๊Universities in New Zealand with Scholarship

จัดเต็ม! 8 มหาวิทยาลัยในนิวซีแลนด์ พร้อมทุนการศึกษา

Allianz Travel จะมาแนะนำ 8 มหาวิทยาลัยในประเทศนิวซีแลนด์ ที่มีความน่าสนใจ มีบรรยากาศน่าเรียน และมีทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนและนักศึกษาต่างชาติอย่างเราด้วย

1. UNIVERSITY OF CANTERBURY

รูปภาพจาก : https://www.canterbury.ac.nz/

มหาวิทยาลัย Canterbury เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยอายุกว่า 100 ปี ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Christchurch ที่นี่ให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์การเรียนและทำงานให้แก่นักศึกษา เพื่อให้เติบโตในสายงานของตนเองได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังมีองค์กรดูแลนักศึกษาต่างชาติในเรื่องต่างๆ อย่างเช่น วีซ่า, ชมรมนักศึกษา, การหาที่พัก, การให้คำปรึกษาระหว่างเรียน, ทุนเรียนต่อ ฯลฯ ซึ่งช่วยให้นักศึกษาต่างชาติรู้สึกสบายใจและอุ่นใจมากขึ้น เมื่อมาเรียนต่อในต่างประเทศ

ทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนต่างชาติ: มีประเภทของทุนที่หลากหลาย เช่น ทุนค่าเล่าเรียน, ทุนช่วยเหลือค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ที่มีผลการเรียนดี, รางวัลความเป็นเลิศทางวิชาการ, กองทุนหรือมูลนิธิเพื่อนักศึกษา ฯลฯ

ค่าเรียนต่อปี : เริ่มต้น 28,000 NZD หรือประมาณ 625,000 บาท (สำหรับ 120 หน่วยกิต)

2. MASSEY UNIVERSITY

รูปภาพจาก : https://www.massey.ac.nz/

มหาวิทยาลัย Massey ติดอันดับ 1 ใน 5 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศนิวซีแลนด์ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1879 โดยเริ่มจากเป็นวิทยาลัยเกษตรกรรมมาก่อน ปัจจุบันมีวิทยาเขตทั้งหมด 3 แห่ง เป็นมหาวิทยาลัยเดียวในนิวซีแลนด์ที่เปิดการเรียนการสอนสาขาการบินด้วย และคณะที่มีชื่อเสียงคือคณะสัตวศาสตร์และวิทยาศาสตร์นาโน ที่นี่มีคอร์สเปิดมากมายตั้งแต่การเรียนปรับภาษาอังกฤษ, ระดับปริญญาตรีไปจนถึงระดับปริญญาเอก (เปิดเฉพาะคณะแพทยศาสตร์) รวมถึงมีหอพักนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยด้วย

ทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนต่างชาติ: มีทั้งช่วยเรื่องค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ทุน George Terry Memorial, ทุนความเป็นเลิศทางวิชาการ, ทุนช่วยเหลือของแต่ละภาควิชา, ทุนสถานทูต ฯลฯ

ค่าเรียนต่อปี : เริ่มต้น 27,330 NZD หรือประมาณ 608,000 บาท (สำหรับ 120 หน่วยกิต)

3. UNIVERSITY OF AUCKLAND

รูปภาพจาก : https://www.auckland.ac.nz/

มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของนิวซีแลนด์และยังติดอยู่ใน Top 50 มหาวิทยาลัยโลกด้วย (จัดอันดับโดย QS World University Ranking) ในสาขาวิชาโบราณคดี, ศึกษาศาสตร์, พยาบาลศาสตร์, ภูมิศาสตร์, และศิลปะการแสดง มีวิทยาเขตทั้งหมด 8 แห่ง (รวม Marine campus และ Wine science centre) มหาวิทยาลัยให้การสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของนักศึกษาเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าสนับสนุนให้นักศึกษาเต็มที่ทั้งการเรียนและการใช้ชีวิตเลยทีเดียว

ทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนต่างชาติ: ให้ตั้งแต่นักศึกษาระดับปริญญาตรี-โท-เอก และยังมีทุนสำหรับนักเรียนต่างชาติของแต่ละคณะ/สาขาวิชาด้วย เช่น ทุนสำหรับนักเรียนชนชาติเอเชีย, ทุนสำหรับงานวิจัย, รางวัลผู้ชนะการประกวดต่างๆ ฯลฯ

ค่าเรียนต่อปี : เริ่มต้น 33,894 NZD หรือประมาณ 757,000 บาท (สำหรับ 120 หน่วยกิต)

4. LINCOLN UNIVERSITY

รูปภาพจาก : https://www.lincoln.ac.nz/

หนึ่งในมหาวิทยาลัยเก่าแก่ของประเทศนิวซีแลนด์ ก่อตั้งขึ้นในปี 1880 เดิมเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัย Canterbury แต่แยกตัวออกมาในปี 1990 มหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากนักศึกษาต่างชาติ โดยเฉพาะการเรียนการสอนเกี่ยวกับการเกษตรและป่าไม้ ที่มีการผสมผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ เพื่อพัฒนาและสนับสนุนการเกษตรและสิ่งแวดล้อมได้อย่างลงตัว ที่นี่มีเพียง 1 วิทยาเขต เรียกว่า “Te Waihora” อยู่ห่างจาก Christchurch มาเล็กน้อย

ทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนต่างชาติ: ทุนช่วยเหลือค่าเล่าเรียนระดับปริญญาโท (เกือบทุกคณะ), ทุน Leaver, ทุนด้านวิชาการและภาษาอังกฤษ เป็นต้น

ค่าเรียนต่อปี : เริ่มต้น 29,100 NZD หรือประมาณ 647,000 บาท (สำหรับ 120 หน่วยกิต)

5. AUCKLAND UNIVERSITY OF TECHNOLOGY (AUT)

รูปภาพจาก : https://www.aut.ac.nz/

ก่อตั้งปี 1895 ในชื่อ Auckland Technical School และได้เปลี่ยนมาเป็นมหาวิทยาลัยในปี 2000 ปัจจุบันมีวิทยาเขตทั้งหมด 3 แห่ง ถึงแม้จะมีคณะและสาขาเปิดไม่มากนัก แต่ที่นี่ก็ถือว่าได้รับความนิยมอย่างมากจากนักศึกษาต่างชาติ ทั้งการดีไซน์อาคารเรียนที่สวยงาม ทันสมัย, บรรยากาศการเรียนสนุกสนาน และยังมีพัฒนาการเรียนการสอนอยู่เสมอ สังเกตได้จากการไต่ขึ้นอันดับมหาวิทยาลัยโลกที่มีการปรับขึ้นอยู่เรื่อยๆ

ทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนต่างชาติ: มีทั้งจากมหาวิทยาลัยเอง และกระทรวงการต่างประเทศด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษามากทีเดียว เช่น ทุน NZAID, ทุนงานวิจัยระดับปริญญาเอก, ทุนของสถานทูตของแต่ละประเทศ ฯลฯ

ค่าเรียนต่อปี : เริ่มต้น 30,092 NZD หรือประมาณ 672,000 บาท (สำหรับ 120 หน่วยกิต)

6. UNIVERSITY OF OTAGO

รูปภาพจาก : https://www.otago.ac.nz/

มหาวิทยาลัย Otago เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดของนิวซีแลนด์ ตั้งอยู่ใน Dunedin ทางตอนใต้ของนิวซีแลนด์ จุดเด่นของมหาวิทยาลัยนี้ คือ คณะ/สาขาหลากหลาย, การเรียนการสอนที่ทันสมัยและคณาจารย์ที่เก่งมาก จนได้รับรางวัล Prime Minister’s Supreme Award for Teaching Excellence ที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกระดับ world-class ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุด, ห้องเรียน-แล็บ, ลานกิจกรรม ฯลฯ

ทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนต่างชาติ: มีทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาต่างชาติสูงถึง 15,000 NZD/ปี และทุนการศึกษาอื่นๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เช่น ทุนเดินทางทำวิจัยสำหรับนักศึกษาปริญญาเอก, ทุนงานวิจัย, ทุนช่วยเหลือค่าเล่าเรียน, ทุนสำหรับผู้ที่ศึกษาวิชาประวัติศาสตร์, รางวัลสำหรับนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ฯลฯ

ค่าเรียนต่อปี : เริ่มต้น 27,156 NZD หรือประมาณ 607,000 บาท (สำหรับ 120 หน่วยกิต)

7. UNIVERSITY OF WAIKATO

รูปภาพจาก : https://www.waikato.ac.nz/

มหาวิทยาลัย Waikato ก่อตั้งขึ้นในเมือง Hamilton มายาวนานกว่า 60 ปีและปัจจุบันมีวิทยาเขตแห่งใหม่ในเมือง Tauranga เป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มีแนวคิดก้าวหน้าและนวัตกรรม ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งสู่อนาคต นักศึกษาจะได้รับการศึกษาอันเป็นสากลที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมการวิจัยอันเป็นเลิศ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ถือเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในการผลิตบุคลากรเก่งๆ มากมายของประเทศนิวซีแลนด์ ตั้งแต่คณาจารย์ไปจนถึงผู้บริหารของประเทศ ที่นี่มีหอพักในสำหรับนักศึกษาที่สวยและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

ทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนต่างชาติ: อาทิเช่น ทุนเรียนดีสำหรับผู้ที่สมัครเรียนครั้งแรก (มูลค่าสูงถึง 10,000 NZD), ทุนการศึกษาของมูลนิธิ, ทุนช่วยเหลือค่าเล่าเรียนของแต่ละคณะ ฯลฯ ซึ่งจะมีการอัพเดททุนการศึกษาและกองทุนความช่วยเหลือนักศึกษาอยู่เสมอ

ค่าเรียนต่อปี : เริ่มต้น 25,915 NZD หรือประมาณ 579,000 บาท (สำหรับ 120 หน่วยกิต)

8. VICTORIA UNIVERSITY OF WELLINGTON

รูปภาพจาก : https://www.wgtn.ac.nz/

อีก 1 ใน 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศนิวซีแลนด์ มีอายุกว่า 120 ปี ตั้งอยู่ในย่าน Kelburn เมือง Wellington ด้านหนึ่งติดชายฝั่งทะเลและอีกด้านติดกับภูเขา บรรยากาศดี น่าเรียน มีชื่อเสียงเรื่องงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับ รวมถึงคณะ/สาขาที่ได้ QS World University Ranking ด้วย นอกจากนี้ การเรียนการสอนก็ค่อนข้างยืดหยุ่นและหลากหลาย เรียนได้ทั้งออนไลน์หรือที่วิทยาเขต เหมาะสำหรับนักศึกษาต่างชาติเป็นอย่างมาก

ทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนต่างชาติ: ทุนช่วยเหลือค่าเล่าเรียน, ทุนสนับสนุนงานวิจัย, และอื่นๆ ซึ่งส่วนมากจะแบ่งตามคณะ

ค่าเรียนต่อปี : เริ่มต้น 31,050 NZD หรือประมาณ 694,000 บาท (สำหรับ 120 หน่วยกิต)

ส่วนใหญ่มหาวิทยาลัยในนิวซีแลนด์จะเปิดเรียนช่วงเดือนกุมภาพันธ์-กรกฏาคม เราสามารถยื่นสมัครเรียนล่วงหน้าได้ถึง 4-5 เดือน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนภาษาระยะสั้นไปจนถึงระดับปริญญาเอก ซึ่งเกณฑ์การสมัครเรียนในระดับปริญญาของนักศึกษาต่างชาติก็จะมีความใกล้เคียงกัน เช่น ผลสอบ IELTS หรือ TOEFL หนังสือรับรองผลการเรียน (Transcript) จดหมายรับรอง เป็นต้น นอกจากนี้ สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่นักศึกษาต่างชาติควรเตรียมไปให้พร้อมคือ ประกันภัยการเดินทาง ก่อนเดินทางเข้าประเทศนิวซีแลนด์เพื่อศึกษาต่อ

ใครที่สนใจซื้อประกันภัยการเดินทาง เพื่อศึกษาต่อต่างประเทศของ Allianz Travel
สามารถดูรายละเอียดได้เลยผ่านลิงก์นี้นะคะ >> คลิกเพื่อซื้อประกัน

*จำนวนเงินที่แสดงเป็นเพียงตัวเลขประมาณการเท่านั้น ขึ้นอยู่กับระดับปริญญา, คณะ, และสาขาของแต่ละมหาวิทยาลัย

