เที่ยวเกาหลี

ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวเกาหลี

เกาหลีใต้เริ่มเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวไทยสามารถเดินทางเข้าไปได้แบบ Free Visa และไม่ต้องกักตัวแล้ว ดังนั้นหากใครที่คิดที่จะเดินทางไปเที่ยวก็ต้องเตรียมพร้อม เรียนรู้กฎ มารยาท ข้อห้าม ที่ไม่เหมือนไทยเพื่อให้เราท่องเที่ยวได้อย่างสนุกไม่ติดขัด ซึ่งมีรายละเอียดอะไรบ้างมาดูกันเลยค่ะ

ข้อควรรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับประเทศเกาหลี

  • เวลาที่เกาหลีเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง
  • เกาหลีใต้มีฤดูกาล 4 ฤดูที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ได้แก่

1. ฤดูร้อน (Summer) อากาศร้อนชื้น มีฝนตกและลมมรสุม ตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนถึงต้นเดือนกันยายน อุณหภูมิประมาณ 20 ถึง 30 องศา

2. ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) อากาศเย็นสบาย ฝนตกน้อย มีใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงาม ช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน อุณหภูมิประมาณ 10 ถึง 20 องศา

autumn in south korea

3. ฤดูหนาว (Winter) อากาศหนาวเย็น มีหิมะตก อุณหภูมิต่ำสุด -10 องศา ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงอุณหภูมิประมาณ -5 ถึง 0 องศา

winter in south korea

4. ฤดูใบไม้ผลิ (Spring) อุณหภูมิเย็นสบายกำลังดีและมีดอกไม้หลายชนิดบาน เช่น ดอกซากุระ เริ่มช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม อุณหภูมิประมาณ 10 ถึง 20 องศา

spring in south korea
  • ระบบไฟฟ้าในเกาหลีใช้ไฟ 220 โวลต์ (เหมือนประเทศไทย) เป็นปลั๊กกลม 2 หรือ 3 ขา (มีสายดิน) หากมีเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น กล้องวิดีโอ โทรศัพท์เคลื่อนที่ เครื่องเป่าผม ควรมีปลั๊กหรือ  Adapter ติดตัวไปด้วย
  • บัตรโทรศัพท์มีขายทั่วไป ตามเคาน์เตอร์โรงแรม, ซุปเปอร์มาร์เก็ต ราคา 3,000 / 5,000 และ 10,000 วอน
  • ภาษาที่ใช้เป็นภาษาเกาหลี หรือ ฮันกึล คนเกาหลีส่วนใหญ่พูดภาษาจีนได้ ส่วนภาษาอังกฤษจะพบได้ตามสถานที่ท่องเที่ยว ป้ายแนะนำสถานที่ต่างๆ มีภาษาอังกฤษเขียนบอกเอาไว้ด้วย บางสถานที่มีป้ายภาษาไทยด้วย

สิ่งที่ห้ามทำในประเทศเกาหลี

กฎและวัฒนธรรมของแต่ละประเทศจะมีความแตกต่างกัน ดังนั้นหากเราเดินทางถึงเกาหลีแล้วก็อย่าลืมปฏิบัติตามทั้งสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ โดยสิ่งที่ไม่ควรทำในประเทศเกาหลีมีดังนี้

  • ห้ามแอบถ่ายรูป คนเกาหลีให้ความสำคัญกับสิทธิส่วนบุคคลมาก ดังนั้นการแอบถ่ายรูปบุคคลอื่นในที่สาธารณะเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายอย่างมาก ดังนั้นหากเจอหนุ่มหล่อ สาวสวยที่เกาหลี ต้องยั้งใจ ห้ามหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปกันนะคะ
  • การขึ้นลงบันได และบันไดเลื่อน หากเราไม่ได้เร่งรีบก็ให้ยืนชิดขวาสำหรับบันไดเลื่อน และเดินชิดขวาสำหรับบันไดปกติ เหมือนบ้านเรานั้นเอง
  • การทานอาหาร ในร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด หรือคาเฟ่ต่างๆ หลังทานแล้วจำเป็นต้องเก็บภาชนะ และเทขยะทิ้งลงถังขยะได้ และไม่ควรที่จะนำตะเกียบเสียบลงบนถ้วยอาหารเพราะเปรียบเสมือนการไหว้ศพหรือทำพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับความตาย
  • การใช้งานรถขนส่งสาธารณะไม่ว่าจะเป็นแท็กซี่และรถไฟต่างๆ ห้ามพูดคุยเสียงดังเด็ดขาด เพราะจะเป็นการรบกวนโชเฟอร์ขับรถ หรือรบกวนคนอื่นบนรถไฟ และถือว่าเป็นการเสียมารยาทเป็นอย่างมากในเกาหลี
train in south korea
  • การเข้าห้องน้ำในเกาหลี ไม่ต้องตกใจหากเห็นฝาชักโครกปิดอยู่ เพราะนั้นถือว่าเป็นสัญญานบ่งบอกว่าชักโครกนั้นสะอาดพร้อมใช้งาน ดังนั้นหากเราทำธุระเสร็จแล้วก็อย่าลืมปิดฝาให้เรียบร้อยด้วยนะคะ
  • การช้อปปิ้ง การต่อราคาในร้านค้าที่มีป้ายราคาบ่งบอกชัดเจนถือเป็นการเสียมารยาทในเกาหลี แต่สำหรับร้านที่ไม่มีป้ายบอกราคานั้นสามารถต่อได้ตามปกติค่ะ
shopping at south korea

