุคที่รุ่งเรืองที่สุดก็มีประชากรอาศัยอยู่มากถึง 20,000 คนเลยทีเดียว

ที่เที่ยวจอร์เจีย Uplistsikhe

Uplistsikhe ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลก ดังนั้นจึงเป็นอีกสถานที่หนึ่งในประเทศจอร์เจียที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาดเด็ดขาด นอกจากความสวยงามของวิวธรรมชาติที่มองเห็นได้จากที่นี่แล้ว ยังได้ชมโบราณสถานที่เก่าแก่และมีประวัติศาสตร์อันยาวนานของประเทศนี้อีกด้วย นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมในปัจจุบันสามารถสำรวจกลุ่มที่อยู่อาศัยในถ้ำ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเมือง และค้นพบความสำคัญทางสถาปัตยกรรมของเมืองได้

แผนที่ : https://g.page/Chokoladobana?share

5. Gudauri

Gudauri ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 2,196 เมตร ห่างจากกรุง Tbilisi เมืองหลวงของจอร์เจียไปทางทิศเหนือราว 120 กิโลเมตร ได้ชื่อว่าเป็นสกีรีสอร์ทที่สมบูรณ์แบบที่สุดบริเวณเทือกเขาคอเคซัส เพราะระดับความลาดชันมีความเหมาะสม มีลานสกีที่หลากหลายเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่มาทุกระดับ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สงเสริมให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมในฤดูหนาวของจอร์เจียตั้งแต่เดือนธันวาคม-เดือนเมษายน

ที่เที่ยวจอร์เจีย Gudauri

กิจกรรมอื่นๆ บริเวณรอบๆพื้นที่เล่นสกีก็จะมีกิจกรรม Paragliding โดดร่มผาดโผนลงจากเทือกเขาสำหรับคนชอบความตื้นเต้น อีกทั้งยังมีการขี่มอเตอร์ไซค์เล่นลงเขา นั่งกระเช้าชมวิว เป็นต้น

ที่เที่ยวจอร์เจีย Gudauri

ดังนั้นผู้คนจึงใช้เวลาทำกิจกรรมอย่างอื่นนอกจากการเล่นสกีอยู่ที่นี่ได้ทั้งวันเพราะสามารถเที่ยวเล่นได้หลายอย่าง อีกทั้งยังมีโรงแรงบริการรองรับสำหรับคนที่ต้องการเล่นสกีหลายๆวันด้วย

แผนที่ : https://goo.gl/maps/rM4Wj9tiemYT3jds8

6. Jvari Monastery

วิหารจวารี (Jvari Monastery) โบสถ์แห่งไม้กางเขนอันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาคริสต์นิกายออโธดอกซ์ สร้างขึ้นเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 6 ตั้งอยู่ที่เมืองมิชเคทา (Mtskheta) เมืองหลวงเก่าของจอร์เจีย เป็นจุดตัดของแม่น้ำอักราวิและแม่น้ำมิกวาริ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1994

ที่เที่ยวจอร์เจีย Jvari

ภายในโบสถ์มีไม้กางเขนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางโถง มีตำนานเล่าขานว่า “นักบุญนีโน” (Saint Nino) แห่งคัปปาโดเกีย ได้นำไม้กางเขนนี้เข้ามา พร้อมเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในจอร์เจียเป็นครั้งแรกในช่วงต้นศตวรรษที่ 4 เล่ากันว่าขณะที่นักบุญนีโนปักไม้กางเขนลงบนพื้นดิน ได้เกิดเหตุการณ์ปาฎิหาริย์ และทำให้กษัตริย์และชาวเมืองหันมานับถือคริสต์ศาสนาอย่างจริงจัง

ที่เที่ยวจอร์เจีย Jvari

แผนที่ : https://goo.gl/maps/8kqEzoh3oukx98d36

7. Stepantsminda

เมือง Stepantsminda หรือชื่อเก่าที่คุ้นเคยกันอย่าง Kazbegi คือเมืองทางตอนเหนือของจอร์เจีย ห่างจากกรุง Tbilisi ประมาณ 145 กิโลเมตร ตั้งชื่อตามสเตฟาน พระภิกษุออร์โธดอกซ์ชาวจอร์เจียที่สร้างอาศรมในภูมิภาคนี้ สเตฟานส์มินดาเป็นจุดแวะพักที่สวยงามแห่งหนึ่งในจอร์เจีย

ที่เที่ยวจอร์เจีย Stepantsminda
ที่เที่ยวจอร์เจีย Stepantsminda

จุดเช้คอินที่ห้ามพลาดคือโบสถ์ Gergeti Holy Trinity หรือ Tsminda Sameba โบสถ์ชื่อดัง สัญลักษณ์สำคัญที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 บนความสูง 2,170 เมตร

ที่เที่ยวจอร์เจีย Stepantsminda

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่างๆ เช่น การเดินป่าผ่านเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ Kazbegi และการเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เช่น พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์วิทยา Kazbegi เป็นต้น

ที่เที่ยวจอร์เจีย Stepantsminda
ที่เที่ยวจอร์เจีย Stepantsminda

แผนที่ : https://goo.gl/maps/ckqVT3U9dhc2qbHh8

8. Vardzia

Vardzia เป็นเมืองถ้ำและอารามโบราณที่มีชื่อเสียงทางตอนใต้ของจอร์เจีย สร้างขึ้นมาจากฝีมือมนุษย์ ในช่วงศตวรรษที่ 11 ซึ่งชาวจอร์เจียนมาสร้างที่พักอาศัยกันที่ภูเขาหิน โดยใช้วิธีการขุดเจาะเข้าไป เพื่อหลบซ่อนตัวจากการรุกรานของกองทัพมองโกล ที่นี่มีด้วยกันถึง 19 ชั้น 6,000 ห้อง มีทั้งส่วนที่พักอาศัย และสถานที่ประกอบศาสนพิธี เป็นที่หลบภัยของประชาชนจำนวนมากถึง 50,000 คน

ที่เที่ยวจอร์เจีย Vardzia

ปัจจุบันบางส่วนของ Vardzia ถูกทำลายลงไปเนื่องจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และแม้ว่าจะถูกละทิ้งหลังจากการยึดครองประเทศของออตโตมันในศตวรรษที่ 16 แต่ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่อุดมสมบูรณ์และรอการจารึกในอนาคตให้เป็นหนึ่งในรายการมรดกโลกของยูเนสโก

ที่เที่ยวจอร์เจีย Vardzia

แผนที่ : https://goo.gl/maps/cBnRevknYVTsJVbz6

9. Rabati Fortress

ป้อมปราการ Rabati เป็นสถานที่สำคัญตั้งอยู่ที่เมือง Akhaltsikhe หรือที่มีชื่อเดิมว่า Lomisa เมืองเล็กๆ ในแคว้น Samtskhe-javakheti ทางตอนใต้ของจอร์เจีย สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 และได้รับการปรับปรุงใหม่ในปี 2554

ที่เที่ยวจอร์เจีย Rabati Fortress

ปราสาทด้านในประกอบด้วยอาคารหลายส่วน ซึ่งล้อมรอบด้วยแนวกำแพงหินที่ใช้เป็นป้อมปราการป้องกันข้าศึก อาณาเขตของปราสาทมีพื้นที่ถึง 7 เอเคอร์ ประกอบด้วยอาคารหลากหลายศิลปะและวัฒนธรรมที่ผสมกันมากมาย เช่น จอร์เจีย ออตโตมัน ยิว