ขอบคุณข้อมูลจาก
Top Universities In New Zealand 2021

เรียนต่อต่างประเทศอย่างอุ่นใจ ด้วยประกันภัยการเดินทาง OVERSEAS STUDENT CARE

เดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายนเป็นช่วงเวลาเตรียมตัวสมัครสอบสำหรับคนที่อยากไปศึกษาต่อต่างประเทศ และต้องเตรียมสิ่งที่จำเป็นอีกหลายอย่างในการเดินทางไปศึกษาต่อ ไม่ว่าจะเป็นการขอวีซ่านักเรียน ติดต่อที่พัก ซื้อตั๋วเครื่องบิน และสิ่งสำคัญที่จะขาดไม่ได้เลย ก็คือ หาประกันภัยการเดินทางที่มีความคุ้มครองครอบคลุมตลอดระยะเวลาที่ศึกษาต่อต่างประเทศ เพราะมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มักแนะนำให้ทำประกันภัยการเดินทางไปด้วย ซึ่งสาเหตุก็เพราะว่าหลายประเทศไม่มีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือหลักประกันสุขภาพที่ครอบคลุมนักศึกษาต่างชาติ ดังนั้นหากเจ็บป่วย หรือเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้ว เราก็อาจเสียค่าใช้จ่ายมากมายตั้งแต่หลักหมื่นไปยันหลักล้าน Allianz Travel จึงขอนำเสนอแผนประกันภัยการเดินทางสำหรับศึกษาต่อต่างประเทศ Overseas Student Care ที่พร้อมเคียงข้างคุณในทุกช่วงเวลาของการเรียนรู้

OVERSEAS STUDENT CARE

Overseas Student Care เป็นแผนประกันภัยการเดินทางที่เหมาะสำหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่จะไปศึกษาต่อต่างประเทศโดยไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพก่อน แผน Overseas Student Care มอบความคุ้มครองที่เหมาะสมกับการเรียนรู้และการใช้ชีวิต ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทุกเหตุการณ์ที่คุณไม่คาดคิด ทั้งอุบัติเหตุและสุขภาพ คุณสามารถใช้ได้กับทุกโรงพยาบาล และเครือข่ายช่วยเหลือฉุกเฉินทั่วโลกที่ให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมด้วยทีมงานที่สามารถสื่อสารได้หลายภาษา ที่พร้อมเป็นสื่อกลาง เพื่อความอุ่นใจของนักเรียนและผู้ปกครองในยามห่างไกล ที่สำคัญ เมื่อผู้เอาประกันภัยเจ็บป่วยกะทันหันระหว่างเรียน แผน Overseas Student Care ก็มอบความคุ้มครองชดเชยการสูญเสียค่าเล่าเรียนด้วย นอกจากนี้ยังมีผลประโยชน์อื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อความอุ่นใจที่มากขึ้น เช่น การสูญหายหรือความเสียหายของกระเป๋าเดินทางหรือทรัพย์สินส่วนตัวในระหว่างการใช้บริการของบริษัทขนส่งสาธารณะ

การทำประกันภัยการเดินทางก่อนไปศึกษาต่อต่างประเทศถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ถึงแม้ว่าเราจะมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่ค่อยได้เจ็บไข้ได้ป่วยง่าย ๆ หรือดูแลตัวเองเพียงพอแล้ว ไม่น่าจะเกิดอุบัติเหตุอะไร และคิดว่าประกันภัยการเดินทางไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่ต้องเสียเงินซื้อเลย แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็อาจเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ การทำประกันภัยการเดินทางด้วยเงินไม่กี่บาท ก็คุ้มค่ากับผลประโยชน์มากมายที่เราจะได้รับ กันไว้ก่อนแก้ แค่นี้ก็อุ่นใจ เรียนได้อย่างหายห่วงแล้วค่ะ

สิทธิประโยชน์สุดคุ้ม OVERSEAS STUDENT CARE

  • ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุและเจ็บป่วยในต่างประเทศ สูงสุด 5,500,000 บาท*
  • ค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่องในประเทศไทย (ภายใน 12 ชั่วโมง) สูงสุด 550,000 บาท*
  • ค่ารักษาพยาบาลในประเทศไทย กรณีเดินทางกลับบ้านเป็นการชั่วคราว สูงสุด 200,000 บาท*
  • การเคลื่อนย้ายฉุกเฉินทางการแพทย์ สูงสุด 5,500,000 บาท*
  • ผลประโยชน์ชดเชยการสูญเสียค่าเล่าเรียน สูงสุด 300,000 บาท*
  • ชดเชยค่ารักษาพยาบาล ไม่ต้องสำรองจ่าย
  • ไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพ*
  • คุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมง
  • มีเครือข่ายให้ความช่วยเหลือมากกว่า 400,000 แห่งทั่วโลก
  • ดูแลคุณได้ทันที อุ่นใจเหมือนอยู่บ้าน

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

พิเศษสุด ! ซื้อวันนี้ รับฟรี บัตรกำนัล STARBUCKS มูลค่า 1,200 บาท หมดเขต 30 เม.ย. 2563

ลงทะเบียนรับสิทธิ์ คลิกเลย

How Can We Help?

Millions of people rely on us! With 1 intervention every 2 seconds, Allianz Travel is the world leader in travel insurance and assistance services. With a range of cover for individuals or Families with Single Trip Travel Insurance and Multi–Trip Travel Insurance cover options: our global network will have you covered 24/7. No matter whether you’re a Singapore citizen, or holders of permanent residence, employment pass, S-pass, work permit, student pass or dependent pass, you can be covered by our great travel insurance!

[PROMOTION] ซื้อประกันภัยการเดินทาง OVERSEAS STUDENT CARE รับฟรีบัตรกำนัล STARBUCKS

เคียงข้างทุกการเรียนรู้ อุ่นใจ แม้อยู่ไกลบ้าน ซื้อวันนี้ รับฟรีบัตรกำนัล STARBUCKS

ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม – 30 เมษายน 2563

เพียงซื้อประกันภัยการเดิน Allianz Travel แผน Overseas Student Care เบี้ยต่อกรมธรรม์ตั้งแต่ 4,700 บาทขึ้นไป รับบัตรกำนัล Starbucks มูลค่าสูงสุดถึง 1,200 บาท เพียงลงทะเบียนที่ลิงค์นี้ หลังจากได้รับเลขที่กรมธรรม์แล้ว

เงื่อนไขการรับรางวัล

เบี้ยต่อกรมธรรม์ตั้งแต่ 4,700 – 9,999 บาท รับบัตรกำนัล Starbucks มูลค่า 400 บาท
เบี้ยต่อกรมธรรม์ตั้งแต่ 10,000 – 14,999 บาท รับบัตรกำนัล Starbucks มูลค่า 800 บาท
เบี้ยต่อกรมธรรม์ตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับบัตรกำนัล Starbucks มูลค่า 1,200 บาท

