เรียนรู้วัฒนธรรมจากอาหาร : 20 เมนูอาหารจานเด็ดประเทศยุโรป

ถ้าพูดถึงประเทศในทวีปยุโรป หลาย ๆ ท่านคงนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยว สถาปัตยกรรม วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละท้องถิ่น รอให้นักท่องเที่ยวได้ไปสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ และอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย เมื่อไปท่องเที่ยวยังประเทศยุโรป ก็คือการได้ลิ้มรสอาหารจานเด็ดหรืออาหารประจำชาติของแต่ละประเทศ ไม่เพียงแต่ได้สัมผัสรสชาติความอร่อย แต่อาหารยังบอกเล่าเรื่องราวของผู้คนและวัฒนธรรมประจำชาติด้วย วันนี้ Allianz Travel ขออาสาพาผู้อ่านทุกท่าน ไปทำความรู้จักกับ 20 เมนูอาหารจานเด็ดของแต่ละประเทศในยุโรป ขอแนะนำว่า อย่าอ่านบทความนี้ตอนหิวเป็นอันขาด เตือนแล้วนะคะ : )

1. ขนมสตรูเดิ้ล (STRUDEL) ประเทศออสเตรีย

สตรูเดิ้ล เป็นขนมดั้งเดิมของชาวเวียนนา ประเทศออสเตรีย โดยปกติแล้วขนมสตรูเดิ้ลจะใส่ไส้ผลไม้หลากหลายชนิด แต่ที่นิยมอย่างมากคือแอปเปิ้ล ถ้าใครไปเที่ยวออสเตรียแล้ว ให้ลองสั่งด้วยคำว่า “Apfelstrudel” ดู และอย่าลืมเพิ่มความอร่อยด้วยการใส่ท้อปปิ้งเป็นวิปครีมหรือซอสวนิลาด้วยนะคะ

2. ขนมวาฟเฟิล (WAFFLE) ประเทศเบลเยี่ยม

ถ้านึกถึงวาฟเฟิล ก็ต้องนึกถึงประเทศเบลเยี่ยม เพราะที่นี่เป็นแหล่งกำเนิดวาฟเฟิล ก่อนที่จะนิยมอย่างแพร่หลายไปยังประเทศอื่น โดยปกติแล้วชาวเบลเยี่ยมจะนิยมกินวาฟเฟิลเป็นอาหารเช้ากัน ราดด้วยท้อปปิ้งอย่างวิปครีม น้ำเชื่อม สตอเบอร์รี่และช็อกโกแลต ไปถึงเบลเยี่ยมแล้ว อย่าลืมแวะกินต้นตำรับวาฟเฟิลกันนะคะ

3. ข้าวคลุกหมึกดำ (BLACK RISOTTO) ประเทศโครเอเชีย

ข้าวคลุกหมึกดำ หรือ Black Risotto ได้รับความนิยมอย่างมากจากชาวโครเอเชีย ส่วนผสมหลักของข้าวคลุกหมึกดำก็คือปลาหมึกดองหรือปลาหมึกทั่วไป ผสมด้วยน้ำมันมะกอก กระเทียม ไวน์แดงและหมึกดำ ผัดให้เข้าที่กับข้าวสวยทั่วไป คนโครเอเชียมักจะเรียก Black Risotto ว่า “crnirizot” เพราะเป็นที่รู้กันว่า เมื่อกินเข้าไปแล้ว จะทำให้สีฟันเปลี่ยนเป็นสีดำ

4. ขนมปังเกี๊ยว (BREAD DUMPLINGS) ประเทศสาธารณรัฐเช็ก

ขนมปังเกี๊ยวฉบับดั้งเดิมของชาวเช็ก แตกต่างสิ้นเชิงกับเกี๊ยวจากเอเชีย เพราะขนมปังเกี๊ยวที่นี่ทำจากแป้งต้ม ยีสต์ ไข่ เกลือและนม เป็นหลัก ชาวเช็กทั่วไปจะสั่งขนมปังเกี๊ยวมากินคู่กับกูลาช (ซุปเนื้อ) โดยการจุ่มขนมปังเกี๊ยวเข้าไปในซุปเนื้อ รสชาติจะเข้ากันไหม ต้องลองไปชิมดูค่ะ : )

5. แซนวิชหน้าเปิด (SMØRREBRØD) ประเทศเดนมาร์ก

แซนวิชหน้าเปิด ของกินเลืองชื่อของประเทศเดนมาร์ก ตัวแซนวิชจะเป็นขนมปังข้าวไรย์ โปะหน้าแซนวิชด้วยไข่ ชีส เนื้อ และปลา หรือถ้าจะทำให้อลังการขึ้น อาจโปะด้วยกุ้งและไข่ปลาคาเวียร์ ขณะที่วิธีการกินแซนวิชหน้าเปิดแบบคนแดนิช จะใช้ซ้อมและมีดในการหั่นแซนวิชและใช้ซ้อมตักกิน แซนวิชหน้าเปิดถือเป็นอาหารที่ค่อนข้างแปลกสำหรับคนไทย ถ้าใครลองแล้ว มาบอกเราด้วยนะคะว่าอร่อยไหม ^^