การศึกษากฎและธรรมเนียมปฏิบัติของประเทศที่เรากำลังจะเดินทางไปเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญ เราควรปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด เราก็ควรศึกษาไปก่อนล่วงหน้า ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นสิ่งที่ต้องเตรียมตัว และข้อควรระวังที่จะทำให้เราเที่ยวได้อย่างสนุกในเกาหลี

เพื่อนๆ ที่กำลังวางแผนจะเดินทางไปเกาหลี ก็อย่าลืมสิ่งสำคัญอย่างประกันการเดินทาง และ Allianz Travel ขอนำแนะนำประกันการเดินทาง Dance Moves ที่จะช่วยให้ทริปการเดินทางของคุณราบรื่น ไม่มีสะดุดกับความคุ้มครองเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วยขณะเดินทาง เที่ยวบินล่าช้า และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ช่วยให้คุณทำกิจกรรมต่างๆ ตลอดทริปได้อย่างอุ่นใจ ไร้กังวล*

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

เลือกแผนประกันเดินทางที่ใช่สำหรับคุณ ประกันการเดินทาง Dance Moves จาก Allianz Travel

7 ประเทศกับกฎข้อห้ามสุดแปลก

7 ประเทศกับกฎข้อห้ามสุดแปลก

ปัจจุบันหลายๆ ประเทศได้เริ่มเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าไปได้แล้ว ซึ่งในบางประเทศนั้นอาจมีกฏหมายห้ามทำสิ่งต่างๆ ที่เราอาจมองว่าแปลกและคาดไม่ถึงกันเลยทีเดียว ดังนั้นก่อนเดินทางเราควรจะรู้กฏข้อห้ามเหล่านี้กันก่อน วันนี้ Allianz Travel จึงนำกฏข้อห้ามแปลกๆ บางส่วนของต่างประเทศมาให้ดูกันค่ะ

1. อิตาลี (Italy)

ห้ามคู่รักจูบกันในรถยนต์

แหล่งรวมข้อห้ามแปลกๆ ที่มีเยอะมาก โดยเราจะยกตัวอย่างมาให้ 5 ข้อห้ามใน 5 สถานที่ ดังนี้

  • เกาะคาปรี (Capri) ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนนิยมเดินทางไปมากจึงมีกฏห้ามใส่รองเท้าที่มีเสียงดังเวลาเดิน
  • เมืองอีโบลิ (Eboli) มีกฏห้ามคู่รักจูบกันในรถยนต์
  • เมืองเอราเคลีย (Eraclea) ห้ามก่อประสาททรายบนชายหาดเพราะเป็นการรบกวนการเดินเล่นบนชายหาดของคนอื่น
  • เมืองเวนิส (Venice) ห้ามให้อาหารนกพิราบที่จัตุรัสเซนต์มาร์ก
  • เมืองมิลาน (Milan) ห้ามทำหน้ามุ่ย หน้านิ่ว คิ้วขมวด หงุดหงิด

2. สิงคโปร์ (Singapore)

ห้ามเคี้ยวหมากฝรั่ง

สิงคโปร์เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีข้อห้ามแปลกๆ เยอะมาก เราไปดูกันเลยว่ามีข้อห้ามอะไรบ้าง