เริ่มแจกแล้วตั้งแต่วันนี้ คลิ๊กที่นี่ เพื่อซื้อประกันภัยการเดินทาง

ดูสิทธิประโยชน์สุดคุ้ม OVERSEAS STUDENT CARE คลิ๊กที่นี่

กติกาการร่วมสนุกกิจกรรม

1. เฉพาะลูกค้าที่ซื้อประกันภัยการเดินทาง Allianz Travel ผ่านช่องทางออนไลน์ www.allianztravelthailand.com เท่านั้น และกรมธรรม์จะต้องไม่ถูกยกเลิกก่อนการเดินทาง
2. ผู้มีสิทธิ์ในการรับรางวัล คือ ผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยการเดินทาง Overseas Student Care ที่ลงทะเบียนขอสิทธิ์ในการรับรางวัลผ่าน http://bit.ly/2WmsQ2v เท่านั้น
3. ผู้มีสิทธิ์สามารถรับรางวัลได้ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
เบี้ยต่อกรมธรรม์ตั้งแต่ 4,700 – 9,999 บาท รับบัตรกำนัล Starbucks มูลค่า 400 บาท
เบี้ยต่อกรมธรรม์ตั้งแต่ 10,000 – 14,999 บาท รับบัตรกำนัล Starbucks มูลค่า 800 บาท
เบี้ยต่อกรมธรรม์ตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับบัตรกำนัล Starbucks มูลค่า 1,200 บาท
4. ระยะเวลาในการเข้าร่วมกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม – 30 เมษายน 2563 เท่านั้น
5. การตัดสินของบริษัทถือเป็นเด็ดขาดและสิ้นสุด หากพบว่าผู้ร่วมกิจกรรมมีการทุจริตในทุกรูปแบบ ทางคณะบริษัทสามารถตัดสิทธิ์การรับรางวัลโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
6. สงวนสิทธิ์การเข้าร่วมรายการเฉพาะผู้ที่พำนักอยู่ในราชอาณาจักรไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น
7. กรณีที่มีการยกเลิกกรมธรรม์ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกคืนบัตรกำนัล Starbucks และของกำนัล ตามที่ระบุในโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย
8. ขอสงวนสิทธิ์สำหรับลูกค้าที่ทำตามเงื่อนไขโปรโมชั่นเท่านั้น
9. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขต่าง ๆ ของกิจกรรมโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

หมายเหตุ:

1. โปรโมชั่นนี้ เฉพาะแผนประกันภัยการเดินทาง Overseas Student Care
2. บริษัทฯ จะจัดส่งบัตรกำนัลสตาร์บัคส์ภายใน 30 วันทำการ หลังจากซื้อประกันภัยการเดินทาง Overseas Student Care โดยจะทำการจัดส่งบัตรกำนัลไปยังที่อยู่ของผู้เอาประกันภัยที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
3. ของรางวัลไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสด ของรางวัลอื่นหรือโอนสิทธิ์ให้กับบุคคลอื่นได้
4. พนักงานในเครือ Allianz รวมถึงญาติของพนักงาน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการรับรางวัลทุกกรณี

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

โทร. 0-2305-8512 (วันจันทร์ – วันศุกร์ 08.30 – 17.30)

How Can We Help?

Millions of people rely on us! With 1 intervention every 2 seconds, Allianz Travel is the world leader in travel insurance and assistance services. With a range of cover for individuals or Families with Single Trip Travel Insurance and Multi–Trip Travel Insurance cover options: our global network will have you covered 24/7. No matter whether you’re a Singapore citizen, or holders of permanent residence, employment pass, S-pass, work permit, student pass or dependent pass, you can be covered by our great travel insurance!

7 มหาวิทยาลัยยอดนิยมในอังกฤษ ที่ใครก็อยากไปศึกษาต่อ

มหาวิทยาลัยในอังกฤษถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกต้น ๆ สำหรับนักศึกษาที่อยากศึกษาต่อต่างประเทศ เนื่องด้วยความมีชื่อเสียงทางด้านวิชาการ ประวัติศาสตร์อันยาวนาน วัฒนธรรมเก่าแก่ รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่มีให้อย่างครบครัน ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยในอังกฤษมีมากกว่า 100 แห่ง ทั้งของรัฐบาลและเอกชน บทความนี้ Allianz Travel จึงขอพาผู้อ่านไปทำความรู้จักกับ 7 มหาวิทยาลัยยอดนิยมในอังกฤษ ที่หลายคนสนใจอยากสมัครไปศึกษาต่อ จะมีที่ไหนบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

1.UNIVERSITY OF OXFORD

ปีก่อตั้ง : 1096

สาขาที่มีชื่อเสียง : แพทยศาสตร์, นิติศาสตร์, วรรณกรรม, ปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์

มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดนับเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เริ่มก่อตั้งและทำการสอนตั้งแต่ปี ค.ศ. 1096 มหาวิทยาออกซ์ฟอร์ดมีวิทยาลัยย่อยถึง 44 วิทยาลัย เปิดสอนนักศึกษาระดับปริญญาตรี โท และเอก รวมกันประมาณ 24,000 คน และในแต่ละปี มีผู้สมัครสอบระดับปริญญาตรีราว 21,500 คน ขณะที่จำนวนรับเพียง 3,330 คนเท่านั้น

ในด้านสิ่งอำนวยความสะดวก มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดมีห้องสมุดให้นักศึกษาเข้ามาใช้งานมากกว่า 100 ห้องสมุด และห้องสมุดที่เก่าแก่ที่สุดของมหาวิทยาลัย ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1602 ภายในมหาวิทยาลัย ยังมีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติและวิทยาศาสตร์ ซึ่งจัดแสดงกระดานดำที่ใช้โดยอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
ปัจจุบัน ผู้นำโลกมากกว่า 30 คน นายกรัฐมนตรีอังกฤษมากกว่า 27 คน และผู้ได้รับรางวัลโนเบลอีก 50 คน เคยศึกษาที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ผลงานทางวิชาการ ประวัติศาสตร์อันยาวนาน และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ทำให้มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กลายเป็นมหาวิทยาลัยอันดับต้น ๆ ของโลก และอันดับหนึ่งของเกาะอังกฤษ ซึ่งนักศึกษาจากนานาประเทศต่างก็อยากมาเรียนที่นี่กันค่ะ

2.CAMBRIDGE UNIVERSITY

ก่อตั้งปี : 1209

สาขาที่มีชื่อเสียง : คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ดาราศาสตร์, วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ, นิติศาสตร์, มานุษยวิทยา, ประวัติศาสตร์

เช่นเดียวกับออกซ์ฟอร์ด มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ถือเป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยเคมบริดจ์ก่อตั้งและเปิดสอนตั้งแต่ปี ค.ศ. 1209 เป็นต้นมา ปัจจุบันมีนักเรียนกว่า 23,000 คน มีวิทยาลัยถึง 31 วิทยาลัย และมีภาควิชาที่เปิดสอนมากกว่า 100 ภาควิชา