6. หมูรมควันกับถั่ว (SMOKED PORK WITH BEANS) ประเทศลักแซมเบิร์ก

ถ้าไปเที่ยวประเทศลักแซมเบิร์ก หมูรมควันกับถั่วเป็นอาหารที่จะพบได้ทั่วไปหรือแทบทุกที่ทั่วประเทศ โดยปกติแล้วคนลักแซมเบิร์กจะทานหมูรมควันกับมันฝรั่งทอดเบคอน เสริฟ์คู่กับเบียร์ท้องถิ่นและไวน์ขาว ถ้าจะสั่งแบบคนท้องถิ่นก็อย่าลืมสั่งคู่พร้อมกับมันฝรั่งทอดเบคอนนะคะ

7. ชีสฮาลูมี (HALLOUMI CHEESE) ประเทศไซปรัส

ชีสฮาลูมี เป็นอาหารขึ้นชื่อทั่วทั้งแทบตะวันออกกลางและประเทศกรีซ โดยเชื่อกันว่าต้นกำเนิดของชีสชนิดนี้มาจากประเทศไซปรัสเมื่อศตวรรษที่ 16 ส่วนผสมหลักของชีสฮาลูมีคือนมแกะและนมแพะ ทำให้ชีสชนิดนี้มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ เหมาะแก่การนำไปย่างกินพร้อมด้วยเครื่องเคียงมากกว่าการอบหรือละลายชีส ในช่วงฤดูร้อน ชาวไซปรัสจะนิยมกินชีสฮาลูมีกับแตงโมเพื่อคลายร้อนกันค่ะ

8. ขนมอบเพรทเซิล (PRETZELS) ประเทศเยอรมัน

ขนมเพรทเซิลถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ยุคกลางของยุโรป และเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในประเทศเยอรมัน ทุกวันนี้ ถ้ามีโอกาสได้ไปเที่ยวที่เยอรมัน ให้ลองสังเกตตามร้านขนม ร้านอาหาร หรือเบียร์ฮอลล์ จะพบว่าเต็มไปด้วยขนมเพรทเซิลที่เสริฟ์พร้อมกับท้อปปิ้งต่าง ๆ ตั้งแต่แฮมและชีส ไปจนถึงเมล็ดฟักทอง หลาย ๆ คน ไปเที่ยวเยอรมันมักคิดถึงไส้กรอกและเบียร์ แต่ขนมเพรทเซิลก็ถือเป็นอีกหนึ่งอาหารที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ

9. ไจรอส (GYROS) ประเทศกรีซ

ไจรอสอาหารประจำชาติเลืองชื่อของชาวกรีซ พบเห็นได้ตามร้านข้างทางทั่วไป ลักษณะของไจรอสจะคล้ายๆกับเคบับ แต่จะม้วนด้วยขนมปังเรียบ ไส้ข้างในขนมปัง จะมีทั้งหมู ไก่ เนื้อวัวและเนื้อแพะ พร้อมใส่เครื่องเคียงอาทิ มะเขือเทศ หัวหอม และที่ขาดไม่ได้ก็คือซอสซัดซีจี (Tzatziki) ซึ่งทำจากโยเกิร์ตและผักต่าง ๆ ใครเบื่อ สตรีทฟู้ดไทยแล้ว อยากลองสตรีทฟู้ดแบบยุโรปบ้าง ต้องลองทานไจรอสเลยค่ะ

10. กูลาช (GOULASH) ของประเทศฮังการี

กูลาชเป็นซุปสตูว์สไตล์โฮมเมด แม่บ้านในอดีตนิยมเคี่ยวหม้อโต ๆ เพื่อเก็บไว้รับประทานหลายวัน ซึ่งเมื่อถึงวันท้าย ๆ เนื้อในซุปแทบจะละลายในปากเลยทีเดียว ส่วนใหญ่กูลาซปรุงด้วยสัตว์อย่างเนื้อวัว เนื้อหมู หรือเนื้อแกะ โดยเริ่มจากการหั่นเนื้อเป็นลูกเต๋านำไปคลุกเคล้ากับเกลือจากนั้นนำไปทอดกับหอมใหญ่เคี่ยวไฟอ่อน ๆ คลุกเคล้ากับเครื่องเทศและเติมน้ำซุปลงไปเคี่ยวไฟอ่อน จากนั้นปรุงรสเผ็ดด้วยปาปริก้าทั้งแบบสดและแบบป่นแล้วแต่สูตรเพิ่มความหอมมันด้วยครีม กูลาซรสเข้มข้นนิยมรับประทานคู่กับพาสต้า หากไปถึงฮังการีแล้วต้องสั่งมาชิมด่วน

11. สเกียร์ (SKYR) ประเทศไอซ์แลนด์

สเกียร์เป็นขนมหวานยอดฮิตของชาวไอซ์แลนด์ หลาย ๆ คนเมื่อได้ลองชิมแล้ว จะเข้าใจผิดว่าสเกียร์เป็นโยเกิร์ต เพราะทั้งรูปร่างหน้าตาและรสชาติคล้ายกับโยเกิร์ตมาก แต่แท้ที่จริงแล้วสเกียร์ทำมาจากชีสค่ะ สเกียร์เป็นขนมหวาน (หรืออาหารเช้า) ที่จะเสิร์ฟพร้อมนมและโรยด้วยท้อปปิ้งหลากหลายชนิด เช่น ขนมและผลไม้

