6 ข้อเตรียมพร้อม พาครอบครัวเที่ยวต่างประเทศ

หนึ่งในความฝันของลูก ๆ หลายคนเมื่อเข้าสู่วัยทำงานแล้ว ก็คือการพาครอบครัวไปเที่ยวต่างประเทศพร้อมหน้าพร้อมตากัน แต่การจะไปเที่ยวทั้งครอบครัวก็อาจจะต้องมีการเตรียมการบางอย่างเป็นพิเศษต่างจากการไปเที่ยวเองหรือไปกับกลุ่มเพื่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าไปกับพ่อแม่หรือผู้สูงอายุ เราควรจะต้องวางแผนการท่องเที่ยวอย่างรอบคอบและรัดกุมเหมาะสมกับท่านด้วย ดังนั้น Allianz Travel จึงขอเสนอข้อแนะนำ 6 ข้อเตรียมพร้อม สำหรับผู้อ่านที่กำลังวางแผนพาครอบครัวไปเที่ยวเมืองนอก ว่าจะวางแผนเที่ยวกันอย่างไร และต้องเตรียมพร้อมอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

1.กำหนดสถานที่เที่ยวตามใจครอบครัว

การวางแผนพาพ่อแม่หรือครอบครัวเที่ยว สิ่งแรกที่ควรหลีกเลี่ยงเลยคือการกำหนดที่เที่ยวตามใจเรา เพราะพ่อแม่ท่านอาจจะไม่ชอบ หรือสถานที่นั้นอาจไม่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ดังนั้นแล้ว ควรถามคุณพ่อคุณแม่และคนอื่น ๆ ก่อนว่า อยากไปที่ไหนและให้ท่านเลือกเลย โดยเราอาจจะเสนอประเทศเที่ยวให้ท่านเป็นตัวเลือกสัก 5 ประเทศ และกิจกรรมที่จะไปทำอย่างคร่าว ๆ หรือถ้าคุณพ่อคุณแม่มีที่เที่ยวอยู่ในใจแล้ว ก็ยิ่งสบายไปใหญ่ การกำหนดสถานที่เที่ยวตามใจครอบครัวถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ และไม่ควรมองข้ามนะคะ

2.กำหนดแผนเที่ยวตามไลฟ์สไตล์ครอบครัว

นอกจากจะกำหนดสถานที่เที่ยวตามใจครอบครัวแล้ว ไลฟ์สไตล์ก็เป็นสิ่งสำคัญค่ะ ถ้าไปเที่ยวกับพ่อแม่ ก็ต้องดูว่าท่านชอบเที่ยวแบบไหน เที่ยวสบาย ๆ กับทัวร์ หรือเป็นสายลุย ชอบเที่ยวเอง ถ้าไปเที่ยวกันเอง ก็ต้องดูว่าสุขภาพท่านเป็นอย่างไรบ้าง แข็งแรงขนาดไหน เพราะบางสถานที่ วัน ๆ เดินไม่ต่ำกว่า 5 กิโลเลยค่ะ ถ้าสุขภาพไม่แข็งแรงแล้ว ก็แนะนำให้พาท่านไปกับทัวร์จะดีกว่าค่ะ แต่ถ้าไม่ชอบไปทัวร์กับคนอื่น ก็อาจจะจองทัวร์ส่วนตัว หรือว่าเช่ารถขับเที่ยวก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกค่ะ นอกจากนี้ ถ้ามีเด็ก ๆ ไปเที่ยวด้วย ก็ต้องคำนึงว่า เด็กจะซนไหม หรือเด็กจะเบื่อไหม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าต้องไปสถานที่ท่องเที่ยวที่คนเยอะ ๆ อาจพลัดหลงกันได้เลย

3.วางแพลนเที่ยวแบบหยืดหยุ่น และเลือกโรงแรมที่พักให้ดี

โดยปกติแล้ว ถ้าเราไปเที่ยวคนเดียว หรือเที่ยวกับเพื่อน เราก็จะวางตารางเที่ยวแน่นมากภายในหนึ่งวัน (เรียกได้ว่าเที่ยวให้คุ้มเลยหล่ะค่ะ) ภายในหนึ่งวัน ตั้งแต่เช้ายันค่ำ เราอาจเที่ยวได้ 7-8 สถานที่เลย แต่เมื่อเราไปกับครอบครัวแล้ว ไม่ควรวางตารางเที่ยวให้แน่นมากนัก ควรมีความยืดหยุ่นและเผื่อเวลา ในแต่ละวัน กำหนดสถานที่เที่ยวสัก 3-4 ที่ ก็เพียงพอแล้วค่ะ นอกจากนี้แล้ว การเลือกโรงแรมที่พักก็สำคัญ ไปคนเดียวหรือไปกับเพื่อนจะนอนพักที่ไหนก็ได้ แต่ไปกับครอบครัว ต้องนอนโรงแรมดี ๆ ไว้ก่อน ความสะดวกสบาย บรรยากาศ อาหาร และการบริการต่าง ๆ เป็นปัจจัยสำคัญ เพราะไปกับคุณพ่อคุณแม่ เราก็อยากให้ท่านได้รับความสะดวกสบายที่สุด ที่สำคัญ อย่าลืมเลือกโรงแรมที่ใกล้กับรถไฟฟ้า หรือใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวและตลาดนะคะ เพราะจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายเป็นสองเท่า รับรองว่าคุณพ่อคุณแม่และครอบครัวต้องชอบแน่ ๆ ค่ะ