ที่เที่ยวจอร์เจีย Rabati Fortress

แผนที่ : https://goo.gl/maps/5pt1X1FGmXQNmtM49

10. Mestia

Mestia เป็นเมืองทางตอนเหนือของจอร์เจีย ตั้งอยู่บนเทือกเขาคอเคซัส ที่ระดับความสูง 1,500 เมตร มีลักษณะเป็นหมู่บ้านอยู่บริเวณเขา และทุกบ้านจะมีปล่องไฟขนาดใหญ่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ที่เที่ยวจอร์เจีย Mestia

กิจกรรมที่มีให้ทำที่นี่ก็จะมีการขี่ม้าเที่ยวชมรอบหมู่บ้าน การปีนเขา และการเล่น Paragliding ที่จะทำให้ได้สัมผัสกับธรรมชาติและหุบเขาคอเคซัสอันสวยงามแบบ 360 องศาเลยทีเดียว

ที่เที่ยวจอร์เจีย Mestia
ที่เที่ยวจอร์เจีย Mestia

นอกจากนี้ ด้วยความที่หมู่บ้านแห่งนี้เป็นศูนย์กลางในการเที่ยวชมธรรมชาติในหุบเขาคอเคซัส จึงมีพิพิธภัณฑ์ที่เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของบริเวณหุบเขาคอเคซัสที่มีชื่อว่า Svaneti Museum of History and Ethnography ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีการจัดแสดงสิ่งของที่ถูกค้นพบในยุคสมัยเก่า เช่น เครื่องครัว อาวุธ เครื่องแต่งกาย รวมไปถึงรูปภาพและคัมภีร์ทางศาสนาต่าง ๆ อีกด้วย

ที่เที่ยวจอร์เจีย Mestia

แผนที่ : https://goo.gl/maps/9NBmz6ouhcasBD26A

11. Zugdidi

Zugdidi อยู่ในจังหวัด Samegrelo อยู่ทางตะวันตกของกรุง Tsibili ประมาณ 316 กิโลเมตร เป็นที่รู้จักตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ชื่อ Zugdidi มาจากภาษา Mingrelian แปลว่าเนินเขาใหญ่ เป็นเมืองที่มีเสน่ห์และแปลกตาและมีสถาปัตยกรรมที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว

ที่เที่ยวจอร์เจีย Zugdidi

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเริ่มจากพระราชวัง Dadiani ที่ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม และเพลิดเพลินไปกับการสำรวจโครงสร้างและบริเวณรอบ ๆ ของสถาปัตยกรรมในศตวรรษที่ 19

ที่เที่ยวจอร์เจีย Zugdidi

นอกจากนี้ยังมีสวนพฤกศาสตร์ Zugdidi โรงละคร ป้อมปราการ และ หากเดินทางออกไปนอกเมือง ก็จะกับพบความสวยงามของธรรมชาติ และผจญภัยใน Martvili Canyon

ที่เที่ยวจอร์เจีย Zugdidi
ที่เที่ยวจอร์เจีย Zugdidi
ที่เที่ยวจอร์เจีย Zugdidi

แผนที่ : https://goo.gl/maps/nWfgbrwyvDXFVcVX8

12. Ushguli

Ushguli เป็นเขตชุมชนเล็กๆ อยู่ริมแม่น้ำ Patara Enguri ในภูมิภาค Upper Svaneti ในหุบเขา Enguri บนแนวเทือกเขาคอเคซัส ทางตอนเหนือของประเทศจอร์เจีย สูงจากเชิงเขา Shkhara ราว ๆ 2,100 เมตร มีประชากร 200 คน ซึ่งถือว่าเป็นชุมชนที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป

ที่เที่ยวจอร์เจีย Ushguli
ที่เที่ยวจอร์เจีย Ushguli
ที่เที่ยวจอร์เจีย Ushguli

Ushguli ได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในชื่อ Upper Svaneti เมื่อปี 1996 จึงกลายเป็นชุมชนมรดกโลกที่สูงที่สุดในยุโรปไปโดยปริยาย

ที่เที่ยวจอร์เจีย Ushguli
ที่เที่ยวจอร์เจีย Ushguli

นอกจากบ้านเรือนที่มีลักษณะเก่าแก่โบราณน่าเที่ยวชมแล้ว หมู่บ้านแห่งนี้ยังอยู่ในจุดที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของจอร์เจีย เพราะขนาบข้างไปด้วยแนวเทือกเขาสูงใหญ่ ในฤดูร้อนจะเห็นทุ่งหญ้าสีเขียวขจีมีดอกไม้เล็ก ๆ แทรกแซมอยู่ ฤดูหนาวก็จะเต็มไปด้วยหิมะ งดงามราวกับดินแดนในเทพนิยาย  สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือน ณ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นจำนวนมาก

ที่เที่ยวจอร์เจีย Ushguli
ที่เที่ยวจอร์เจีย Ushguli

แผนที่ : https://goo.gl/maps/fsTXBhjqPKjJWAUg8

13. Batumi

เมืองชายฝั่ง Batumi หนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดของจอร์เจีย ได้รับความนิยมในฐานะลาสเวกัสแห่งทะเลดำในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ที่เที่ยวจอร์เจีย Batumi
ที่เที่ยวจอร์เจีย Batumi

สถานบันเทิงยามค่ำคืนในฤดูร้อนที่พลุกพล่าน แสงนีออน สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ และเทศกาลทางวัฒนธรรมทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ยอดนิยม และนักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาสนุกสนานและเต็มไปด้วยกิจกรรมต่างๆ ได้ที่นี่

ที่เที่ยวจอร์เจีย Batumi
ที่เที่ยวจอร์เจีย Batumi
ที่เที่ยวจอร์เจีย Batumi

แผนที่ : https://goo.gl/maps/C41H6bT7UFRW1rNc8

จอร์เจีย ประเทศเล็กๆ ที่สามารถได้ใจนักท่องเที่ยวที่ได้เดินทางไปสัมผัสธรรมชาติอันงดงาม ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันงดงาม ทำให้ใครหลายๆ คนหลงรักประเทศนี้ จากลิสต์สถานที่เที่ยวในจอร์เจียที่ Allianz Travel นำมาฝากเพื่อนๆ คงทำให้หลายๆ คนเพิ่มจอร์เจียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่อยู่ในลิสต์ของประเทศที่อยากไปกัน และตอนนี้จอร์เจียก็เปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศได้แล้ว เริ่มกดวันลาหรือมองหาวันหยุด เตรียมตัวแพ็คกระเป๋า แล้ววางแผนการเดินทางเพื่อไปสัมผัสกับธรรมชาติสุดสวยที่จอร์เจียกันได้เลย แต่ถึงแม้สถานการณ์จะดีขึ้นแล้วแต่ยังไงเราก็ควรอัพเดทข่าวสารและมาตรการในการเดินทางเข้าประเทศจอร์เจียกันด้วยนะคะ วางแผนการเดินทางและเตรียมความพร้อมให้ดี สิ่งสำคัญที่เราควรมีทุกครั้งที่เดินทางไปต่างประเทศคือ ประกันการเดินทาง Dance Moves จาก Allianz Travel  ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกิดจากเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัด ช่วยให้แผนการเดินทางของเราไม่สะดุด สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างอุ่นใจ ไร้กังวล*

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ขอบคุณข้อมูลจาก : Must-Visit Attractions in Georgia

เลือกแผนประกันเดินทางที่ใช่สำหรับคุณ ประกันการเดินทาง Dance Moves จาก Allianz Travel

ที่เที่ยวสิงคโปร์

10 ที่เที่ยวสิงคโปร์ สุดฮิต ที่ไม่ควรพลาด!