  • ห้ามเคี้ยวหมากฝรั่ง ใช้บังคับมาตั้งแต่ปี 1992 เนื่องจากคนที่เคี้ยวหมากฝรั่งมักคายทิ้งตามพื้นและเอาไปแปะตามพื้นที่สาธารณะ ทำให้สกปรก และสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้คนทีเผลอเหยียบ หรือเอามือพลาดไปโดน แต่ในปี 2004 มีการผ่อนผันให้ใช้หมากฝรั่งเพื่อการบำบัด หรือหมากฝรั่งนิโคตินสำหรับผู้ที่อยากเลิกบุหรี่ และปัจจุบันการเคี้ยวหมากฝรั่งไม่ผิดกฎหมายแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถนำหมากฝรั่งเข้าสิงคโปร์ได้คนละ 2 แพ็ค แต่ก็ยังมีข้อห้ามทิ้งหมากฝรั่งเรี่ยราดหรือพ่นลงพื้น
  • ห้ามเดินเปลือยในบ้านตัวเอง ที่สิงคโปร์ถือว่าการเดินเปลือยในพื้นที่ส่วนตัวของเราเองโดยไม่ปิดประตู หรือผ้าม่านจนอาจมีคนอื่นเห็นนั้น เป็นการสร้างความเดือดร้อนรำคาญต่อสาธารณชน หากมีคนแจ้งเจ้าหน้าที่หรือถูกจับได้ต้องถูกปรับ 2,000 เหรียญสิงคโปร์ หรือราว 46,945 บาท หรือจำคุกอย่างน้อย 3 เดือน
  • ห้ามขโมยใช้ไวไฟคนอื่น กฎหมายสิงคโปร์ถือว่าการใช้ไวไฟของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตคือการแฮกข้อมูล มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี
  • ห้ามลืมกดชักโครกสาธารณะ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับ 150 เหรียญสิงคโปร์ หรือราว 3,519 บาท
  • ห้ามให้อาหารนกพิราบ อาจถูกปรับถึง 500 เหรียญสิงคโปร์ หรือราว 11,731 บาทเลยทีเดียว
  • ห้ามเลี้ยงสัตว์แปลก สิงคโปร์ออกกฎหมายห้ามทั้งการเลี้ยง ผสมพันธุ์ หรือจำหน่ายสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื้อยคลานที่มาจากต่างถิ่นโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อปกป้องระบบนิเวศและความหลากหลายของประเทศ
  • ห้ามใช้เครื่องดนตรีสร้างความรำคาญให้กับคนที่ใช้ถนนหรือสถานที่สาธารณะอย่างถูกกฎหมาย หากฝ่าฝืนมีโทษปรับถึง 1,000 เหรียญสิงคโปร์

3. แคนาดา (Canada)

ห้ามในการดื่มเครื่องดื่มแอลกฮอลล์ในที่สาธารณะ

มีกฏหมายให้ร้านค้าสามารถปฎิเสธการรับเงินจากลูกค้าที่ใช้เหรียญจ่ายหากสินค้ามีมูลค่ามากกว่า 25 เหรียญ และยังมีกฏข้อห้ามในการดื่มเครื่องดื่มแอลกฮอลล์ในที่สาธารณะด้วย

4. ญี่ปุ่น (Japan)

ห้ามอ้วน

เมื่อเราเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น เราควรศึกษาข้อห้ามต่างๆ ให้ดี โดยข้อห้ามบางส่วนที่เรานำมายกตัวอย่างมีดังนี้

  • ห้ามอ้วนโดยกำหนดจากขนาดเอวสำหรับบุคลในช่วงอายุ 40-47 ปี คือ ไม่เกิน 86 ซม. สำหรับผู้ชายและ 90 ซม. สำหรับสตรี ซึ่งกฏข้อห้ามนี้ถูกออกมาเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพและโรคอ้วนในประเทศ ซึ่งหากใครเกินก็จะมีการเรียกเก็บเงินเพิ่ม
  • ห้ามวางตะเกียบพาดบนชามข้าว เพราะนั่นเป็นการกระทำในพิธีศพ หากเลิกใช้ตะเกียบแล้ว ให้วางตะเกียบลงบนจานสำหรับวางตะเกียบที่มักจะให้มาด้วยกันแทน
  • ห้ามเดินไปทานไป ควรหาสถานที่ที่สามารถรับประทานอย่างรวดเร็วแล้วค่อยไปทำธุระต่อ การทานอาหารในระบบขนส่งสาธารณะก็ถือเป็นเรื่องที่ไม่มีมารยาท ยกเว้นสำหรับรถไฟระยะไกลเท่านั้น
  • ห้ามสั่งน้ำมูกในที่สาธารณะ เราจะเห็นคนญี่ปุ่นสวมใส่หน้ากากอนามัยเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากพวกเขาต้องการหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายของเชื้อโรค
  • ห้ามให้ทิปในร้านอาหาร การให้ทิปในญี่ปุ่นอาจถือเป็นการดูถูกได้ ค่าบริการต่างๆ จะถูกรวมอยู่ในใบเสร็จที่ร้านอาหารแล้ว แม้กระทั่งคนขับรถแท็กซี่เองก็จะปฏิเสธค่าโดยสารที่ปัดเศษขึ้น ค่าบริการเท่าไหน ก็จ่ายเท่านั้น
  • หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์ในระบบขนส่งสาธารณะ คนญี่ปุ่นเคร่งครัดเรื่องมารยาทมาก คุณอาจได้ยินประกาศเตือนให้ปิดโทรศัพท์หลังจากเข้าไปในรถไฟ หรือบางครั้งก็เพียงเตือนให้ปิดเสียงและใช้ระบบสั่นเพื่อไม่ให้รบกวนผู้โดยสารคนอื่น ๆ แน่นอนว่ากฎเช่นนี้ทำให้ไม่มีการคุยโทรศัพท์ในรถไฟ