12. ไอริชสตูว์ (IRISH STEW) ประเทศไอร์แลนด์

ถึงแม้ว่าประเทศไอร์แลนด์จะมีชื่อเสียงด้านการเสิร์ฟมันฝรั่งบนมื้ออาหารเป็นหลัก แต่อาหารที่ขึ้นชื่อของชาวไอริชก็คือสตูว์ ซึ่งเป็นซุปที่ประกอบด้วยชิ้นเนื้อแกะ มันฝรั่งหัวหอมและผักชีฝรั่ง และบางครั้งอาจใส่เนย Guinness ลงไปด้วย อย่างไรก็ตามสตูว์ของชาวไอริชได้มีการปรับเปลี่ยนสูตรจากเดิม เมื่อชาวไอริชจำนวนมากอพยพไปประเทศสหรัฐอเมริกาในศตวรรษที่ 19 และไม่สามารถหาเนื้อแกะมาใส่ได้ จึงแทนที่ด้วยเนื้อวัว และส่วนผสมอื่น ๆ ถ้าจะสั่งไอริชสตูว์แล้ว ก็อย่าลืมเช็กให้แน่ใจนะคะว่าเป็นแบบดั้งเดิมหรือเปล่า

13. เกี๊ยวเซปเปลินาย (CEPELINAI) ประเทศลิธัวเนีย

เซปเปลินายคือเกี๊ยวชิ้นใหญ่รูปทรงคล้ายไข่ที่ทำจากมันฝรั่งดิบขูดและมันฝรั่งต้ม และมีไส้ในเป็นเนื้อบด เห็ดและลิ่มน้ำนม เซปเปลินายจะเสิร์ฟคู่พร้อมกับซอสครีมเปรี้ยวและเบคอนทอด เซปเปลินายเป็นชื่อของเรือเหาะ ซึ่งมีลักษณะเป็นรูปร่างทรงไข่ ชาวลิธัวเนียจึงเรียกเกี๊ยวชนิดนี้ตามว่า เซปเปลินาย

14. สโตรปวาฟเฟิล (STROOPWAFEL) ประเทศเนเธอร์แลนด์

สโตรปวาฟเฟิลของเนเธอร์แลนด์ค่อนข้างแตกต่างจากวาฟเฟิลของเบลเยี่ยมพอสมควร เพราะวาฟเฟิลที่นี่จะเป็นวาฟเฟิลที่เหมือนแซนวิช มีน้ำเชื่อมคาราเมลเป็นไส้ตรงกลางบาง ๆ นำวาฟเฟิล 2 ชิ้นประกับเข้าด้วยกัน พร้อมใส่ท้อปปิ้งอย่างน้ำผึ้ง ผลเบอร์รี่และช็อกโกแลต สโตรปวาฟเฟิลมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า ขนมรังผึ้ง เพราะรูปร่างภายนอกที่คล้ายรังผึ้ง คนเนเธอแลนด์มักจะทานสโตรปวาฟเฟิล พร้อมด้วยชาร้อน ๆ ก่อนที่จะเริ่มมื้ออาหารเช้า

15. เกี๊ยวครึ่งวงกลม (PIEROGI) ประเทศโปแลนด์

Pierogi หรือเกี๊ยวขนาดครึ่งวงกลมที่ทำจากเส้นโด เป็นอาหารประจำชาติของชาวโปแลนด์ โดยปกติแล้ว Pierogi จะยัดไส้ด้วยนมสด มันฝรั่งต้มและหัวหอมทอด นอกจากนี้ยังสามารถใส่กระหล่ำปลีเปรี้ยว เนื้อบด และชีสเข้าไปในไส้ได้อีกด้วย ถ้าใครอยากไปลองชิม Pierogi แนะนำให้ไปช่วงเดือนมีนาคมของทุกปี เพราะจะมีเทศกาล Pierogi ซึ่งชาวโปแลนด์จะมาออกร้านขาย Pierogi กันอย่างครึกครื้น

16. ทาร์ตไข่โปรตุเกส (PASTEIS DE NATA)

หลาย ๆ คนคงเคยลองทานทาร์ตไข่กันแล้ว แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าทาร์ตไข่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศโปรตุเกส ทาร์ตไข่ หรือที่ชาวโปรตุเกสเรียกว่า Pastel de nata ทำมาจากแป้งกรุเป็นขอบแล้วเทไข่ผสมน้ำตาลหยอดในตัวขนม จากนั้นจึงนำไปอบอีกที ทาร์ตไข่มีต้นกำเนิดในศตวรรษที่ 19 จากโบสถ์คาทอลิกในเมืองลิสบอน เมื่อเศรษฐกิจไม่ดี บาทหลวงจึงได้คิดค้นเมนูทาร์ตไข่ขึ้นมาเพื่อขายให้แก่ชาวเมือง และหารายได้เข้าโบสถ์ ถ้ามาถึงโปรตุเกสแล้ว ไม่ได้ลองทานทาร์ตไข่เท่ากับมาไม่ถึงนะคะ ^^

17. กะหล่ำปลีห่อ (CABBAGE ROLLS) ประเทศโรมาเนีย

กะหล่ำปลีห่อเรียกในภาษาโรมาเนียว่า “Sarmale” ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นประจำชาติของชาวโรมาเนีย ถ้าไปเที่ยวที่โรมาเนียแล้ว จะพบเห็นได้ทั่วไปตามภัตตาคารและร้านข้างทาง กะหล่ำปลีห่อไส้ในจะประกอบไปด้วยชิ้นเนื้อ ข้าว เครื่องเทศ และห่อด้วยใบกะหล่ำปลี นำไปต้มในน้ำซอสสูตรพิเศษหลายชั่วโมง เพื่อให้กะหล่ำปลีนุ่มและน่ารับประทานยิ่งขึ้นค่ะ