มหาวิทยาเคมบริดจ์มีชื่อเสียงในระดับโลกด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และฟิสิกส์ มีศิษย์เก่า ที่มีชื่อเสียงด้านนี้มากมาย อาทิ Stephen Hawking และ Charles Darwin ในภาพรวม มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์มีศิษย์เก่า คณะอาจารย์ หรือผู้ทำวิจัยได้รับรางวัลโนเบลถึง 117 คน

3.KING’S COLLEGE LONDON

ปีที่ก่อตั้ง : 1829

สาขาวิชาที่มีชื่อเสียง : แพทยศาสตร์, พยาบาลศาสตร์, วิทยาศาสตร์

มหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจ ตั้งอยู่ในกรุงลอนดอน ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1829 โดยพระเจ้าจอร์จที่ 4 และดยุคแห่งเวลลิงตัน ปัจจุบันมีนักศึกษากว่า 32,895 คน แบ่งเป็นระดับปริญาตรี 19,200 คน และระดับอื่น ๆ อีก 13,690 คน คิงส์คอลเลจ ถือเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงอย่างมากด้านแพทยศาสตร์ ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนานย้อนกลับไปถึงปีค.ศ. 1561 ที่สำคัญ ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบล 12 คน ล้วนได้รับจากสาขาที่เกี่ยวข้องกับแพทยศาสตร์ และวิทยาศาสตร์สุขภาพ อาทิ รางวัลโนเบลจากการวิจัยโครงสร้าง DNA, สเต็มเซลล์ และไวรัสตับอักเสบซี เป็นต้น

4.LONDON SCHOOL OF ECONOMICS

ปีที่ก่อตั้ง : 1895

สาขาวิชาที่มีชื่อเสียง : รัฐศาสตร์, สังคมศาสตร์, เศรษฐศาสตร์

สำหรับใครที่อยากศึกษาต่อด้านเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์ในประเทศอังกฤษ London School of Economics (LSE) ถือเป็นสถาบันอันดับต้น ๆ ที่อยู่ในใจของหลายคน LSE ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1895 ปัจจุบันมีนักเรียนประมาณ 10,000 คน และประมาณร้อยละ 70 เป็นนักเรียนต่างชาติ ซึ่งนับว่ามีอัตราส่วนที่สูงสำหรับมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ

ในส่วนผลงานทางวิชาการ ร้อยละ 26 ของนักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับรางวัลโนเบล ล้วนเป็นศิษย์เก่า ผู้ทำวิจัย หรือคณะอาจารย์ที่ LSE ซึ่งมีจำนวนสูงมาก เมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยระดับโลกอื่น ๆ

5.IMPERIAL COLLEGE LONDON

ปีที่ก่อตั้ง : 1907

สาขาวิชาที่มีชื่อเสียง : วิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, วิศวกรรมศาสตร์, แพทยศาสตร์, บริหารธุรกิจ

มหาวิทยาลัยอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีระดับโลก มหาวิทยาลัยก่อตั้งเมื่อปี 1907 ปัจจุบันมีนักเรียนเข้าศึกษาราว 18,000 คน โดยมากกว่าร้อยละ 59 เป็นนักศึกษาต่างชาติ กว่า 140 ประเทศ

ในปี 2020 มหาวิทยาลัยอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน ได้รับการคัดเลือกเป็นอันดับ 9 ของมหาวิทยาลัยโลกที่มีชื่อเสียง นับตั้งแต่ก่อตั้งมา มีผู้ได้รับรางวัลโนเบล 14 คน

6.UNIVERSITY COLLEGE OF LONDON

ปีที่ก่อตั้ง : 1826

สาขาวิชาที่มีชื่อเสียง : แพทยศาสตร์, นิติศาสตร์, เศรษฐศาสตร์

มหาวิทยาลัยคอลเลจออฟลอนดอน นับเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่อันดับสามของประเทศอังกฤษ ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1826 และนับว่าเป็นมหาวิทยาลัยแรกของประเทศ ที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงสามารถเข้าเรียนได้ ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยมีนักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่ราว 40,000 คน และกว่าร้อยละ 40 เป็นนักศึกษาต่างชาติ

ด้านผลงานทางวิชาการ มหาวิทยาลัยคอลเลจออฟลอนดอน มีผู้ได้รับรางวัลโนเบลถึง 33 คน ซึ่งเป็นศิษย์เก่า คณะอาจารย์และผู้ทำวิจัย ในปี 2020 มหาวิทยาลัยได้รับการคัดเลือกอันดับ 10 ของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับโลก

7.UNIVERSITY OF EDINBURGH

ปีที่ก่อตั้ง : 1582

สาขาวิชาที่มีชื่อเสียง : วิทยาศาสตร์, วิศวกรรมศาสตร์, แพทยศาสตร์

มหาวิทยาลัยเอดินบะระ เป็นมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในสกอตแลนด์ ก่อตั้งเมื่อปี 1582 และถือเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของสกอตแลนด์ ปัจจุบันมีนักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่ ราว 36,000 คน โดยประมาณร้อยละ 25 เป็นนักเรียนชาวต่างชาติ

มหาวิทยาลัยเอดินบะระ มีทั้งหมด 22 คณะด้วยกัน สาขาวิชาที่มีชื่อเสียงอาทิ แพทยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ โดยเฉพาะด้านแพทยศาสตร์ เพราะที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบยาชาและเพนิซิลลิน สำหรับใครที่เบื่ออยู่ในลอนดอนแล้ว เอดินบะระก็นับเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจค่ะ

การศึกษาต่อต่างประเทศถือเป็นเรื่องสำคัญต่ออนาคต ดังนั้นจึงควรคิดให้รอบคอบ ไม่เพียงแต่พิจารณาจากความนิยมของมหาวิทยาลัย ยังต้องมองไปถึงสภาพแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวก และปัจจัยอื่น ๆ ทั้ง 7 มหาวิทยาลัยที่เราแนะนำวันนี้ หวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกให้ผู้อ่านได้ลองพิจารณาว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่เหมาะกับตัวเองหรือเปล่า

และสำหรับใครที่สมัครเรียนและได้รับการคัดเลือกแล้ว หลาย ๆ มหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษจะแนะนำหรือบังคับให้เราทำประกันการเดินทางสำหรับศึกษาต่อต่างประเทศไปด้วย สาเหตุที่ต้องทำก็เพราะว่าเมื่อเจ็บป่วย และเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาแล้ว ค่ารักษาพยาบาลแพงเอาเรื่องเลยค่ะ แผนประกันการเดินทางสำหรับศึกษาต่อต่างประเทศ Overseas Student Care ของ Allianz Travel ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยคุ้มครองครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล ที่ทำให้เรามั่นใจ ไร้กังวล มีความสุขกับการเรียนได้อย่างเต็มที่แล้วค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

Top Universities in the UK 2020, QS Top Universities
Best universities in the UK 2020, Times Higher Education

How Can We Help?