5. สหรัฐอเมริกา (United States)

ห้ามทำนายอนาคต

รัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา มีข้อห้ามที่แตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ โดยมีตัวอย่างข้อห้ามของรัฐต่างๆ ดังนี้

  • รัฐแมรีแลนด์ เมืองบัลติมอร์ (Maryland, Baltimore) เราจะไม่มีทางเห็นหมอดูตามสวนสาธารณะเด็ดขาด เพราะในเมืองบัลติมอร์จะมีกฏข้อห้ามในการทำนายอนาคตซึ่งถือว่าเป็นเรื่องผิดกฏหมาย หากฝ่าฝืนก็จะถูกปรับหรือจำคุก
  • รัฐอิลลินอยส์ (Illinois) ห้ามใส่กางเกงเอวต่ำมาตั้งแต่ปี 2011 ซึ่งมีข้อกำหนดชัดเจนเลยว่ากางเกงที่ใส่ห้ามต่ำกว่าสะโพกเกิน 3 นิ้ว คนที่ฝ่าฝืนก็จะถูกปรับ และทำงานบริการชุมชน
  • รัฐคอนเนตทิคัต (Connecticut) คุณสามารถมีอาหารในรถได้ แต่ห้ามกินเด็ดขาด ถ้าแอบกินเพียงนิดเดียว และกล้องจับภาพคุณได้ คุณจะได้รับโทษตามกฎหมาย
  • รัฐฮาวาย (Hawaii) ห้ามเดินไปพร้อมกับการใช้โทรศัพท์มือถือ เนื่องจากระหว่างที่เดินไม่ดูทางอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ ค่าปรับสำหรับผู้ทำผิดจะอยู่ที่ $15 แต่ไม่เกิน $99

6. คาซัคสถาน (Kazakhstan)

ห้ามถ่ายสิ่งที่เกี่ยวข้องกับทหาร และอาคารราชการ หากไม่ได้รับการอนุญาต

เวลาถ่ายรูปสถานที่ต่างๆ ในประเทศนี้จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะมีกฏข้อห้ามในการถ่ายสิ่งที่เกี่ยวข้องกับทหาร สนามบิน และอาคารราชการ หากไม่ได้รับการอนุญาตให้ถ่ายก็อาจถูกจับดำเนินคดีได้

7. เม็กซิโก (Mexico)

มีกฏข้อหมายเพื่อความปลอดภัยออกมาโดยเฉพาะสำหรับนักปั่น คือห้ามไม่ให้ยกเท้าออกจากที่ปั่นจักรยานเพื่อลดโอกาสที่จะสูญเสียการควบคุมและเกิดอุบัติเหตุ

จากกฎหรือข้อห้ามด้านบน เป็นแค่ตัวอย่างกฏหรือข้อห้ามบางส่วนที่มีอยู่ในแต่ละประเทศนะคะ เพราะฉะนั้นหากเราจะเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ เราควรมีการวางแผนการเดินทาง และศึกษากฏหรือข้อห้ามของสถานที่นั้นๆ เพิ่มเติม เพื่อให้เราสามารถเดินทางได้อย่างราบลื่น และไม่ทำผิดกฏหรือข้อห้ามของแต่ละสถานที่ที่เราเดินทางไป

และสิ่งสำคัญที่เราควรเตรียมไว้ก่อนเดินทาง คือ ประกันภัยการเดินทาง “Dance Moves” จาก Allianz Travel ที่มีความคุ้มครองกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วยขณะเดินทาง เที่ยวบินล่าช้า และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ช่วยให้คุณทำกิจกรรมต่างๆ ตลอดทริปได้อย่างอุ่นใจ ไร้กังวล*

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

เลือกแผนประกันการเดินทางที่ใช่สำหรับคุณ ประกันการเดินทาง Dance Moves จาก Allianz Travel

6 tips to survive a long haul flight

6 เคล็ดลับนั่งเครื่องบินนานๆ ไม่ให้เมื่อย และไม่น่าเบื่อ

หยุดยาวปีนี้มีแผนอยากไปเที่ยวต่างประเทศไกลๆ แต่เมื่อนึกถึงความเมื่อยล้าและน่าเบื่อกับการที่ต้องนั่งเครื่องบินนานหลายชั่วโมง ก็อาจทำให้เปลี่ยนใจกันไปเลย วันนี้  Allianz Travel มีเคล็ดลับในการแก้เบื่อ และช่วยผ่อนคลายร่างกายคลายเมื่อย เมื่อต้องนั่งเครื่องบินนานๆ มาฝากค่ะ