18. ปาเอญ่า (PAELLA) ประเทศสเปน

ปาเอญ่า อาหารประจำชาติของชาวสเปน คือข้าวผัดหรือข้าวอบสไตล์สเปนที่ใช้ข้าวสารดิบ ๆ ปรุง โดยเมล็ดข้าวที่ใช้ในการปรุงจะมีลักษณะเป็นเม็ดอ้วนป้อม ๆ คล้ายกับข้าวญี่ปุ่นอยู่สักหน่อย นิยมใส่เนื้อไก่และซีฟู้ดอย่างกุ้ง หอย ปลาหมึก โดยเริ่มจากผัดเนื้อสัตว์กับเครื่องเทศจากนั้นปรุงข้าวกับน้ำซุปต้มกระดูกจนได้ที่แล้วตกแต่งหน้าด้วยกุ้งและหอยตัวอ้วน ๆ น่ารับประทาน ข้าวผัดสเปนจะมีเนื้อสัมผัสกรุบ ๆ ไม่เหมือนกับข้าวผัดที่ใช้ข้าวปรุงสุก

19. ซุปบัลกาเรีย (SOUP) ประเทศบัลกาเรีย

ซุปเป็นอาหารที่พบได้ทั่วไปในชีวิตประจำวันของคนบัลกาเรีย แต่ “ซุป” ของบัลกาเรีย อาจไม่เหมือนที่ไทยเท่าไหร่นะคะ เพราะเราอาจคุ้นชินกับซุปน้ำใสที่ผ่านการเคี่ยวเป็นเวลานาน แต่ที่บัลกาเรีย ซุปจะทำจากส่วนผสมของโยเกิร์ตเป็นหลัก ใส่แตงกวา กระเทียม ผักชี และวอลนัทเข้าไป ถ้าอยากรู้ว่าซุปที่ทำจากโยเกิร์ตจะเป็นอย่างไร ไปบัลแกเรียแล้ว ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยค่ะ

20. ฟองดูต์ (FONDUE) ประเทศสวิซเซอร์แลนด์

ถ้าพูดถึงประเทศสวิซเซอร์แลนด์แล้ว ชีสสวิสต้องเป็นอาหารอย่างแรกที่จะนึกถึงแน่ๆ เพราะที่นี่ มีชีสให้เลือกรับประทานมากมายหลากหลายชนิด ฟองดูต์คือการตั้งหม้อที่มีไฟร้อน ๆ แล้วนำชีสมาละลายลงไปในหม้อ จากนั้นนำขนมปังและเนื้อสัตว์จุ่มลงไป ซึ่งฟองดูต์ถือเป็นอาหารประจำชาติของชาวสวิสเลยก็ว่าได้ ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน ฟองดูต์ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ความสามัคคีของชาวสวิสอีกด้วยค่ะ

เป็นไงบ้างค่ะ กับ 20 เมนูอาหารจานเด็ดของแต่ละประเทศในทวีปยุโรป อ่านเสร็จแล้ว หิวข้าวเลยใช่ไหมค่ะ เมนูอาหารประจำชาติที่เราพาไปดูในครั้งนี้ ต้องบอกเลยว่าไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติความอร่อยเท่านั้นนะคะ แต่ยังแฝงไปด้วยวัฒนธรรม ประเพณี และประวัติศาสตร์ของแต่ละประเทศอย่างช้านาน การไปลิ้มรสชาติและสัมผัสอาหารประจำชาติ ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้เราเข้าใจ และเรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศนั้น ๆ ได้เร็วยิ่งขึ้นค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : The Best Traditional Food in 30 European Countries

Blog Disclaimer

All content provided on this blog is for informational purposes only. The content of this blog neither makes representations as to the accuracy or completeness of any information on this site, nor is construed as Allianz Travel’s offering of travel insurance, unless explicitly stated. Details of benefits, limits, policy exclusions, terms and conditions of Allianz Travel insurance can be found under Allianz Travel Policy Wording.

อุ่นใจ ไร้กังวล เราพร้อมช่วยเหลือคุณตลอด 24 ชม.

อลินอันซ์ทราเวลเป็นผู้นำระดับโลกด้านประกันภัยการเดินทางและบริการช่วยเหลือทั่วไป เรามีแผนประกันภัยที่หลากหลายให้เลือก ครอบคลุมตั้งแต่แผนรายเที่ยว แผนรายปี แผนครอบครัว ไปจนถึงแผนเดินทางศึกษาต่อต่างประเทศ ด้วยพนักงานของเราที่เชี่ยวชาญและทุ่มเทมากกว่า 10,200 คน ดำเนินงานด้วย 35 ศูนย์ปฎิบัติการใน 28 ประเทศ ติดต่อสื่อสารได้มากกว่า 40 ภาษาใน 5 ทวีปและทำงานร่วมกันกับตัวแทนเป็นจำนวนกว่า 180 รายทั่วโลก คุณจึงมั่นใจได้ในบริการของเราที่พร้อมดูแลคุณ ตลอด 24 ชม.

อาหารญี่ปุ่นที่ต้องลอง

อาหารท้องถิ่นญี่ปุ่น ไปถึงที่ต้องห้ามพลาด!