Millions of people rely on us! With 1 intervention every 2 seconds, Allianz Travel is the world leader in travel insurance and assistance services. With a range of cover for individuals or Families with Single Trip Travel Insurance and Multi–Trip Travel Insurance cover options: our global network will have you covered 24/7. No matter whether you’re a Singapore citizen, or holders of permanent residence, employment pass, S-pass, work permit, student pass or dependent pass, you can be covered by our great travel insurance!

6 ประเทศยุโรปค่าเรียนถูก สำหรับคนอยากศึกษาต่อต่างประเทศ

การศึกษาต่อต่างประเทศนับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับหลาย ๆ คนที่อยากหาความรู้เพิ่มเติม หรือต้องการความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ปัจจุบันประเทศที่คนไทยนิยมไปเรียนต่อมีทั้งยุโรป อเมริกาและเอเชีย โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าบางประเทศ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นเงินจำนวนหลายหลัก แต่ก็ยังมีอีกหลายประเทศที่คิดค่าเทอมต่อปีสำหรับนักศึกษาต่างชาติในราคาที่ไม่แพงมากนัก และบางประเทศอาจไม่ถึงหลักแสนด้วยซ้ำ วันนี้ Allianz Travel จึงขอพาผู้อ่านไปทำความรู้จัก 6 ประเทศยุโรปที่มีค่าเรียนในราคาที่ไม่สูงนัก เหมาะสำหรับคนงบน้อยที่อยากไปเรียนต่อ

1.GERMANY

ค่าเทอมสำหรับนักศึกษาต่างชาติ : ประมาณ 150,000 บาทต่อปี

มหาวิทยาลัยที่ได้รับความนิยม : University of Munich, University of Bonn, University of Mannheim, Wismar University

เยอรมนี ถือเป็นหนึ่งในประเทศยุโรปที่ได้รับความนิยมจากนักศึกษาต่างชาติที่เข้ามาเรียนต่อจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะค่าเทอมของมหาวิทยาลัยในเยอรมนีมีราคาไม่แพงมาก เพียงปีละประมาณ 100,000 – 200,000 บาทเท่านั้น (ก่อนปี 2017 ค่าเทอมฟรี) ที่สำคัญ ประเทศเยอรมนีมีมหาลัยที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากมาย ซึ่งล้วนดึงดูดให้นักศึกษาต่างชาติอยากมาเรียนต่อ

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เยอรมนีจะเป็นประเทศที่ค่าเล่าเรียนถูก แต่ค่าครองชีพยังค่อนข้างสูง โดยประมาณอยู่ที่ 350,000 บาทต่อปี

2.FRANCE

ค่าเทอมสำหรับนักศึกษาต่างชาติ : ประมาณ 120,000 ต่อปี

มหาวิทยาลัยที่ได้รับความนิยม : École Polytechnique, Sorbonne University, École Normale Supérieure de Lyon, Sciences Po Paris

นอกเหนือไปจากวัฒนธรรม ผู้คนและสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว ประเทศฝรั่งเศสถือเป็นแหล่งบ่มเพาะนักปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์ และผู้มีชื่อเสียงมากมาย อีกทั้ง Sorbonne University ก็นับเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปอีกด้วย

ปัจจุบันนักศึกษาต่างชาติเริ่มหันมาให้ความสนใจศึกษาต่อประเทศฝรั่งเศสมากขึ้น เนื่องจากชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยและค่าเทอมการศึกษาที่ถูก (บางที่ฟรี!) ซึ่งเป็นแรงดึงดูดชั้นดีให้นักศึกษาเดินทางมาเรียนต่อที่นี่ โดยค่าเทอมอยู่ที่เพียง 120,000 บาทต่อปีเท่านั้น และบางสถานศึกษาอยู่ที่เพียง 7,000 – 10,000 บาทต่อปี ขณะที่ค่าครองชีพตลอดปี ตกอยู่ที่ราว 350,000 บาทต่อปี

3.FINLAND

ค่าเทอมสำหรับนักศึกษาต่างชาติ : ประมาณ 200,000 ต่อปี (ฟรีสำหรับนักศึกษาประเทศในกลุ่ม EU)

มหาวิทยาลัยที่ได้รับความนิยม : Tampere University, University of Oulu, University of Jyväskylä, Arcada University of Applied Sciences, University of Helsinki

ฟินแลนด์ ประเทศทางกลุ่มสแกนดิเนเวียที่มีความสวยงามทั้งทางสถาปัตยกรรมและธรรมชาติ โอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าไม้ ฟินแลนด์เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ค่าเทอมการศึกษาสำหรับนักศึกษาต่างชาติไม่แพง อยู่ที่ประมาณ 250,000 บาทต่อปีเท่านั้น และฟินแลนด์เองก็มีทุนการศึกษาสนับสนุนนักศึกษาต่างชาติมากมาย และค่าครองชีพที่ฟินแลนด์ค่อนข้างแพง ตกอยู่ที่ราว 420,000 บาทต่อปี

4.HUNGARY

ค่าเทอมสำหรับนักศึกษาต่างชาติ : ประมาณ 70,000 ต่อปี (ฟรีสำหรับนักศึกษาประเทศในกลุ่ม EU)

มหาวิทยาลัยที่ได้รับความนิยม : Budapest University of Economic Sciences, Central European University, University of Szeged, Eötvös Loránd University

ฮังการี ประเทศที่มีกลิ่นอายยุโรปแบบย้อนยุค ทั้งทางวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และอาคารบ้านเรือน นักศึกษาต่างชาตินิยมมาศึกษาต่อที่ประเทศฮังการี ไม่เพียงเพราะหลงเสน่ห์ “Old Europe” เท่านั้น แต่เพราะค่าครองชีพและค่าเทอมที่แสนถูก ทำให้ฮังการีเป็นจุดหมายปลายทางของใครหลาย ๆ คน โดยที่ค่าเทอมการศึกษาเพียง 35,000 – 70,000 บาทต่อปี และค่าครองชีพตกเพียงเดือนละ ราว 17,500 ปีเท่านั้น (ประมาณ 210,000 บาทต่อปี) สำหรับใครที่มีงบไม่มาก และอยากเรียนต่อต่างประเทศ ฮังการีถือเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ เลยค่ะ

5.AUSTRIA

ค่าเทอมสำหรับนักศึกษาต่างชาติ : ประมาณ 30,000 – 50,000 บาทต่อปี

มหาวิทยาลัยที่ได้รับความนิยม : University of Vienna, Vienna University of Technology, Graz University of Technology, University of Innsbruck