1. แต่งตัวให้สบาย

เลือกชุดที่ใส่สบายๆ อย่างเสื้อยืดแขนยาว กางเกงผ้าเนื้อนุ่มพร้อมนอน ไม่ใส่เสื้อผ้าที่รัดรูป หรือมีขนาดพอดีตัวมากเกินไป เพราะจะทำให้การลุกขึ้นเดินลำบาก รวมถึงเลือกใส่รองเท้าหุ้มส้น หรือรองเท้าผ้าใบที่ใส่สบายๆ และหลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าส้นสูง

2. เลือกที่นั่งที่ดีและเหมาะสมกับเรา

หากเรารู้ตัวว่าเป็นคนที่ต้องลุกไปทำธุระที่ห้องน้ำบ่อย ก็ควรที่จะเลือกที่นั่งริมทางเดิน เพื่อความสะดวกในการลุกเดินเข้าออก  แต่ถ้าเราชอบความเป็นส่วนตัว ก็อาจจะเลือกที่นั่งริมหน้าต่าง และจะได้ชมวิวทิวทัศน์ภายนอกไปด้วยได้

3. พกอุปกรณ์เอนเตอร์เทนแก้เบื่อ

ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ เครื่องเล่นเกม หูฟัง โหลดหนังหรือเพลงที่ชอบลงโทรศัพท์มือถือหรือ iPad เพราะการทำกิจกรรมที่ชอบจะช่วยให้เราเพลิดเพลิน คลายเครียด และแก้เบื่อได้ดีในระหว่างการเดินทาง แถมยังทำให้เรารู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วอีกด้วย

4. นอนหลับพักผ่อน

ถือโอกาสใช้เวลาว่างบนเครื่องบินนอนหลับยาวๆ และเตรียมที่ปิดตา ที่อุดหู และหมอนรองคอติดตัวไว้เวลาที่ต้องเดินทางไกล ช่วยให้เรานอนหลับบนเครื่องได้สบายขึ้น เป็นการนอนเอาแรงก่อนออกเที่ยวต่อเมื่อจุดหมายปลายทาง

5. ลุกเดินหรือขยับร่างกายบ้าง

การนั่งอยู่ในท่าเดิมบวกกับการนั่งอยู่ในที่แคบเป็นเวลานานจะทำให้เราเกิดอาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้ การขยับร่างกายหรือออกกำลังกายเบาๆ ด้วยการขยับขา หมุนข้อมือ ทำให้เราป้องกันอาการเหน็บชา หรือตะคริว ได้ในระดับหนึ่ง หรือหาโอกาสลุกเดินไปเข้าห้องน้ำ ยืดเส้นยืดสาย และบิดขี้เกียจก็ได้เ่ช่นกัน

6. พกขนมหรือลูกอมติดกระเป๋าไว้บ้าง

ถึงแม้ว่าสายการบินแบบฟูลเซอร์วิสจะมีบริการอาหารหรือเครื่องดื่มให้เราอยู่แล้ว แต่การพกขนมหรือของกินเล่นเล็กๆ น้อยๆ ที่เราชอบติดกระเป๋าไว้ เช่น ขนมแห้งๆ อย่างพวกคุกกี้ หรือ ธัญพืช เอาไว้เคี้ยวเวลาเบื่อๆ พอให้หายอยาก พออิ่มแล้วก็นอนต่อได้เลยค่ะ

เพียงทำตาม 6 เคล็ดลับนั่งเครื่องบินนานๆ ไม่ให้เมื่อย และไม่น่าเบื่อ และนึกถึงความสุขเมื่อเราเดินทางถึงเป้าหมายในทริปนี้ของเรารออยู่ข้างหน้าแล้ว การที่เราต้องนั่งเครื่องบินนานๆ ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าเบื่ออีกต่อไป และการเดินทางไปต่างประเทศทุกครั้ง เพื่อนๆ ก็ควรเตรียมตัวซื้อประกันภัยการเดินทางที่ให้ความคุ้มครองค่าใช้จ่ายทีเกิดจากสถานการณ์ไม่คาดฝันต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ประกันภัยการเดินทาง “Dance Moves” จาก Allianz Travel ที่มีความคุ้มครองกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วยขณะเดินทาง เที่ยวบินล่าช้า และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ช่วยให้คุณทำกิจกรรมต่างๆ ตลอดทริปได้อย่างอุ่นใจ ไร้กังวล*

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

เลือกแผนประกันการเดินทางที่ใช่สำหรับคุณ ประกันการเดินทาง Dance Moves จาก Allianz Travel

เกาหลีใต้เปิดรับนักเดินทาง ไม่ต้องกักตัว

เกาหลีใต้เปิดประเทศแล้ว เข้าประเทศไม่ต้องกักตัว

สำหรับเพื่อนๆ ที่คิดถึงประเทศเกาหลีใต้เตรียมตัวแพ็คกระเป๋าเดินทางกันได้แล้ว กระทรวงสาธารณสุขของประเทศเกาหลีใต้ได้ประกาศยกเลิกข้อกำหนดเดิม และหันมารับนักเดินทางโดยไม่ต้องกักตัว เริ่มต้น 21 มีนาคมนี้