ไปเที่ยวญี่ปุ่นกันทั้งที นอกจากเที่ยวกับช๊อป ก็ต้องกินนี่แหละจะได้ครบสูตร ยิ่งญี่ปุ่นแล้วด้วยอาหารการกินก็ดูน่ากินไปซะทุกอย่างจนอยากจัดทริป “ตะลอนกิน” กันเลยทีเดียว แต่จะจัดทั้งทีก็ต้องจัดแบบที่เรียกได้ว่า “ถึง” ที่จริงๆ วันนี้ Allianz Travel จะมาแนะนำเมนูประจำท้องถิ่น ที่เรียกได้ว่าต้องลองเลยหากว่าได้ไปแต่ละภูมิภาค

ภูมิภาคฮอกไกโด (HOKKAIDO)

อาหารทะเล ทั้งปลาสดและอาหารทะเลแปรรูปหลากหลายชนิดเช่น ปู หอยเชลล์ หอยเม่นทะเล ไข่ปลาแซลมอน ปลาแซลมอน ปลาค็อด ปลาหมึกยักษ์ กุ้ง หอยเป๋าฮื้อ หอยปีกนก และผลิตภัณฑ์จากอาหารทะเลอื่นๆ จัดเป็นอาหารทะเลชั้นหนึ่ง โดยเฉพาะปูที่มีขนาดใหญ่และรสหวาน ไม่ว่าจะนำไปต้มในน้ำเกลือหรือทำเป็นซาชิมิ ไม่ว่าจะเป็นปูราชินี ปูขน หรือปูอลาสก้า และซาชิมิหอยเม่นที่คุณควรจะต้องไปลองสักครั้งในชีวิต

เจงกีสข่าน “เจงกีสข่าน นาเบะ” เป็นคำเรียกถึงตัวของหม้อหรือกระทะที่นำมาใช้ประกอบเมนูนี้ ซึ่งเป็นกระทะทรงหมวกที่ทำจากเหล็กหล่อ นอกจากนี้ยังหมายถึงอาหารที่นำเนื้อแกะสไลด์บางและผักต่างๆ (ถั่วงอก กะหล่ำปลี และฝักทอง) มาทาน้ำมันและย่าง ร้านอาหารหลายแห่งในฮอกไกโดเชี่ยวชาญในการทำเจงกีสข่าน นาเบะ บอกได้เลยว่าเมนูนี้สายดื่มต้องไม่พลาด

ภูมิภาคโทโฮคุ (TOHOKU)

ซาซาคามะโบโกะ ของขึ้นชื่อของจังหวัดมิยะงิที่นิยมซื้อเป็นของขวัญหรือของฝาก ทำจากเนื้อปลาและมีรูปร่างลักษณะเหมือนใบไม้ไผ่ (ซาซา) จากรอยที่เกิดจากการย่าง ซาซาคามะโบโกะที่มีชื่อเสียงที่สุดมาจากเมืองเซ็นไดซึ่งมีร้านทำซาซาคามะโบโกะ แบบโฮมเมดมาเป็นเวลานาน โดยทำจากเนื้อปลาลิ้นหมาที่จับได้ตามฤดูกาลเพื่อเป็นการถนอมอาหาร โดยการนำไปสับและนวดด้วยมือจนเหนียว แล้วนำไปย่าง

คิริทัมโปะ แห่งจังหวัดอะคิตะ ที่ทำมาจากข้าวปรุงร่วมกับส่วนผสมเฉพาะตามสูตรของท้องถิ่นในกระทะ หลังจากนั้นนวดเข้าด้วยกัน และนำไปเสียบไม้ย่างเพื่อเพิ่มความหอม โดยช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการไปลิ้มลองคือ ช่วงกลางเดือนกันยายนถึงเดือนมีนาคม โดยเฉพาะเดือนพฤศจิกายน รสชาติเฉพาะแบบนี้ต้องไปเองที่อะคิตะ

ภูมิภาคคันโต (KANTO)

นาเมะโร อาหารท้องถิ่นของชาวประมงในแถบชายฝั่งของแหลมโบโซ-ฮันโตทางตอนใต้ของจังหวะจิบะ ส่วนผสมหลักคือปลาต่างๆ โดยหั่นปลาเป็นชิ้นเล็กๆ และสับรวมกับมิโสะ ต้นหอม ขิง และใบโหระพา ให้ละเอียดจนเป็นเนื้อเดียวกัน ต้นหอมและขิงจะเป็นตัวดับกลิ่นคาวปลา นาเมะโรมี 2 แบบ คือย่างและผสมน้ำส้มสายชู โดยแบบย่างจะเรียกว่าซังกะยะกิ และแบบที่ผสมน้ำส้มสายชูจะเรียกว่าสึนาเมะโร

ฟุคะงะวะเมะชิ อาหารยอดนิยมแห่งโตเกียว ทำจากหอยแกะเปลือกและต้นหอมนำไปผัดกับมิโสะ เสิร์ฟพร้อมข้าวและซุปเป็นชุด โดยใช้หอยตัวใหญ่ และน้ำจากหอยที่ผสมกับมิโสะจะสร้างรสชาติที่อร่อยโดดเด่นขึ้นมา

ภูมิภาคจูบุ/โตไก (CHUBU/TOHKAI)

อุนางิ หรือปลาไหล จังหวัดชิซุโอะกะ มีแหล่งเพาะเลี้ยงปลาไหลที่มีคุณภาพสูงและมีชื่อเสียง โดยปลาไหลนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการสูง และญี่ปุ่นนิยมกินปลาไหลในฤดูร้อนซึ่งอากาศร้อน และความชื้นทำให้คนไม่อยากอาหาร โดยวิธีที่นิยมนำปลาไหลมาทำอาหารที่สุดคือการย่างถ่าน หรือคะบะยะกิ โดยในแถบคันโตจะนำชิ้นเนื้อปลาไหลมาย่างบนเตาถ่าน แล้วนำไปนึ่ง จากนั้นก็นำมาย่างด้วยความร้อนปานกลางอีกครั้ง และทาน้ำมันขณะที่ย่างด้วย ส่วนในแถบคันไซจะนำปลาไหลทั้งตัว ควักไส้ออก แล้วนำไปเสียบไม้ย่างและทาน้ำมันไปด้วยขณะย่าง