สิงคโปร์เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวไทย เหล่าช่างภาพ และอินสตาแกรมเมอร์ที่ต้องไปเยือนเพื่อเก็บภาพมาโพสต์ให้เหล่าแฟนคลับได้ดู การเดินทางไปพราะใช้เวลาในการเดินทางไม่นาน สามารถจัดเป็นทริประยะสั้นเพียงแค่ 1-2 วันหรือไปกลับภายในวันเดียวก็ได้ สิงคโปร์มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเป็นจำนวนมาก มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีประวัติความเป็นมา ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ศูนย์การค้าสุดหรู แหล่งช้อปปิ้ง และอาหารอร่อยขึ้นชื่อที่ได้รับความนิยมเป็นจำนวนมาก วันนี้ Allianz Travel ได้รวม 10 สถานที่ยอดนิยมที่ไม่ควรพลาดหากได้ไปเยือนสิงคโปร์มาให้ผู้ที่มีแผนกำลังจะเดินทางได้เก็บไว้ในเช็คลิสต์กันด้วยค่ะ

1. Jewel Changi Airport

จีเวล ชางงี แอร์พอร์ต (Jewel Changi Airport) เป็นอาคารศูนย์การค้าของสนามบินชางงีประเทศสิงคโปร์ ที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นสนามบินที่ดีที่สุดในโลกติดต่อกัน 7 ปี ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังระดับโลกคือ Moshe Safdie ผู้ออกแบบมารีน่า เบย์ แซนด์สร่วมกับสถาปนิกฝีมือดีอีกมากมาย เป็นอาคารที่เชื่อมต่อกับอาคารผู้โดยสาร 1, 2 และ 3 ส่วนอาคารผู้โดยสารที่ 4 จะมีรถรับส่งมายังอาคาร ลักษณะของอาคารเป็นรูปโดม ประกอบไปด้วยสวนป่า Forest Valley ที่มีน้ำตกในร่มที่สูงถึง 40 เมตรอย่าง The HSBC Rain Vortex และรายล้อมไปด้วยต้นไม้กว่า 2,000 ต้น

ภายในสนามบิน Jewel Changi ยังมีโรงภาพยนตร์ 2 แห่ง และส่วนที่ให้ความบันเทิงต่างๆ มีสวนในร่มที่มีเขาวงกตในสวนและจุดชมวิวที่สวยงาม และสไลเดอร์สูง 12 เมตร (ความสูงตึก 4 ชั้น) สามารถใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

เว็บไซต์ : https://www.jewelchangiairport.com/

แผนที่ : https://goo.gl/maps/YHXQH3teGoBwqLij8

2. Merlion Park

สวนสาธารณะขนาดเล็กริมอ่าวมารีน่าเบย์ (Marina Bay) เป็นที่ตั้งของรูปปั้นเมอร์ไลอ้อน (Merlion) ที่มีหัวเหมือนสิงโต และลำตัวของปลา มีน้ำหนัก 70 ตันและสูง 8.6 เมตร โดยตรงส่วนปากของมันจะมีน้ำพุพ่นออกมา โดยเจ้า Merlion ถือเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ประจำชาติ ของประเทศสิงคโปร์ และเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ที่มีผู้เข้าชมมากกว่า 1 ล้านคนต่อปี

สวนสาธารณะ Merlion เป็นจุดที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพ ไม่ว่าคุณจะกำลังถ่ายเซลฟี่ต่อหน้าสิ่งมีชีวิตที่เป็นสัญลักษณ์หรือถ่ายภาพทิวทัศน์อันงดงามจากสวนสาธารณะเมื่อมองออกไปนอกอ่าว

แผนที่ : https://g.page/merlion-park-singapore?share

3. Marina Bay Sands

Marina Bay Sands คือรีสอร์ทสุดหรูซึ่งเปิดให้เป็นศูนย์กลางการให้บริการอย่างครบวงจร ประกอบไปด้วย โรงแรม ศูนย์การค้า
แบรนด์เนม พิพิธภัณฑ์ ArtScience Museum ร้านอาหารชื่อดัง จุดชมวิวสูงของเมือง รวมไปถึงคาสิโนหรูด้วยค่ะ

อาคาร Marina Bay Sands มีเป็นลักษณะเหมือนไพ่สามใบเรียงกันโดยมีเรือวางอยู่ด้านบน ซึ่งเรือข้างบนชั้นที่ 57 มีชื่อว่า Sky Park ที่มีสระน้ำสุดหรูแบบ Infinity Pool ไว้คอยให้บริการลูกค้าของโรงแรม นอกจากนี้สระน้ำของ Marina Bay Sands ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นสระน้ำลอยฟ้าที่สูงที่สุดในโลกด้วยค่ะ นอกจากนี้ถ้ายืนอยู่ที่จุดชมวิว Sky Park เราสามารถมองเห็นวิวได้ทั่วทั้งเมือง ทั้งสะพานเกลียวคู่ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ท่าเรือ สวน Gardens by the Bay และเส้นขอบฟ้าที่สวยงาม

ความหรูหราสง่างามของ Marina Bay Sands แสดงให้เห็นถึงรูปแบบและสถานะของสิงคโปร์ในฐานะเมืองนานาชาติที่สำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เว็บไซต์ : http://www.marinabaysands.com/

แผนที่ : https://goo.gl/maps/PA31wnCD3FKgfeZA9

4. Raffles Hotel Singapore

Raffles Hotel Singapore สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2430 ตั้งชื่อตามผู้ก่อตั้งสิงคโปร์ ท่านเซอร์ สแตมฟอร์ด ราฟเฟิลส์ (Sir Stamford Raffles) และสร้างโดยพี่น้องตระกูลซาร์กีส์ที่รับดูแลผิดชอบโรงแรมหรูหราอื่น ๆ ในภูมิภาคนี้ในยุคอาณานิคม

ขอบคุณรูปภาพจาก : RAFFLES SINGAPORE

โรงแรมเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงแห่งนี้เป็นหนึ่งในโรงแรมของศตวรรษที่ 19 ที่ยิ่งใหญ่แห่งสุดท้ายของโลก และเป็นสถานที่สำคัญของเมืองมาเป็นเวลากว่าหนึ่งศตวรรษ และยังคงรักษาชื่อเสียงอันโด่งดังด้วยอาหารและบริการที่เป็นเลิศ สถาปัตยกรรมคลาสสิกและสวนเขตร้อน และเป็นตัวแทนของประวัติศาสตร์ที่หลากหลายและยาวนานของสิงคโปร์ ที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดที่มีบุคคลที่มีชื่อเสียงเคยมาพักผ่อน และสร้างสีสันให้กับโรงแรม อย่างเช่น ชาลี แชปลิน สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และรัดยาร์ด คิปลิง

เว็บไซต์ : www.raffles.com/singapore

แผนที่ : https://g.page/raffleshotelsingapore?share

5. Gardens by the Bay

Gardens by the Bay เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาที่ดินริมน้ำบริเวณรอบอ่าวมารีนา ใช้เป็นทั้งพื้นที่จัดแสดงงานและพื้นที่สาธารณะสำหรับกิจกรรมต่างๆ กินบริเวณถึง 250 เอเคอร์ (ราว 630 ไร่ ) นักท่องเที่ยวสามารถเดินจากอ่าวมาที่สวนนี้โดยใช้เวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น สวนแห่งนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ สวนริมอ่าวทางใต้ สวนริมอ่าวทางตะวันออก และอ่าวกลาง แต่ละส่วนยังแบ่งออกเป็นส่วนย่อยต่างๆอีก 7 โซน ได้แก่ Flower Dome, Cloud Forest, Supertree Grove, Heritage Gardens, Dragonfly & Kingfisher Lakes, Bay East Garden และ World of Plants