โดยผู้เดินทางต้องมีประวัติการฉีดวัดซีนครบ 2 เข็ม (Pfizer, Moderna, AstraZeneca, Johnson & Johnson, Novavax, Sinopharm(Beijing), Sinovac, Covishield, Covaxin, Covovax) และ 1 เข็มสำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีน Johnson & Johnson) และอยู่ในระยะเวลาระหว่าง 14-180 วัน ของการฉีดเข็มที่ 2 หรือได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 โดยสอดคล้องกับเกณฑ์ของ WHO

ผู้ที่มีประวัติการฉีดวัคซีนนอกประเทศเกาหลีใต้จะต้องลงทะเบียนในระบบของรัฐบาลประเทศเกาหลีใต้และได้รับการยืนยืนก่อน ถึงจะเดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้ได้โดยรับการยกเว้นการกักตัว โดยข้อมูลที่เกี่ยวข้องจะถูกเชื่อมผ่านระบบกรอกข้อมูลล่วงหน้า (Q-CODE)

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ลิงก์นี้ https://cov19ent.kdca.go.kr/cpassportal/

ระบบกรอกข้อมูลล่วงหน้า (Q-CODE) สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้
ขอบคุณรูปภาพจากเว็บไซต์ Q-CODE

มาตรการนี้จะไม่ครอบคลุมถึงผู้ที่เดินทางมาจากประเทศปากีสถาน อุซเบกิสถาน ยูเครน และเมียนมา ผู้เดินทางมาจากประเทศดังกล่าวยังต้องกักตัวแม้จะได้รับวัคซีนครบตามที่กำหนดแล้ว

นอกจากนี้ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้จะต้องตรวจโควิดเป็นจำนวน 3 ครั้ง คือ ก่อนเดินทางเข้าประเทศ และหลังจากเข้าประเทศแล้ว 1 วัน และหลังเดินทางเข้าประเทศแล้ว 6-7 วัน โดยใช้ผลตรวจแบบ Rapid Antigen Test ได้

แม้รัฐบาลประเทศเกาหลีใต้จะประกาศยกเลิกการกักตัว แต่สำหรับนักท่องเที่ยวไทยผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้ จะต้องขอวีซ่าจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย เท่านั้น เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 (COVID-19) ทำให้ตอนนี้ทางประเทศเกาหลีใต้ได้ระงับฟรีวีซ่าของประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทยไว้ก่อน

หลายๆ ประเทศเริ่มเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเข้าประเทศกันมากขึ้น หลังจากสถานการณ์โควิด-19 (COVID-19) เริ่มดีขึ้น ซึ่งนับเป็นข่าวดีของหลายคนที่เฝ้ารอการออกเดินทางไปต่างประเทศ จะได้เริ่มวางแผนการเดินทางและเตรียมแพ็คกระเป๋า และสิ่งสำคัญที่เราควรมีทุกครั้งที่เดินทางไปต่างประเทศ คือ ประกันภัยการเดินทาง ที่จะช่วยให้แผนการเดินทางของเราไม่สะดุด สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างอุ่นใจ ไร้กังวล ให้ความคุ้มครองครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกิดจากเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน*

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ขอบคุณข้อมูลจาก : สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย

เลือกแผนประกันการเดินทางที่ใช่สำหรับคุณ ประกันการเดินทาง Dance Moves จาก Allianz Travel

7 Tips Traveling Alone

7 เคล็ดลับลุยเดี่ยว เที่ยวคนเดียวให้ปลอดภัย

บางครั้งการวางแผนเที่ยวเป็นกลุ่มอาจต้องประสบความยุ่งยาก ล่าช้า รอกันไปรอกันมา ทำให้บางคนที่มีความพร้อมเพียงพอตัดสินใจออกเดินทางคนเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ใช่ว่ายากมากจนเราทำไม่ได้ นอกจากต้องมีเรื่องความกล้ามาก่อนแล้ว สิ่งสำคัญคือเราจะต้องวางแผนเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทาง Allianz Travel ขอนำ 7 เคล็ดลับลุยเดี่ยว ออกท่องเที่ยวคนเดียวให้สนุก ปลอดภัย ไม่น่ากลัว

1. การเปิดใจและตัดความกลัวออกไป

เราอย่าเพิ่งกังวลไปล่วงหน้าว่าเราจะมีปัญหาอะไร ปัจจุบันมีอุปกรณ์หรือแอพพลิเคชั่นผ่านทางมือถือมากมายที่คอยช่วยเราในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดำรงชีวิต การกินอยู่ เส้นทาง หรือภาษาที่ใช้สื่อสารกับคนท้องถิ่น