มิโสะคัตสึ “ทงคัตสึ” หรือหมูชิ้นทองราดซอสเป็นเมนูที่นิยมทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น แต่สำหรับจังหวัดไอจินั้นมีเมนูทงคัตสึที่แตกต่างออกไป โดยจะใช้ซอสที่ทำจากมิโสะ ซึ่งเป็นสูตรต้นตำรับที่ทำจากน้ำซุปปลาโอและน้ำตาล และเรียกเมนูนี้ว่า “มิโสะคัตสึ” ซึ่งเป็นอาหารยอดฮิตในจังหวัดไอจิเลยทีเดียว

ภูมิภาคโฮคุริคุ (HOKURIKU)

โฮตะรุอิกะ แห่งจังหวัดโทะยะมะ หรือปลาหมึกหิ่งห้อย ซึ่งเป็นปลาหมึกพันธุ์เล็กที่พบในอ่าวโทะยะมะ สามารถทานเป็นแบบซาชิมิ หรือแบบชาบู ก็ได้ หรือหากนำไปตากแห้งแล้วย่างเล็กน้อยก็เหมาะกับเป็นกับแกล้มเวลาดื่มได้เช่นกัน ชื่อปลาหมึกหิ่งห้อยมาจากลักษณะเรืองแสงของผิวปลาหมึกสีขาวอมฟ้าคล้ายหิ่งห้อย

จิบุนิ อาหารพื้นเมืองของคะนะซะวะ ทำจากเนื้อเป็ดหั่นบางๆ ชุบแป้งหรือแป้งมัน แล้วนำไปต้ม เห็ดชิตาเกะ หน่อไม้ และผักชีญี่ปุ่นในน้ำซุปที่ทำจากน้ำสต็อก มิริน (เหล้าหวานสำหรับปรุงอาหาร) น้ำตาล เกลือ โชยุ และสาเก โดยแป้งหรือแป้งมันที่อยู่ด้านนอกจะช่วยรักษารสชาติของเนื้อและทำให้น้ำสต็อกข้นขึ้น ใช้วาซาบิเพื่อเพิ่มรสชาติ

ภูมิภาคคันไซ (KANSAI)

ยุโดฟุ หรือเต้าหู้ต้ม ยอดนิยมในฤดูหนาวแห่งเกียวโต เมนูที่จะทำให้คุณรู้สึกอุ่นขึ้น ด้วยรสชาติเบาๆ และผิวสัมผัสที่เรียบเนียนของเต้าหู้ ทำให้ทุกรสสัมผัสที่ได้รับนั้นรู้สึกอบอุ่นเป็นพิเศษ โดยเมนูนี้ทำจากการนำเต้าหู้ทำมือมาต้มกับซุปสาหร่าย และทานด้วยการจิ้มในเครื่องปรุงรส วิธีการทำดูธรรมดา แต่รสชาติที่ได้มานั้นล้ำลึกอย่างยิ่ง

ทะโกะยะกิ หรือ ขนมครกไส้ปลาหมึก ต้นตำรับจากโอซาก้า แบบกรอบนอกนุ่มใน จากการทำด้วยกระทะแบบหลุม ที่มีหลายๆหลุม จากนั้นทำให้เป็นลูกกลมๆโดยการหมุนไปมาให้สุก ที่ดูเหมือนจะทำได้ง่ายๆ แต่บอกเลยว่ายากมาก นอกจากรูปลักษณ์แล้ว รสชาติต้นตำรับที่ไม่เหมือนใครและเครื่องโรยหน้า พร้อมจิ้มกับมายองเนสอีก บอกได้เลยว่า เคยลองที่ไหนมา รับรองได้ว่าไม่ฟินเท่าต้นตำรับแน่นอน

ภูมิภาคชูโงะคุ (CHUGOKU)

ฟุกุ หรืออาหารจากปลาปักเป้า (จังหวัดยะมะงุจิ) นิยมทานแบบซาชิมิหรือเรียกว่า “ฟุกุซาชิมิ” ที่แล่จนบางบากจนมองทะลุผ่านได้ และจัดเรียงอย่างงดงาม แต่ไม่ได้มีเพียงความสวยงามเท่านั้น รสชาติแห่งความสดของเนื้อปลาก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน นอกจากนั้นปลาปักเป้ายังสามารถนำมาทำเมนูหม้อไฟได้อีกด้วย ซึ่งถือว่าเด็ด แต่อย่างไรก็ตามเมนูจากปลาปักเป้านั้น ก็มีอันตรายมากหากไม่ได้รับการปรุงที่ถูกต้อง เพราะว่าปลาปักเป้าบางชนิดนั้นมีพิษถึงตายได้ ซึ่งพ่อครัวที่จะปรุงเมนูปลาปักเป้าได้นั้น จะต้องมีใบอนุญาติพิเศษซึ่งได้รับการอบรมวิธีการกำจัดส่วนที่มีพิษออกอย่างระมัดระวัง