โซน Supertree Grove เป็นโซนที่ใหญ่ที่สุดและได้รับความนิยมมากที่สุด จุดเด่นจะเป็นกลุ่มโครงเหล็กขนาดยักษ์สีชมพูที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มีต้นไม้จำพวกสับปะรดสี เฟินชนิดต่างๆ กล้วยไม้ และไม้เลื้อยหลากชนิด รวมทั้งสิ้น 162,900 ต้น ปลูกเป็นสวนแนวตั้งบนลำต้นสูงขึ้นไปถึง 25-50 เมตร เทียบเท่ากับตึก 9-16 ชั้น เป็นอีกหนึ่งสวนพฤกษศาสตร์ริมอ่าวมารีน่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก

บริเวณด้านบนของ Supertree Grove มีการติดตั้งแผ่น Solar Cell เพื่อเก็บพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้เป็นพลังงานไฟฟ้าในสวน ตอนกลางคืนจะเห็นไฟประดับต้นไม้ยักษ์สวยงาม มีการแสดงแสง สี เสียง นอกจากนี้ยังมี Cloud Forest Dome น้ำตกในร่มที่สูงที่สุดในโลกซึ่งเราสามารถเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพจากที่นี่ได้

เว็บไซต์ : http://www.gardensbythebay.com.sg/en.html

แผนที่ : https://goo.gl/maps/gJDLK84yzJquRsDH6

6. Singapore Botanic Gardens

สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ (Singapore Botanic Gardens) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1859 โดยสมาคมเกษตรพืชสวน บนพื้นที่ 60 เอเคอร์และได้รับการแปลงโฉมจากพื้นที่เพาะปลูกที่ทิ้งร้างมาเป็นสวนเพื่อการสันทนาการ ส่วนแห่งนี้เป็นสวนแห่งแรกในประเทศที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก

ไฮไลต์ของที่นี่คือ National Orchid Garden (สวนกล้วยไม้แห่งชาติของสิงคโปร์) ซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงกล้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีพืชพรรณและกล้วยไม้กว่า 60,000 ต้น กิจกรรมยอดนิยมอื่นๆ ที่นิยมทำเมื่อได้ไปเที่ยวสวนแห่งนี้ คือ การเยี่ยมชมสวนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทะเลสาบเชิงนิเวศ สวนบอนไซ ประติมากรรม และสวนที่เป็นทางการอื่นๆ อีกหลายแห่ง

เว็บไซต์ : www.nparks.gov.sg/sbg

แผนที่ : https://goo.gl/maps/k7ucskwZYwxJ21WA7

7. Fort Canning Park

สวนสาธารณะฟอร์ทแคนนิงเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่บนเนินเขาใจกลางตัวเมืองสิงคโปร์ ที่ภายในแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆที่น่าสนใจทั้งทางด้านประวัติศาสตร์, ลานแสดงดนตรี และธรรมชาติอันร่มรื่น อยู่ติดกับ Clark Quay, พิพิธภัณท์แห่งชาติสิงคโปร์(Singapore National Museum) และใกล้กับย่านช้อปปิ้งถนนออชาร์ด(Orchard Road)

แต่เดิมบริเวณภูเขาแคนนิง(Mount Canning)เป็นเขตที่อยู่ของสุลต่านที่ปกครองเกาะสิงคโปร์ ต่อมา Sir Raffles ได้เข้ามายึดครองเกาะและได้ยึดเอาภูเขานี้เอาไว้เป็นเขตแดนของรัฐบาล ต่อมาที่นี่ได้กลายเป็นป้อมปราการและหอสั่งการณ์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองที่เรียกว่า Battle Box  ซึ่งปัจจุบันได้เปิดให้เป็นพิพิธภัณท์ที่เกี่ยวกับสงครามด้วย ทำให้ที่สวนแห่งนี้มีอาคารและสิ่งปลูกสร้างทางประวัติรวมกันอยู่มากมาย นอกจากนี้ก็จะมีสวนที่สร้างขึ้นเพื่อวิจัยพรรณพืชที่เกี่ยวกับเครื่องเทศต่างๆด้วย

จุดที่เป็นแลนด์มาร์คของผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ และเหล่าอินสตาแกรมเมอร์ทั้งหลาย ก็คืออุโมงบันไดวนที่มีพื้นหลังเป็นต้นไม้สีเขียว ซึ่งสถานที่แห่งนี้ยังได้รับความนิยมสำหรับคนที่ต้องการมาถ่ายพรีเว็ดดิ้งเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังสามารถชมแบบจำลองของตลาดเครื่องเทศ Raffles ที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1822 ตลอดจนประติมากรรมของอาเซียนที่สร้างขึ้นในทศวรรษ 1980

แผนที่ : https://goo.gl/maps/8bwejVX7E5bb6e2f8

8. Universal Studios Singapore

Universal Studios Singapore ตั้งอยู่บนพื้นที่ 49 เอเคอร์ของ Resorts World Sentosa เป็นสวนสนุกในธีมภาพยนตร์ฮอลลีวูดแห่งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยว อุปกรณ์เครื่องเล่น และความบันเทิงสำหรับครอบครัวและผู้ชื่นชอบในความตื่นเต้นเร้าใจ

โซนเครื่องเล่นแบ่งตามธีมภาพยนตร์ โดยมีทั้งหมด 7 โซนซึ่งถูกออกแบบให้มีเอกลักษณ์เฉพาะ ได้แก่ โซน Hollywood, New York, Sci fi City, Ancient Egypt, The Lost World, Far Far Away และ  Madagascar ซึ่งแต่ละโซนจะมีเครื่องเล่นและธีมของโซนนั้นๆ โดยบรรยากาศของแต่ละโซนจะถูกอ้างอิงมาจากภาพยนตร์ชื่อดังเรื่องต่างๆในเครือยูนิเวอร์แซลพิกเจอร์ เช่น Shrek, Madagascar, Jurassic Park และ Transformer โดยในเทศกาลต่างๆ จะมีการจัดธีมพิเศษแตกต่างกันออกไปตามเทศกาลนั้นๆ

เว็บไซต์ : https://www.rwsentosa.com/en/attractions/universal-studios-singapore/explore

แผนที่ : https://goo.gl/maps/bCa5As35SZQWAtXE7

9. Singapore Zoo

สวนสัตว์สิงคโปร์ เปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ.1973 และเป็นสวนสัตว์แห่งป่าฝนที่ดีที่สุดในโลก ได้รับรางวัลระดับประเทศและระดับสากลมากมาย สวนสัตว์แห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์กว่า 2,800 ตัวจาก 300 สายพันธุ์ (อาทิ จระเข้ สมเสร็จมลายู และเสือขาว) เป็นสวรรค์ของสัตว์ป่าพันธุ์ต่างๆ ในเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวก ความสะอาด และความน่าอยู่ โดยสัตว์ต่างๆ ได้รับการดูแลอย่างดี มีพืชพันธุ์เขียวชอุ่มและพื้นที่จำนวนมาก และเป็นที่ที่คนรักสัตว์ต้องแวะไปเยือน