Confident

2. การวางแผนล่วงหน้า

ใช้เวลาศึกษาสถานที่ท่องเที่ยว การเดินทาง และการจองที่พักก่อนออกเดินทาง ถ้าต้องเดินทางคนเดียว ก็ควรหาที่พักที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความปลอดภัย เดินทางสะดวก

Planing

3. การเลือกตั๋วเที่ยวบิน

บางครั้งเราอาจเลือกเที่ยวบินที่ราคาถูกและคุ้มค่าเป็นหลัก โดยไมได้คำนึงถึงเวลาออกเดินทาง และเวลาที่ไปถึงสถานที่ปลายทาง  แต่หากเราเดินทางคนเดียว และไปยังสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อน เราควรหลีกเลี่ยงเที่ยวบินที่เดินทางถึงสถานที่ปลายทางในตอนกลางคืน เพราะอาจไม่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางคนเดียว

Ticket

4. ทำตัวให้กลมกลืนกับคนท้องถิ่น

อย่าทำตัวเป็นจุดสนใจ เพื่อที่จะได้ไม่เป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพ และไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้กับคนแปลกหน้า ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่พัก หรือแผนการท่องเที่ยวของเรา

Make yourself like local people

5. ควรใช้กระเป๋าเป้สะพายหลังแทนการใช้กระเป๋าเดินทางใบใหญ่

ไม่พกสิ่งของมีค่าและไม่ขนข้าวของที่มากเกินความจำเป็น เพื่อให้เดินทางได้อย่างคล่องตัว และปลอดภัยจากมิจฉาชีพ

Using backpack

6. อย่าขาดการติดต่อ

ถึงแม้ว่าการเดินทางท่องเที่ยวของเราจะสนุกแค่ไหน ก็อย่าลืมที่จะหมั่นติดต่อกลับไปหาครอบครัวหรือคนใกล้ชิด รายงานเป็นระยะว่าจะไปที่ไหน ทำอะไร กลับถึงที่พักกี่โมง และเมื่อถึงที่พักแล้ว ควรติดต่ออีกครั้งเพื่อให้ครอบครัวได้ทราบความเคลื่อนไหว และไม่ต้องเป็นห่วง

Communication with family and friend

7. ทำประกันภัยการเดินทาง

เพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วย การเกิดอุบัติเหตุ เที่ยวบินล่าช้า หรือแม้แต่สัมภาระสูญหาย การมีประกันภัยการเดินทางติดตัวไว้ก็ช่วยให้เราท่องเที่ยวได้อย่างอุ่นใจ สนุก และรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น*

Buy Travel Insurance

อุ่นใจทุกการเดินทางไปกับแผนประกันภัยการเดินทาง Dance Moves จาก Allianz Travel สนใจซื้อประกันการเดินทาง คลิกเลย!!

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

เรามุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือและดูแลคุณ

อลิอันซ์ทราเวลเป็นผู้นำระดับโลกด้านประกันภัยการเดินทางและบริการช่วยเหลือทั่วไป เรามีแผนประกันภัยที่หลากหลายให้เลือก ครอบคลุมตั้งแต่แผนรายเที่ยว แผนรายปี แผนครอบครัว ไปจนถึงแผนเดินทางศึกษาต่อต่างประเทศ เราทุ่มเทที่จะให้บริการช่วยเหลือและปกป้องคุณทุกที่ ทุกเวลาเท่าที่เราจะทำได้ เราไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประกันภัยและการให้ความช่วยเหลือ แต่เรามุ่งเน้นไปที่สิ่งที่มากกว่านั้น และทุกบริการของเราก็เพื่อลูกค้าคนสำคัญของเรา

Thailand Passport Office in Bangkok and Metropolitan Region

8 สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ช่วงนี้หลายคนเริ่มวางแผนสำหรับการเดินทางไปต่างประเทศกันแล้ว แต่อย่าลืม!! ตรวจสอบวันหมดอายุของพาสปอร์ต (Passport) กันด้วยนะคะ ถ้าพาสปอร์ตหมดอายุ หรือมีอายุเหลือไม่ถึง 6 เดือน เราต้องดำเนินการทำพาสปอร์ตใหม่ แล้วถ้าเราต้องการทำพาสปอร์ตในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเราจะสามารถทำได้ที่ไหนบ้าง? วันนี้ Allianz Travel ได้นำข้อมูลสถานที่สำหรับทำพาสปอร์ต (Passport) หรือ หนังสือเดินทางในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มาฝากทุกคนกันค่ะ ไปดูกันเลยว่ามีที่ไหนกันบ้าง

1. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ

วันทำการ : เปิดบริการจันทร์ – ศุกร์ (เวลา 08.30 – 16.30 น.)