หอยนางรม ถือได้ว่าเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและมีรสชาติเป็นเลิศ และในประเทศญี่ปุ่นนั้น จังหวัดฮิโรชิม่าเป็นแหล่งผลิตหอยนางรมชั้นนำ ด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงแบบพิเศษที่ตกทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้ได้หอยตัวใหญ่ เนื้อนุ่ม จนอาจทำให้ลืมหอยนางรมจากที่อื่นได้เลย

ภูมิภาคชิโกะคุ (SHIKOKU)

ซะนุกิ-อุด้ง หรืออุด้งที่ใช้เส้นแป้งสาลี แห่งจังหวัดคะงะวะ ซึ่งเป็นที่รู้จักว่า เป็น “อาณาจักรอุด้ง” เพราะมีผู้ผลิตและร้านอาหารอุด้งที่ใช้เส้นแป้งสาลีจำนวนมาก มีจุดเด่นที่ความแข็งและเนื้อเรียบเนียน วิธีรับประทานคือเทซุปสาหร่ายที่ปรุงรสด้วยโชยุเล็กน้อยลงไปบนเส้น ใส่ต้นหอม ขิง ไข่ หรืองาตามชอบ และโรยด้วยเครื่องโรยที่มีให้เลือกหลายรูปแบบ ทำให้เกิดรสชาติหลายรูปแบบจนไม่น่าเบื่อเลยทีเดียว

ภูมิภาคคิวชู (KYUSHU)

มิซุทะกิ หรือไก่ต้มไม่ปรุงรส แห่งจังหวัดฟุกุโอะกะ มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่สมัยเมจิ จากซุปใสของตะวันตกและอาหารประเภทไก่ของจีน ทานกับน้ำจิ้มพอนสุ และเติมเครื่องปรุงรส นอกจากนี้อาจสามารถใส่ข้าวลงไปหลังทานไก่และผักหมดแล้วเพื่อเพิ่มความอิ่มท้องก็ยังได้

ฮิยะจิรุ อาหารท้องถิ่นของจังหวัดมิยะซะกิ เป็นการนำน้ำซุปที่แช่เย็นราดลงบนข้าวร้อนๆ ทานคู่กับผัก และเครื่องเคียง โดยน้ำซุปนั้นทำมาจากปลาแห้งต้มและปรุงรสด้วยมิโสะ ทำให้ได้เพลิดเพลินกับรสชาติและความสดชื่นจากผักฤดูร้อน เชื่อกันว่าเมนูนี้เกิดขึ้นจากเกษตรกรในมิยะซะกิเพื่อไม่ต้องเสียเวลาเตรียมอาหารในระหว่างทำงานในไร่

นอกจากเมนูท้องถิ่นที่แนะนำไปนั้น ประเทศญี่ปุ่นยังมีอีกหลายเมนูที่รอให้ไปลองลิ้นชิมรสอีกมากมายในแต่ละภูมิภาค แต่อย่างไรก็ตามอาหารแต่ละท้องที่นั้นก็มีความเฉพาะแตกต่างกันไปในเรื่องของส่วนผสม ซึ่งบางอย่างอาจไม่คุ้นชินกับคนไทย และอาจทำให้เกิดความเจ็บป่วยได้ ดังนั้นแล้วหากวางแผนทริปตะลอนกิน เราคงต้องคิดถึงเรื่องความเจ็บป่วยไว้ด้วยการทำประกันการเดินทางที่มีความคุ้มครองที่ครอบคลุมความเจ็บป่วยจากการทานอาหารด้วย จะได้ Enjoy Eating กันได้อย่างเต็มที่กันเลย!

ที่มา : https://www.jnto.or.th

How Can We Help?

Millions of people rely on us! With 1 intervention every 2 seconds, Allianz Travel is the world leader in travel insurance and assistance services. With a range of cover for individuals or Families with Single Trip Travel Insurance and Multi–Trip Travel Insurance cover options: our global network will have you covered 24/7. No matter whether you’re a Singapore citizen, or holders of permanent residence, employment pass, S-pass, work permit, student pass or dependent pass, you can be covered by our great travel insurance!

รวมเมนูอาหารประจำชาติที่ไปถึงถิ่นแล้วต้องลิ้มลอง

การท่องเที่ยวไปในต่างประเทศนั้นเรียกได้ว่าเป็นการเปิดโลกกว้างและเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้กับโลกของคุณในด้านที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นในด้านวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ สถาปัตยกรรมสิ่งปลูกสร้างที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ภาษาและวิธีการสื่อสารที่บ่งบอกเชื้อชาติของคนท้องถิ่น และแน่นอนขาดไม่ได้ก็คืออาหารท้องถิ่นของประเทศที่คุณไปเยี่ยมเยือน ถึงแม้จะเป็นเมนูอาหารที่คนที่อยู่อีกซีกโลกรับประทานเป็นประจำแต่ไม่ใช่สำหรับคุณ และเมื่อคุณอยู่ที่นั่นแล้วคุณต้องหาโอกาสลิ้มลองเพื่อสัมผัสรสชาติที่แปลกใหม่เรียกว่าเป็นการซึมซับวัฒนธรรมด้วยกระเพาะยังไงล่ะ