ขอบคุณรูปภาพจาก : Unsplash |
Gillian Putri@gillsgillian

ที่นี่แบ่งเป็นโซนต่างๆ จำนวนทั้งสิ้น 11 โซน คุณจะได้พบกับสัตว์แปลกๆ ที่น่าสนใจมากมายในสวนสัตว์แห่งนี้ ที่อยู่ในถิ่นที่อยู่แบบเปิด ซึ่งออกแบบให้ใกล้เคียงถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติของสัตว์เหล่านั้นให้มากที่สุด ที่นี่ลิงอุรังอุตังจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ นักท่องเที่ยวสามารถชมมันแกว่งไปมาบนแท่นและกินผลไม้ สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีสัตว์อื่นๆ  เช่น ชิมแปนซีขนาดใหญ่ ม้าลาย เมียร์แคต มังกรโคโมโด หนูตุ่น เสือขาว จิงโจ้ และสัตว์อื่นๆ อีกมากมาย

เว็บไซต์ : www.wrs.com.sg/en/singapore-zoo

แผนที่ : https://g.page/sg-zoo?share

10. Orchard Road

ถนนออร์ชาร์ดนับเป็นสวรรค์ของนักช้อปทุกคน ตั้งแต่ห้างค้าปลีกหรูหราไปจนถึงภัตตาคารอาหารนานาชาติชั้นนำระดับโลก ย่านช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของสิงคโปร์แห่งนี้คือแหล่งรวมประสบการณ์อันหลากหลาย

ขอบคุณรูปภาพจาก : Unsplash | K8@k8_iv

หากแวะเยี่ยมชมถนนออร์ชาร์ด คุณจะได้ประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ตื่นตาตื่นใจ ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่ที่สุดของสิงคโปร์ ที่ขายสินค้าแบรนด์ดัง ของสะสมของเอเชีย และของที่ระลึกที่ไม่ซ้ำใคร ห้างสรรพสินค้าที่ออกแบบทันสมัย เป็นช็อปปิ้งคอมเพล็กซ์ที่ชวนตื่นตา มีตั้งแต่สินค้าแบรนด์หรูไปจนถึงแฟชั่นไฮสตรีท และร้านที่ขายของไลฟ์สไตล์ต่างๆ ชมผลงานศิลปะจากพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะของศิลปินชาวสิงคโปร์และศิลปินต่างชาติ ที่จะกระตุ้นแรงบันดาลใจและจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ของคุณ ไปจนถึงเดินดูเสื้อผ้าแฟชั่นราคาไม่แพง ตามสมัยนิยม และสถานเสริมความงามที่ราคาจับต้องได้ รวมทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ มากมาย

นอกจากนี้ยังมีโรงภาพยนตร์สี่แห่ง โรงภาพยนตร์ IMAX ร้านคาราโอเกะ KTV และร้านอาหารมากมายในบริเวณใกล้เคียงที่ให้บริการอาหารนานาชาติ

เว็บไซต์ : http://www.orchardroad.org/

แผนที่ : https://goo.gl/maps/A23x97WL1JfxPm2t7

10 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในสิงคโปร์ที่ Allianz Travel นำมาฝาก คงทำให้หลายๆ คนเพิ่มสิงคโปร์เป็นอีกหนึ่งประเทศที่อยู่ในลิสต์ของประเทศที่อยากไปกัน และตอนนี้สิงคโปร์ก็เปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศได้แล้ว เริ่มกดวันลาหรือมองหาวันหยุด เตรียมตัวแพ็คกระเป๋า แล้ววางแผนการเดินทางเพื่อไปเที่ยวกันได้เลย แต่ถึงแม้สถานการณ์จะดีขึ้นแล้วแต่ยังไงเราก็ควรอัพเดทข่าวสารและมาตรการในการเดินทางเข้าประเทศสิงคโปร์กันด้วยนะคะ วางแผนการเดินทางและเตรียมความพร้อมให้ดี สิ่งสำคัญที่เราควรมีทุกครั้งที่เดินทางไปต่างประเทศ คือ ประกันการเดินทาง ที่จะช่วยให้แผนการเดินทางของเราไม่สะดุด สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างอุ่นใจ ไร้กังวล ให้ความคุ้มครองครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกิดจากเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน*

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ขอบคุณข้อมูลจาก : 20 Top-Rated Tourist Attractions in Singapore | Visitsingapore.com

เลือกแผนประกันเดินทางที่ใช่สำหรับคุณ ประกันการเดินทาง Dance Moves จาก Allianz Travel

Singapore open border and exempt quarantine for vaccinated tourist

สิงคโปร์เปิดประเทศแล้ว นักท่องเที่ยวฉีดวัคซีนครบโดส ไม่ต้องกักตัว

สิงคโปร์เปิดประเทศ แล้ว! ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565 รัฐบาลสิงคโปร์จะเริ่มผ่อนคลายมาตรการคุมระบาดของโรคโควิด-19 โดยอนุญาตให้นักเดินทางจากทุกชาติที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบโดสแล้ว สามารถเดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัว รายละเอียดของมาตรการแตกต่างกันไปสำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วและยังฉีดไม่ครบโดส เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเที่ยวเกาะสิงคโปร์ได้อย่างมั่นใจ 

Jewel Changi Airport - สิงคโปร์เปิดประเทศ

1. สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดส

ผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสสามารถเดินทางเข้าสิงคโปร์ได้โดยไม่ต้องมีการขออนุมัติเข้าประเทศหรือการกักตัว แต่ต้องแสดงเอกสารยืนยันผลตรวจโควิด-19 ชนิด RT-PCR หรือ Antigen Rapid Test (ART) เป็นลบ ที่ออกโดยสถานพยาบาลในระยะเวลาไม่เกิน 2 วันก่อนการเดินทาง

*ผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วและเด็กอายุ 12 ปีและต่ำกว่าที่ยังได้รับวัคซีนไม่ครบโดสสามารถเดินทางเข้าประเทศสิงคโปร์ได้

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนออกเดินทาง:

2. สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนไม่ครบโดส

ผู้เดินทางระยะสั้นที่ได้รับวัคซีนไม่ครบโดส ทางสิงคโปร์ยังไม่อนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศสิงคโปร์ ยกเว้นในกรณีที่ได้รับการอนุมัติอื่น ๆ หรือมีเหตุจำเป็นต้องเดินทางเข้าประเทศสิงคโปร์

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนออกเดินทาง:

  •  ต้องดำเนินเรื่องการขออนุมัติเพื่อเดินทางเข้าประเทศสิงคโปร์: 
  • ระยะเวลา 2 วันก่อนออกเดินทาง: 
    • ทำการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี Polymerase Chain Reaction (PCR) หรือ Antigen Rapid Test (ART) ที่ได้รับการรับรองโดยสถานพยาบาล
  • เมื่อเดินทางมาถึงสิงคโปร์: 
    • ต้องเข้ารับการกักตัว 7 วัน (Stay-Home Notice: SHN) ณ ที่พักที่ท่านจองล่วงหน้าไว้
  • หลังครบกำหนดกักตัว: 
    • ทำการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี PCR

แนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันโควิด-19 เมื่อเดินทางมาสิงคโปร์

สวมหน้ากากอนามัย

นักท่องเที่ยวสามารถเลือกได้ว่าจะสวมหรือไม่สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่กลางแจ้ง แต่เมื่ออยู่ภายในอาคารจะต้องสวมหน้ากากอนามัยเสมอ ยกเว้นขณะรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม

การรวมกลุ่ม

อนุญาตให้รวมกลุ่มได้สูงสุด 10 คน

– การรับประทานอาหารในร้าน

ผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วสามารถรวมกลุ่มกันรับประทานอาหารในร้านได้สูงสุด 10 คน ไม่ว่าจะเป็นที่ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ศูนย์อาหาร และร้านกาแฟ โดยทางร้านจะมีการตรวจสอบสถานะการฉีดวัคซีนที่บริเวณทางเข้า

นักท่องเที่ยวสามารถอัพเดทข่าวสาร มาตรการการเดินทาง และติดตามสถานการณ์โควิด-19 ในสิงคโปร์ได้ทางเว็บไซต์ กระทรวงสาธารณสุข และ Gov.sg

ถึงแม้สิงคโปร์ หรือหลายๆ ประเทศ จะเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบโดสสามารถเดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัวแล้ว แต่เราก็ควรติดตามและอัพเดทข่าวสาร มาตรการการเดินทางเข้าประเทศของแต่ละประเทศ พร้อมทั้งวางแผนการเดินทางเพื่อเตรียมความพร้อมให้ดี และสิ่งสำคัญที่เราควรมีทุกครั้งที่เดินทางไปต่างประเทศ คือ ประกันการเดินทาง ที่จะช่วยให้แผนการเดินทางของเราไม่สะดุด สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างอุ่นใจ ไร้กังวล ให้ความคุ้มครองครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกิดจากเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน*

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ขอบคุณข้อมูลจาก: มาตรการการเดินทางเข้าสิงคโปร์สำหรับผู้เดินทางระยะสั้น : visitsingapore.com

เลือกแผนประกันการเดินทางที่ใช่สำหรับคุณ ประกันการเดินทาง Dance Moves จาก Allianz Travel

10 ที่เที่ยวเกาหลี ไม่ควรพลาด

10 ที่เที่ยวเกาหลี ไม่ควรพลาด

ใครคิดถึงเกาหลียกมือขึ้น! สำหรับคนที่คิดถึงสถานที่ท่องเที่ยว บรรยากาศ วัฒนธรรม ศิลปะ อาหาร ธรรมชาติ และความรู้สึกต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางที่ยวในประเทศเกาหลีใต้ บรรยากาศเหล่านั้นกำลังจะกลับมาอีกครั้ง หลังจากที่เกาหลีใต้ได้ประกาศเปิดประเทศต้อนรับนักเดินทางโดยไม่ต้องกักตัว และฟรีวีซ่าสำหรับคนไทย


วันนี้​ Allianz Travel ขอนำเสนอลิสต์ 10 ที่เที่ยวเกาหลี ยอดนิยมในเกาหลีใต้ที่หลายๆ คนคิดถึง มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ เพื่อใช้เป็นตัวช่วยในการทำเช็คลิสต์ที่เที่ยวเมื่อเดินทางไปเกาหลีใต้ ไปดูกันเลยว่ามีที่ไหนกันบ้าง

1. พระราชวังคยองบกกุง (Gyeongbokgung Palace)

พระราชวังคยองบกกุง (Gyeongbokgung Palace)

ใครที่ไปเที่ยวกรุงโซลจะต้องไม่พลาดพระราชวังคยองบกกุง ซึ่งเป็นพระราชวังที่เก่าแก่และขนาดใหญ่ที่สุดในกรุงโซล มีความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมสวยงาม และนักท่องเที่ยวมักสวมใส่ชุดประจำชาติเกาหลีหรือชุดฮันบกเพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ภายในบริเวณพระราชวัง มีพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ ที่จัดแสดงวัตถุโบราณของราชวงศ์โชซอน และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติ แสดงวิถีชีวิตดั้งเดิมของเกาหลี

2. โซลทาวเวอร์ (N Seoul Tower)

โซลทาวเวอร์ (N Seoul Tower)

หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองโซล เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1980 ตั้งอยู่บนยอดเขานัมซัง สูง 236 เมตร สามารถชมวิวเมืองโซลและบริเวณโดยรอบแบบพาโนราม่า นับว่าเป็นหนึ่งในทาวเวอร์ที่ให้วิวสวยที่สุดในเอเชีย

โซลทาวเวอร์ มีการปรับปรุงใหม่ในปี 2005 และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น N Seoul Tower โดย N ที่เพิ่มขึ้นมานั้นย่อมาจาก new look หรือ รูปแบบใหม่ ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนและพัฒนาการต่างๆ ทั้งการให้แสงไฟที่หลากหลายและสวยงามขึ้น รวมถึงภายในที่ตกแต่งใหม่ โดยมีร้านอาหารบนหอคอยที่จะหมุนครบรอบทุกๆ 48 นาที ชื่อว่า N Grill และห้องน้ำตกแต่งสไตล์อวกาศ โซล ทาวเวอร์ ยังเป็นที่เที่ยวสุดโรแมนติกที่คู่รักมักเดินทางมาคล้องกุญแจ Love Key Ceremony ไว้ที่ราวเหล็ก เพราะมีความเชื่อว่าคู่รักที่คล้องกุญแจจะมีความรักที่ยืนยาว

3. หมู่บ้านบุกชอนฮันอก (Bukchon Hanok Village)

หมู่บ้านบุกชอนฮันอก (Bukchon Hanok Village)

อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเกาหลีที่อยู่ท่ามกลางตึกรามบ้านช่องทันสมัยของกรุงโซล เป็นหมู่บ้านที่ยังคงกลิ่นอายของเกาหลีในยุคเก่าแก่ เหมาะสำหรับคนที่ชอบสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ภายในหมู่บ้านมีอาคารแบบดั้งเดิมของเกาหลีที่เรียกว่าฮันอก (hanok) กว่า 100 หลัง มีอายุเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยโชซอน ส่วนชื่อบุคชอน (Bukchon) แปลว่าหมู่บ้านทางตอนเหนือ ซึ่งตั้งตามตำแหน่งที่อยู่ทางทิศเหนือของสถานที่สำคัญ 2 แห่งของกรุงโซล คือ คลองชองกเยชอน (Cheonggyecheon Stream) กับ จงโร (Jongno)

4. เกาะเชจู (Jeju)

เกาะเชจู (Jeju)

ที่เที่ยวเกาหลี ยอดฮิตอีกแห่งก็คือ เกาะเชจู เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ เป็นเขตมรดกโลก และมีอากาศดีทั้งปี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามจนได้รับฉายานามว่าเป็นฮาวายเกาหลี ที่นี่เป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศยอดฮิตของคนเกาหลี และยังเป็นโลเคชั่นที่ถ่ายทำซีรีย์ดังๆ หลายเรื่อง ด้วยทิวทัศน์สวยงามทั้งทะเล หาดทราย ถ้ำ น้ำตก และหน้าผา ให้ได้เที่ยวชมและพักผ่อนหย่อนใจ

5. ย่านช้อปปิ้งเมียงดง (Myeongdong)

หนึ่งในย่านช้อปปิ้งที่เต็มไปด้วยร้านรวงขายสินค้านานาชนิด รวมถึงร้านอาหารหลากหลายประเภท และเป็นถนนช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงของกรุงโซล นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารรถเข็นแนว Street Food และมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อีกหลายแห่งตั้งอยู่บนถนนและตรอกซอกซอย  จึงเป็นสถานที่ซึ่งคุณสามารถเลือกซื้อเลือกหาสินค้านานาประเภทได้ตามใจชอบ ได้แก่ เสื้อผ้าแฟชั่น, รองเท้า, เครื่องสำอาง และอื่นๆ อีกมากมาย

6. อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน (Seoraksan National Park)

อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน (Seoraksan National Park)

ตั้งอยู่ในเมืองซกโช จังหวัดคังวอนโด เป็นอุทยานที่มีพื้นที่ถึง 354 ตารางกิโลเมตร และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในเกาหลี โดยใบไม้ที่นี่จะเป็นที่แรกๆ ในเกาหลีที่เริ่มเปลี่ยนสี โดยปกติใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีช่วงประมาณปลายเดือนกันยายน แต่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละปี จะมีสัญลักษณ์ของอุทยานป็นรูปปั้นหมีตั้งอยู่ภายในบริเวณพื้นที่ของอุทยาน นอกจากนี้เรายังสามารถขึ้นไปชมวิวทิวเขาได้โดยการนั่งกระเช้าขึ้นไปบนยอดเขา Gwongeumseong Fortress เพื่อขึ้นไปพิชิตจุดสูงสุดของยอดเขา และชมวิวรอบๆ ในมุมสูง นอกจากนี้เรายังสามารถเดินไปตามเส้นทางเดินป่าของทางอุทยานแห่งชาติซอรัคซาน เพื่อดื่มด่ำกับธรรมชาติและความสวยของอุทยาน โดยเส้นทางจะผ่านวัดและสะพานข้ามลำธารที่อยู่ภายในอุทยาน

7. ปูซาน (Busan)

ปูซานเป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับสองของเกาหลี มีชายหาดและรีสอร์ทที่สวยงามเรียงราย มีวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์มากมาย นอกจากนี้ยังมีหมู่บ้านบนเนินเขาของ Gamcheon เป็นหมู่บ้านสไตล์ยุโรปบนหน้าผาที่อยู่เหนือทะเลที่หลายคนบอกว่าเป็นซานโตรินีในเวอร์ชั่นเกาหลีบ้านและอาคารภายในหมู่บ้านถูกทาเป็นสีพาสเทลมีการประดับตกแต่งด้วยรูปปั้น และงานศิลปะแบบต่างๆ โดยรูปปั้นที่โด่งดังที่สุดคือรูปปั้นของเจ้าชายน้อย ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวที่หลายๆ คนจะต้องแวะมาถ่ายรูปด้วยเมื่อเดินทางมาท่องเที่ยวที่ปูซาน

8. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเกาหลี (National Museum of Korea)

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเกาหลี (National Museum of Korea)
ขอบคุณรูปภาพจาก : MUSEUMS OF THE WORLD

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเกาหลี เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลี ตั้งอยู่ในกรุงโซล เป็นสถานที่เก็บรวบรวมผสมผสานศิลปะ ประวัติศาสตร์ และโบราณคดี เพื่อแสดงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และบอกเล่าวเรื่องราวของชาวเกาหลี ตั้งแต่สมัยโบราณจนกระทั่งถึงยุคปัจจุบัน โดยวัตถุหรือสิ่งของที่อยู่ภายในพิพิธภัณฑ์มีอายุนับล้านปี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่รวบรวมสิ่งของทางประวัติศาสตร์ของเกาหลีมากมาย ตั้งแต่ยุคหินไปจนถึงงานศิลปะสมัยใหม่โดยศิลปินเกาหลี

9. ทางรถไฟดอกซากุระคยองฮวา (Gyeonghwa Station)

ทางรถไฟดอกซากุระคยองฮวา (Gyeonghwa Station)

ในช่วงประมาณต้นเดือนเมษายน สถานีรถไฟคยองฮวา เป็นจุดชมซากุระที่สวยอันดับต้นๆ ของเกาหลี เราสามารถนั่งมองรถไฟที่วิ่งผ่านอุโมงค์ดอกซากุระที่ออกดอกเรียงกันอยู่เต็มสองข้างทาง  สถานีรถไฟคยองฮวาได้ยกเลิกการใช้งานไปแล้วตั้งแต่ปี 2015 แต่จะเปิดให้รถไฟวิ่งเฉพาะในช่วงเทศกาล Jinhae Gunhangje Festival ซึ่งเป็นเทศกาลชมดอกซากุระของเมืองจินแฮ โดยรถไฟจะไม่ได้มาจอดที่สถานี เพียงแต่ใช้เป็นทางผ่านไปยังสถานีอื่นๆ

10. อิแทวอน (Itaewon)

อิแทวอน (Itaewon)
ขอบคุณรูปภาพจาก : Unsplash

ตั้งอยู่ในกรุงโซล ในเขตยงซานกู ใกล้กับแม่น้ำฮัน เป็นแหล่งช้อปปิ้งสำหรับชาวต่างชาติ ย่านอิแทวอนจะมีชาวต่างชาติอยู่มากมาย เป็นย่านที่เหมาะกับการเดินเล่น และช้อปปิ้ง ตลอดสองข้างทางของถนนเส้นหลักจะมีร้านค้ามากมาย ตั้งแต่ร้านค้าแบรนด์ชั้นนำ ร้านค้าแผงลอย ร้านอาหารนานาชาติ รวมไปถึงแหล่งเที่ยวกลางคืน เช่น สถานบันเทิง คลับ บาร์ นอกจากนี้เรายังสามารถมองเห็นโซลทาวเวอร์ และชมวิวของเมืองบนเนินเขาได้จากที่นั่งบนชั้นดาดฟ้าของร้านอาหารหรือคาเฟ่ในอิแทวอนได้อีกด้วย

10 สถานที่เที่ยวในเกาหลีที่เรานำมาฝากคงทำให้หลายๆ คนหายคิดถึงเกาหลีกันได้บ้างนะคะ หรืออาจจะทำให้คิดถึงมากขึ้นกว่าเดิมจนต้องกดลางาน แล้วเก็บกระเป๋าเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปเกาหลีใต้กันเลย แต่ถึงแม้เกาหลีจะเปิดประเทศให้นักเดินทางเดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัว และฟรีวีซ่าแล้ว แต่เราก็ควรอัพเดทข่าวสารการเดินทางเข้าประเทศ และวางแผนการเดินทางพร้อมกับเตรียมความพร้อมให้ดี และสิ่งสำคัญที่เราควรมีทุกครั้งที่เดินทางไปต่างประเทศ คือ ประกันการเดินทาง ที่จะช่วยให้แผนการเดินทางของเราไม่สะดุด สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างอุ่นใจ ไร้กังวล ให้ความคุ้มครองครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกิดจากเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน*

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

เลือกแผนประกันการเดินทางที่ใช่สำหรับคุณ ประกันการเดินทาง Dance Moves จาก Allianz Travel

เกาหลีเปิดประเทศ นักท่องเที่ยวไทย ฟรีวีซ่า ไม่ต้องกักตัว

เกาหลีใต้เปิดประเทศ นักท่องเที่ยวไทย ฟรีวีซ่า ไม่ต้องกักตัว เริ่ม 1 เมษายน นี้

Allianz Travel มีข่าวดีสำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่คิดถึงบรรยากาศการท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีใต้ ตอนนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศของสาธารณรัฐเกาหลีตัดสินใจที่จะยกเลิกการระงับข้อตกลงการยกเว้นวีซ่าชั่วคราว และบันทึกการแลกเปลี่ยนและการเข้าประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่าสำหรับ 46 ประเทศ ซึ่งรวมถึงผู้เดินทางจากประเทศไทยด้วย