ออสเตรีย ดินแดนแห่งธรรมชาติ โอบล้อมด้วยขุนเขาและทะเลสาบอันแสนโรแมนติก ที่นี่ถือเป็นจุดมุ่งหมายอันดับต้น ๆ ของนักศึกษาต่างชาติ เพราะเพียงแค่มีเงินหลักหมื่น ก็สามารถเข้าเรียนที่นี้ได้แล้ว และเมื่อเทียบกับประเทศยุโรปอื่น ๆ ก็ถือว่าค่าเทอมถูกมาก ๆ เพียงแค่เทอมละ 10,000 – 30,000 บาท เท่านั้น (ถูกว่าค่าเทอมที่ไทยอีก!) และค่าครองชีพของออสเตรียอยู่ที่ราว 420,000 บาทต่อปี

6.SPAIN

ค่าเทอมสำหรับนักศึกษาต่างชาติ : ประมาณ 70,000 บาทต่อปี

มหาวิทยาลัยที่ได้รับความนิยม : Pompeu Fabra University, University of Barcelona, Autonomous University of Madrid, University of Navarra

สเปน ประเทศในฝันของใครหลาย ๆ คนที่อยากมาสัมผัสสถาปัตยกรรมโบราณและศิลปวัฒนธรรม แต่อาจไม่ได้เป็นที่นิยมมากนักในหมู่นักศึกษาที่ต้องการไปเรียนต่อต่างประเทศ เพราะคิดว่าค่าเทอมต้องแพงแน่ ๆ แต่ที่จริงแล้ว ค่าเทอมของมหาวิทยาลัยรัฐในสเปนถูกมาก เพียงปีละ 50,000 -70,000 บาทเท่านั้น และมหาวิทยาลัยในสเปนเอง หลาย ๆ มหาวิทยาลัยก็มีชื่อเสียงระดับโลก ถ้าใครยังลังเล หรือไม่รู้จะไปเรียนที่ไหนดี สเปนก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจค่ะ

การเรียนต่อต่างประเทศ ไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากเสมอไป ถ้าเราเลือกประเทศและมหาวิทยาลัยให้ถูก ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายไปได้จำนวนมาก ทั้ง 6 ประเทศยุโรปที่แนะนำวันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนงบน้อยที่อยากไปเรียนต่อต่างประเทศ

และสำหรับใครที่กำลังจะไปเรียนต่อ หลาย ๆ มหาวิทยาลัยจะแนะนำหรือบังคับให้เราทำประกันการเดินทางสำหรับศึกษาต่อต่างประเทศไปด้วย สาเหตุที่ต้องทำก็เพราะว่าเมื่อเจ็บป่วย และเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาแล้ว ค่ารักษาพยาบาลแพงเอาเรื่องเลยค่ะ แผนประกันการเดินทางสำหรับศึกษาต่อต่างประเทศ Overseas Student Care ของ Allianz Travel ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยคุ้มครองครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล ที่ทำให้เรามั่นใจ ไร้กังวล มีความสุขกับการเรียนได้อย่างเต็มที่แล้วค่ะ

How Can We Help?

Millions of people rely on us! With 1 intervention every 2 seconds, Allianz Travel is the world leader in travel insurance and assistance services. With a range of cover for individuals or Families with Single Trip Travel Insurance and Multi–Trip Travel Insurance cover options: our global network will have you covered 24/7. No matter whether you’re a Singapore citizen, or holders of permanent residence, employment pass, S-pass, work permit, student pass or dependent pass, you can be covered by our great travel insurance!

7 ข้อ เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนไปเรียนต่อต่างประเทศ

การเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศเป็นจุดมุ่งหมายและความฝันของใครหลาย ๆ คนที่ต้องการหาความรู้เพิ่มเติม และความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เมื่อเราสมัครเรียนต่อและผ่านการคัดเลือกเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่เราจะออกเดินทางนั้น ก็มีเรื่องให้เตรียมตัวอยู่พอสมควร อาทิ เรื่องเอกสาร การวางแผนการใช้จ่ายเงิน การจองที่พักและตั๋วเครื่องบินต่างๆ เป็นต้น Allianz Travel จึงขอชวนผู้อ่านที่กำลังเตรียมตัวไปเรียนต่อเมืองนอก มาสำรวจกันว่า ก่อนที่จะออกเดินทางจริง ต้องเตรียมพร้อมอย่างไรบ้าง

1.ซื้อตั๋วเครื่องบิน และหาที่พัก

เมื่อสมัครเรียน ได้รับการคัดเลือก และสมัครวีซ่าผ่านแล้ว ขั้นตอนแรกของการเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนไปเรียนนอก ก็คือการซื้อตั๋วเครื่องบินและหาที่พักนั่นเอง โดยปกติแล้ว เราจะจองตั๋วเครื่องบินก่อนเดินทางจริง ประมาณ 3 – 6 เดือน ซึ่งจะมีราคาถูกกว่าการจองแบบกระชั้นชิด ในขณะที่การหาที่พัก ถือเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร เพราะที่พักมีหลายแบบ และหลายราคาให้เลือก ตั้งแต่หอพักในแคมปัส หอพักใกล้แคมปัส อพาร์ทเมนท์แบ่งเช่า ไปจนถึงโฮมสเตย์ การเลือกที่พักควรคำนึงถึงความสะดวกสบาย และราคาเป็นหลัก เพราะราคาที่แพงเกินไป อาจทำให้เราต้องลดค่าใช้จ่ายจำเป็นในส่วนอื่น ๆ ลง และถ้าที่พักไกลจากแคมปัสมากเกินไป การเดินทางอาจไม่สะดวกสบาย และทำให้เสียเวลาเดินทางอีกด้วย

2.แลกเงินสด และวางแผนการเงินก่อนเดินทาง

อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการวางแผนการใช้เงินตลอดการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นค่าเทอม ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่ากิน ค่าของใช้ส่วนตัว ค่าหนังสือ ค่าเที่ยว และค่าอื่นๆ การวางแผนการใช้จ่ายก่อนเดินทาง จะทำให้เรารู้ว่าในแต่ละเดือน จะต้องใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ ซึ่งจะช่วยให้เราคุมงบตลอดปีได้ และก่อนออกเดินทาง อย่าลืมแลกเงินสดให้สามารถพกติดตัวอยู่ได้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ และไปเปิดบัญชีธนาคารที่ต่างประเทศเมื่อไปถึง หรือจะใช้วิธีแลก Bank Draft หรือ Traveler’s Check ไว้ใช้ในระยะยาวก็ได้ อีกวิธีหนึ่งที่เป็นทางเลือกก็คือ การพกบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตจากประเทศไทยไปด้วย

3.เตรียมเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว และยาประจำตัว

เสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว และยาประจำตัว ถือเป็นอีกเรื่องที่สำคัญ เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวควรจะทำ Checklist ไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่าต้องนำอะไรไปบ้าง จะได้ไม่ลืม เสื้อผ้าที่จะเตรียมไป ควรจะเตรียมไปโดยอิงจากสภาพอากาศของประเทศที่จะไป ถ้าไปประเทศแถวยุโรปและอเมริกา เสื้อกันหนาวเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย และที่สำคัญ อย่าลืมพวกอุปกรณ์ปลั๊กพ่วง ที่ควรจะพก Universal Plug ไปเผื่อด้วย ขณะที่ยาประจำตัว เป็นสิ่งที่ลืมไม่ได้เด็ดขาด เพราะว่าบางประเทศ การจะซื้อยาได้ ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์เท่านั้น จึงเป็นเรื่องที่ลำบากมาก ๆ ยาที่ควรพกติดตัวไปด้วย อาทิ ยาแก้หวัด ยาแก้ปวดหัว ยาแก้ท้องเสีย ยาแก้แพ้ เป็นต้น ถ้ามีเอกสารทางการแพทย์ที่ระบุถึงโรคประจำตัวหรือยาที่ต้องทานประจำ ก็ควรจะพกติดตัวไปด้วยครับ

4.เตรียมเอกสารสำคัญต่างๆ

ก่อนเดินทางจริง ควรรีเช็กให้แน่ใจว่าไม่ลืมเอกสารสำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพาสปอร์ต เอกสารการเรียนต่าง ๆ บัตรประชาชน หรือเอกสารอื่น ๆ ที่ระบุตัวตน เอกสารเหล่านี้สำคัญมาก ๆ ถ้าลืมก็อาจทำให้เกิดความยุ่งยากตามมาอีกมาก

5.วางแพลนเที่ยว หรือหางานพิเศษทำ

แน่นอนว่าเมื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ หลายคนก็อยากที่จะไปเที่ยวตามสถานที่ใหม่ ๆ และหาประสบการณ์ ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยพบมาก่อนโดยปกติแล้ว จะมีทั้งหมด 3 ช่วงให้เราได้วางแพลนเที่ยวยาว ๆ ช่วงแรกคือช่วง Reading Week ซึ่งจะเป็นสัปดาห์ที่ให้นักศึกษาหยุดเพื่ออ่านหนังสือสอบ ประมาณ 1-2 สัปดาห์ ช่วงที่สองคือช่วงปิดเทอมเล็ก และช่วงที่สามคือช่วงปิดเทอมใหญ่ นอกจากนี้ สำหรับใครที่ไม่ชอบเที่ยว แต่อยากหางานพิเศษทำ ก็ควรศึกษาแต่เนิ่น ๆ ตั้งแต่ที่ไทยว่า มหาวิทยาลัยหรือแคมปัสที่จะไป โดยรอบบริเวณ มีเปิดรับสมัครพาร์ทไทม์ที่ไหนบ้าง รายได้ต่อชั่วโมงเท่าไหร่ เมื่อไปถึง เราจะได้ไม่เสียเวลามาหาที่ทำงานพิเศษอีกรอบ ไปเรียนต่อเมืองนอกทั้งที การวางแพลนเที่ยว และหางานพิเศษทำ ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์แปลกใหม่ที่ไม่ควรพลาดครับ

6.ทำความรู้จักวัฒนธรรมและประเพณีของประเทศที่จะเดินทางไป

เมื่อเราเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ควรทำการบ้านให้พร้อมก่อนออกเดินทางก็คือ การทำความรู้จักวัฒนธรรมและประเพณีของแต่ละประเทศเบื้องต้น ถ้าเราเข้าใจวัฒนธรรมและประเพณีแล้ว จะช่วยลดการเกิด Culture Shock ณ ประเทศที่เราจะเดินทางไปเรียนต่อได้ อาทิ การเข้าใจวัฒนธรรมการใช้มือกินข้าวของคนอินเดีย-มาเลเซีย หรือการนับถือศาสนาอิสลามเป็นศาสนาหลักในบางประเทศ การรู้วัฒนธรรมเหล่านี้ล่วงหน้า จะช่วยให้เราเตรียมพร้อม และปรับตัวได้ไวขึ้น

7.ซื้อประกันการเดินทาง

ข้อสุดท้าย ซึ่งถือเป็นข้อสำคัญมาก ๆ และไม่ควรมองข้าม คือการซื้อประกันการเดินทาง หลาย ๆ ประเทศ จะบังคับว่านักศึกษาต้องซื้อประกันการเดินทางไปด้วย และอีกหลาย ๆ ประเทศแนะนำให้ซื้อประกันการเดินทางก่อนไป เมื่อเราไปอยู่อาศัย ณ ประเทศปลายทางแล้ว เราไม่มีทางรู้เลยว่าจะเกิดอุบัติเหตุเมื่อไหร่ ถ้าเราไม่มีประกันการเดินทางสำหรับศึกษาต่อต่างประเทศแล้ว อุบัติเหตุบางเคส อาจจะเสียค่ารักพยาบาลเป็นล้าน! และสำหรับคนที่ซื้อประกันแล้ว เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ก็เพียงนำค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง มาเคลมประกันที่ทำไว้ได้เลย แค่นี้ก็สบายใจ หายห่วงเรื่องค่ารักษาพยาบาลแล้วครับ

เมื่อเตรียมตัวพร้อมทั้ง 7 ข้อแล้ว ก็ถึงเวลาออกเดินทางไปศึกษาต่อได้อย่างสบายใจแล้วครับ อย่าลืมนะครับว่า ประกันการเดินทางสำคัญมาก ไม่ว่าจะเจ็บป่วย หรือเกิดอุบัติเหตุระหว่างศึกษาต่อ ประกันการเดินทางก็จะช่วยคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด สำหรับใครที่กำลังมองหาประกันการเดินทางสำหรับศึกษาต่อต่างประเทศอยู่ Allianz Travel มีแผนประกันการเดินทาง Overseas Student Care ที่จะคุ้มครองครอบคลุมถึงค่ารักษาพยาบาล เพียงเท่านี้ก็มั่นใจ ไร้กังวล มีความสุขกับการเรียนได้อย่างเต็มที่แล้วครับ

How Can We Help?

Millions of people rely on us! With 1 intervention every 2 seconds, Allianz Travel is the world leader in travel insurance and assistance services. With a range of cover for individuals or Families with Single Trip Travel Insurance and Multi–Trip Travel Insurance cover options: our global network will have you covered 24/7. No matter whether you’re a Singapore citizen, or holders of permanent residence, employment pass, S-pass, work permit, student pass or dependent pass, you can be covered by our great travel insurance!