1. กูลาช (GULASCH) ของประเทศฮังการี

เป็นซุปสตูว์สไตล์โฮมเมด แม่บ้านในอดีตนิยมเคี่ยวหม้อโต ๆ เพื่อเก็บไว้รับประทานหลายวัน ซึ่งเมื่อถึงวันท้าย ๆ เนื้อในซุปแทบจะละลายในปากเลยทีเดียว ส่วนใหญ่กูลาซปรุงด้วยสัตว์อย่างเนื้อวัว เนื้อหมู หรือเนื้อแกะ โดยเริ่มจากการหั่นเนื้อเป็นลูกเต๋านำไปคลุกเคล้ากับเกลือจากนั้นนำไปทอดกับหอมใหญ่เคี่ยวไฟอ่อน ๆ คลุกเคล้ากับเครื่องเทศและเติมน้ำซุปลงไปเคี่ยวไฟอ่อน จากนั้นปรุงรสเผ็ดด้วยปาปริก้าทั้งแบบสดและแบบป่นแล้วแต่สูตรเพิ่มความหอมมันด้วยครีม กูลาซรสเข้มข้นนิยมรับประทานคู่กับพาสต้า หากไปถึงฮังการีแล้วสั่งมาชิมด่วน

2. ปาเอญ่า (PAELLA) ประเทศสเปน

ข้าวผัดหรือข้าวอบสไตล์สเปนที่ใช้ข้าวสารดิบ ๆ ปรุง โดยเมล็ดข้าวที่ใช้ในการปรุงจะมีลักษณะเป็นเม็ดอ้วนป้อม ๆ คล้ายกับข้าวญี่ปุ่นอยู่สักหน่อย นิยมใส่เนื้อไก่และซีฟู้ดอย่างกุ้ง หอย ปลาหมึก โดยเริ่มจากผัดเนื้อสัตว์กับเครื่องเทศจากนั้นปรุงข้าวกับน้ำซุปต้มกระดูกจนได้ที่แล้วตกแต่งหน้าด้วยกุ้งและหอยตัวอ้วน ๆ น่ารักประทาน ข้าวผัดสเปนจะเนื้อสัมผัสกรุบ ๆ ไม่เหมือนกับข้าวผัดที่ใช้ข้าวปรุงสุกทำอยากรู้เป็นอย่างไรก็ต้องไปลองเองนะ

3. ซุปบอร์ช (BORSCHT) ประเทศรัสเซีย

ซุปบีทรูทที่เน้นรสหวานของผัก เมนูพื้นเมืองของประเทศรัสเซียซึ่งปรุงโดยใช้ผลบีทรูทเป็นหลักทำให้ซุปออกมามีสีแดงเข้ม ปรุงโดยนำผักต่าง ๆ ไปผัดคลุกเคล้ากับเครื่องเทศให้นุ่มแล้วใส่ในน้ำต้มกระดูกหรือหากใครไม่ทานเนื้อก็ใส่แค่น้ำเปล่าเป็นซุปผักเพียว ๆ ปรุงรสกลมกล่อม ราดด้วยครีมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ตทานคู่กับขนมปังดำของรัสเซียอร่อยเลิศ

4. ปูแตง (POUTINE) ประเทศแคนาดา

อาหารขึ้นชื่อของแคนาดาคล้าย ๆ ต้มยำกุ้งของประเทศไทย เป็นเมนูที่ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศฝรั่งเศสประกอบด้วยเฟรนช์ฟรายโรยด้วยเบคอน ผักและชีส ปิดท้ายด้วยการราดน้ำเกรวี่ด้านบน เป็นเมนูที่เป็นที่ชื่นชอบของเด็ก ๆ มีขายทั่วไปในแคนาดาแถมราคาไม่แพงอีกด้วยนะ

5. เคอร์รี่เวิร์สหรือไส้กรอกราดซอสผงกระหรี่ (CURRYWURST) ประเทศเยอรมัน

เยอรมันนั้นนอกจาจะเลื่องชื่อเรื่องเบียร์รสเยี่ยมแล้วยังมีไส้กรอกเยอรมันที่มีมากกว่า 1,000 ชนิดให้คุณไปลิ้มลอง และคุณสามารถพบเห็นร้านขายไส้กรอกได้ทั่วไปในเยอรมันเลย สำหรับเคอร์รี่เวิร์สที่อยากให้คุณลองนั้นทำจากไส้กรอกย่าง ราดด้วยซอสมะเขือเทศและมัสตาร์ด เพิ่มด้วยการโรยผงกระหรี่ด้านบนให้กลิ่นและรสชาติที่แตกต่างทานคู่กับมันฝรั่งทอดหรือขนมปังก็เข้ากั๊นเข้ากัน

ทริปนี้ต้องอิ่มใจ อิ่มตา อิ่มท้อง ข้ามน้ำข้ามทะเลไปไกลขนาดนี้ ของเลื่องชื่อไม่ลองแล้วจะเสียดายแย่นะคุณ

เรามุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือและดูแลคุณ

อลิอันซ์ทราเวลเป็นผู้นำระดับโลกด้านประกันภัยการเดินทางและบริการช่วยเหลือทั่วไป เรามีแผนประกันภัยที่หลากหลายให้เลือก ครอบคลุมตั้งแต่แผนรายเที่ยว แผนรายปี แผนครอบครัว ไปจนถึงแผนเดินทางศึกษาต่อต่างประเทศ เราทุ่มเทที่จะให้บริการช่วยเหลือและปกป้องคุณทุกที่ ทุกเวลาเท่าที่เราจะทำได้ เราไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประกันภัยและการให้ความช่วยเหลือ แต่เรามุ่งเน้นไปที่สิ่งที่มากกว่านั้น และทุกบริการของเราก็เพื่อลูกค้าคนสำคัญของเรา