โดยผู้เดินทางสามารถเดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า และไม่ต้องกักตัว ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565 นี้ โดยรายชื่อประเทศ / ภูมิภาคที่เคยถูกระงับชั่วคราว รวม 46 ประเทศมีดังนี้

1. ประเทศ / ภูมิภาคปลอดวีซ่า (21 ประเทศ) 

นาอูรู, แอฟริกาใต้, หมู่เกาะมาร์แชลล์, มอริเชียส, มอนเตเนโกร, บาห์เรน, บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา, บอตสวานา, เซอร์เบีย, เซเชลส์, อาร์เจนตินา, เอสวาตินี, เอกวาดอร์, โอมาน, ฮอนดูรัส, กาตาร์, แคนาดา, ตูวาลู, ปารากวัย, ฟิจิ, ออสเตรเลีย

2. ประเทศที่ลงนามในข้อตกลงยกเว้นวีซ่า (บันทึกการแลกเปลี่ยน) (25 ประเทศ)

กัวเตมาลา, สาธารณรัฐโดมินิกัน, รัสเซีย, เลโซโท, มาเลเซีย, โมร็อกโก, บาฮามาส, บราซิล, เซนต์ลูเซีย, ซูรินาเม, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, เฮติ, แอนทีกาและบาร์บิวดา, เอลซัลวาดอร์, อุรุกวัย, อิสราเอล, จาเมกา, ชิลี, คาซัคสถาน, คอสตาริกา, โคลอมเบีย, ไทย, ตุรกี, ตูนิเซีย, ตรินิแดดและโตเบโก

โดยผู้เดินทางของของประเทศหรือภูมิภาคดั่งกล่าวข้างต้นต้องลงทะเบียนผ่านระบบ K-ETA (Electronic Travel Authorization) ล่วงหน้าเพื่อเดินทางเข้าสู่ประเทศเกาหลีใต้

ขอบคุณรูปภาพจาก : K-ETA (Korea Electronic Travel Authorization)

สำหรับใครที่คิดถึงประเทศเกาหลีใต้ เตรียมตัววางแผนการเดินทาง และเตรียมตัวแพ็คกระเป๋ารอได้เลย แต่จากสถานการณ์โควิดในประเทศเกาหลีใต้ในตอนนี้ ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยังพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง ควรเช็คสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 และเงื่อนไขการเข้า-ออกประเทศอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้พลาดการอัพเดทข่าวสาร อย่างไรก็แล้วแต่เราควรมีการวางแผนการเดินทางที่ดี เตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อม และสิ่งสำคัญที่เราควรมีทุกครั้งที่เดินทางไปต่างประเทศ คือ ประกันภัยการเดินทาง เช่น ประกันภัยการเดินทาง “Dance Moves” จาก Allianz Travel ที่มีความคุ้มครองกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วยขณะเดินทาง เที่ยวบินล่าช้า และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ช่วยให้คุณทำกิจกรรมต่างๆ ตลอดทริปได้อย่างอุ่นใจ ไร้กังวล*

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ขอบคุณข้อมูลจาก: สถานเอกอัครราชฑูตสาธารณะรัฐเกาหลีประจำเอธิโอเปียและผู้แทนสาธารณะรัฐเกาหลีประจำสหภาพแอฟริกา

เลือกแผนประกันการเดินทางที่ใช่สำหรับคุณ ประกันการเดินทาง Dance Moves จาก Allianz Travel

เกาหลีใต้เปิดรับนักเดินทาง ไม่ต้องกักตัว

เกาหลีใต้เปิดประเทศแล้ว เข้าประเทศไม่ต้องกักตัว

สำหรับเพื่อนๆ ที่คิดถึงประเทศเกาหลีใต้เตรียมตัวแพ็คกระเป๋าเดินทางกันได้แล้ว กระทรวงสาธารณสุขของประเทศเกาหลีใต้ได้ประกาศยกเลิกข้อกำหนดเดิม และหันมารับนักเดินทางโดยไม่ต้องกักตัว เริ่มต้น 21 มีนาคมนี้

โดยผู้เดินทางต้องมีประวัติการฉีดวัดซีนครบ 2 เข็ม (Pfizer, Moderna, AstraZeneca, Johnson & Johnson, Novavax, Sinopharm(Beijing), Sinovac, Covishield, Covaxin, Covovax) และ 1 เข็มสำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีน Johnson & Johnson) และอยู่ในระยะเวลาระหว่าง 14-180 วัน ของการฉีดเข็มที่ 2 หรือได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 โดยสอดคล้องกับเกณฑ์ของ WHO

ผู้ที่มีประวัติการฉีดวัคซีนนอกประเทศเกาหลีใต้จะต้องลงทะเบียนในระบบของรัฐบาลประเทศเกาหลีใต้และได้รับการยืนยืนก่อน ถึงจะเดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้ได้โดยรับการยกเว้นการกักตัว โดยข้อมูลที่เกี่ยวข้องจะถูกเชื่อมผ่านระบบกรอกข้อมูลล่วงหน้า (Q-CODE)

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ลิงก์นี้ https://cov19ent.kdca.go.kr/cpassportal/

ระบบกรอกข้อมูลล่วงหน้า (Q-CODE) สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้
ขอบคุณรูปภาพจากเว็บไซต์ Q-CODE

มาตรการนี้จะไม่ครอบคลุมถึงผู้ที่เดินทางมาจากประเทศปากีสถาน อุซเบกิสถาน ยูเครน และเมียนมา ผู้เดินทางมาจากประเทศดังกล่าวยังต้องกักตัวแม้จะได้รับวัคซีนครบตามที่กำหนดแล้ว

นอกจากนี้ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้จะต้องตรวจโควิดเป็นจำนวน 3 ครั้ง คือ ก่อนเดินทางเข้าประเทศ และหลังจากเข้าประเทศแล้ว 1 วัน และหลังเดินทางเข้าประเทศแล้ว 6-7 วัน โดยใช้ผลตรวจแบบ Rapid Antigen Test ได้

แม้รัฐบาลประเทศเกาหลีใต้จะประกาศยกเลิกการกักตัว แต่สำหรับนักท่องเที่ยวไทยผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้ จะต้องขอวีซ่าจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย เท่านั้น เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 (COVID-19) ทำให้ตอนนี้ทางประเทศเกาหลีใต้ได้ระงับฟรีวีซ่าของประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทยไว้ก่อน

หลายๆ ประเทศเริ่มเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเข้าประเทศกันมากขึ้น หลังจากสถานการณ์โควิด-19 (COVID-19) เริ่มดีขึ้น ซึ่งนับเป็นข่าวดีของหลายคนที่เฝ้ารอการออกเดินทางไปต่างประเทศ จะได้เริ่มวางแผนการเดินทางและเตรียมแพ็คกระเป๋า และสิ่งสำคัญที่เราควรมีทุกครั้งที่เดินทางไปต่างประเทศ คือ ประกันภัยการเดินทาง ที่จะช่วยให้แผนการเดินทางของเราไม่สะดุด สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างอุ่นใจ ไร้กังวล ให้ความคุ้มครองครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกิดจากเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน*

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ขอบคุณข้อมูลจาก : สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย

เลือกแผนประกันการเดินทางที่ใช่สำหรับคุณ ประกันการเดินทาง Dance Moves จาก Allianz Travel