ที่อยู่ : 123 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

โทรศัพท์ : Call Center 02 572 8442 หรือ 02 203 5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุล

Google Map : https://goo.gl/maps/YpY9ge5U6WFQU92g9

2. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางนา – ศรีนครินทร์

วันทำการ : เปิดบริการจันทร์ – ศุกร์ (เวลา 10.00 – 18.00 น.)

ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C

โทรศัพท์ : 02 136 3800, 02 136 3802 และ 093 -0105246

โทรสาร : 02 136 3801

Google Map : https://goo.gl/maps/Dbi895MLxKVcPy117

3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว สายใต้ใหม่ – ตลิ่งชัน

วันทำการ : เปิดบริการจันทร์ – ศุกร์ (เวลา 08.30 – 16.30 น.)

ที่อยู่ : อาคาร SC Plaza สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต่ใหม่) ถนนบรมราชชนนี

โทรศัพท์ : 02 422 3431

โทรสาร : 02 422 3432

Google Map : https://goo.gl/maps/W1c3SimQKp6JDsRe7

4. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว มีนบุรี

วันทำการ : เปิดบริการจันทร์ – ศุกร์ (เวลา 10.00 – 18.00 น.)

ที่อยู่ : ศูนย์การค้าบิ๊กซี สาขาสุวินทวงศ์ 29 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กทม. 10510

โทรศัพท์ : 02 024 8362-64

โทรสาร : 02 024 8361

Google Map : https://goo.gl/maps/5APaCnZLrY5JJQBJ8

5. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว MRT คลองเตย

วันทำการ : เปิดบริการจันทร์ – ศุกร์ (เวลา 08.30 – 16.30 น.)

ที่อยู่ : สถานีรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) คลองเตย ถนนพระราม 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กทม. 10110

โทรศัพท์ : 02-024-8896, 093-010-5247

โทรสาร : 02-024-8897

Google Map : https://goo.gl/maps/i7R3WB8HygBAd6RA8

6. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปทุมวัน

วันทำการ : เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – ศุกร์ (เวลา 10.00 – 18.00 น.)

ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (MBK CENTER)ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

โทรศัพท์ : 02 126 7612

โทรสาร : 02 126 7613

Google Map : https://goo.gl/maps/hbDSJVC868QqUmuJ6

7. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ธัญบุรี

วันทำการ : เปิดบริการจันทร์ – ศุกร์ (เวลา 10.00 – 18.00 น.)

ที่อยู่ : ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 3 ถนนพหลโยธิน ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

Google Map : https://goo.gl/maps/g3LD3JMZM9hqyVjU6

8. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่

วันทำการ : เปิดบริการจันทร์ – ศุกร์ (เวลา 11.00 – 18.00 น.)

ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี

Google Map : https://goo.gl/maps/gzGCDpW928c6W6739

โดยการทำพาสปอร์ตสามารถจองคิวผ่านระบบออนไลน์ล่วงหน้าสำหรับการทำหนังสือเดินทางได้ที่เว็บไซต์ : www.qpassport.in.th

: ข้อมูล ณ​ วันที่ 4 ตุลาคม 2564

นอกจากการเตรียมตัวเรื่องพาสปอร์ต (Passport) หรือ หนังสือเดินทางให้พร้อมแล้ว ก่อนเดินทางควรศึกษาข้อมูลการเดินทางของประเทศที่เราต้องการเดินทางไป พร้อมกับเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการเดินทาง และสิ่งสำคัญที่เราควรมีทุกครั้งที่เดินทางไปต่างประเทศ คือ ประกันภัยการเดินทาง ที่จะช่วยให้แผนการเดินทางของเราไม่สะดุด สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างอุ่นใจ ไร้กังวล ให้ความคุ้มครองครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกิดจากเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน* เลือกแผนประกันการเดินทางที่ใช่สำหรับคุณ แผนประกันการเดินทาง Dance Moves จาก Allianz Travel สนใจซื้อแผนประกันการเดินทาง คลิกเลย!!

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

เรามุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือและดูแลคุณ

อลิอันซ์ทราเวลเป็นผู้นำระดับโลกด้านประกันภัยการเดินทางและบริการช่วยเหลือทั่วไป เรามีแผนประกันภัยที่หลากหลายให้เลือก ครอบคลุมตั้งแต่แผนรายเที่ยว แผนรายปี แผนครอบครัว ไปจนถึงแผนเดินทางศึกษาต่อต่างประเทศ เราทุ่มเทที่จะให้บริการช่วยเหลือและปกป้องคุณทุกที่ ทุกเวลาเท่าที่เราจะทำได้ เราไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประกันภัยและการให้ความช่วยเหลือ แต่เรามุ่งเน้นไปที่สิ่งที่มากกว่านั้น และทุกบริการของเราก็เพื่อลูกค้าคนสำคัญของเรา