4.วางแผนค่าใช้จ่ายทั้งทริป

การพาพ่อแม่และครอบครัวไปเที่ยว ไม่เหมือนกับการพาเพื่อนหรือแฟนไปเที่ยว ที่เราสามารถช่วยกันออกค่าใช้จ่ายได้ การไปเที่ยวกับครอบครัว อย่างน้อยเราต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายสามคน (พ่อ แม่ และตัวเอง) เพราะฉะนั้นแล้ว เมื่อเลือกสถานที่เที่ยวได้แล้ว เลือกได้ว่าจะไปเองหรือไปกับทัวร์แล้ว ต้องวางแผนค่าใช้จ่ายทั้ง ทริปให้ดีว่า จะใช้เงินไปกับอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าทัวร์ ค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าบัตรเข้าสถานที่เที่ยวและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมา ดังนั้นแล้ว ควรกำหนดไปเลยว่าจะใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง ทั้งทริปจะใช้จ่ายเท่าไหร่ และพยายามคุมงบประมาณให้อยู่ในแผน งบประมาณจะได้ไม่บานปลายค่ะ

5.จัดเตรียมเอกสารเดินทางและเอกสารอื่นๆ

ถ้าหากว่าครั้งนี้เป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกของพ่อแม่ ดังนั้นเราก็ต้องคอยดูแลเรื่องเอกสารสำคัญสำหรับท่านด้วย ไม่ว่าจะเป็นการพาท่านไปทำพาสปอร์ต จัดการทำวีซ่า หรือเอกสารอื่น ๆ ที่จำเป็นในการเดินทางและการผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองด้วย จะได้ไม่ติดปัญหาอะไรตั้งแต่เริ่มต้น พาลให้ท่านต้องหงุดหงิดใจจนเที่ยวไม่สนุกซะเปล่าๆ

6. ซื้อประกันการเดินทางสำหรับครอบครัว เตรียมพร้อมเรื่องความปลอดภัยในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว

ในยามที่เราต้องพาคุณพ่อคุณแม่ไปเที่ยวต่างประเทศ เรื่องความปลอดภัยนั้นเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมพร้อมไว้เช่นกัน เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าระหว่างการเที่ยวแล้ว จะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง ยิ่งถ้าเราดูแลเพียงลำพัง ก็อาจจะดูแลได้ไม่ทั่วถึง ถ้าคุณพ่อคุณแม่พลาดท่าลื่นล้ม เกิดอุบัติเหตุ และต้องเข้าโรงพยาบาล เราก็อาจจะต้องกันเงินไว้สำหรับค่ารักษาด้วย แต่แอบกระซิบก่อนเลยว่า ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลเมืองนอก แพงมาก บางเคสถึงหลักล้านเลยทีเดียว ดังนั้นจะให้ดีที่สุด การซื้อประกันการเดินทางสำหรับครอบครัวไว้ก่อน ย่อมอุ่นใจกว่าค่ะ อย่างน้อยเราก็มีประกันที่จะคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเผื่อไว้แล้ว และเอาเงินที่อาจต้องกันไว้ ไปใช้จ่ายเพื่อความสุขของท่านให้เต็มที่จะดีกว่าค่ะ

การวางแผนเที่ยวกับครอบครัวเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา และความรอบคอบเป็นพิเศษ เพื่อที่จะให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุขกับทริปที่จะไป เมื่อเตรียมตัวพร้อมทุกข้อแล้ว ก็ถึงเวลาออกเดินทางจริงแล้วค่ะ สำหรับใครที่สนใจประกันการเดินทาง ที่ Allianz Travel เรามีประกันการเดินทางสำหรับครอบครัว คุ้มครองสูงสุดถึง 4 ท่าน ในราคาพิเศษ โดยคุ้มครองครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล และความช่วยเหลือฉุกเฉิน เพียงเท่านี้ ก็ท่องเที่ยวอุ่นใจ หายห่วงได้แล้วค่ะ

เรามุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือและดูแลคุณ

อลิอันซ์ทราเวลเป็นผู้นำระดับโลกด้านประกันภัยการเดินทางและบริการช่วยเหลือทั่วไป เรามีแผนประกันภัยที่หลากหลายให้เลือก ครอบคลุมตั้งแต่แผนรายเที่ยว แผนรายปี แผนครอบครัว ไปจนถึงแผนเดินทางศึกษาต่อต่างประเทศ เราทุ่มเทที่จะให้บริการช่วยเหลือและปกป้องคุณทุกที่ ทุกเวลาเท่าที่เราจะทำได้ เราไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประกันภัยและการให้ความช่วยเหลือ แต่เรามุ่งเน้นไปที่สิ่งที่มากกว่านั้น และทุกบริการของเราก็เพื่อลูกค้าคนสำคัญของเรา

7 ข้อ เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนไปเรียนต่อต่างประเทศ

การเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศเป็นจุดมุ่งหมายและความฝันของใครหลาย ๆ คนที่ต้องการหาความรู้เพิ่มเติม และความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เมื่อเราสมัครเรียนต่อและผ่านการคัดเลือกเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่เราจะออกเดินทางนั้น ก็มีเรื่องให้เตรียมตัวอยู่พอสมควร อาทิ เรื่องเอกสาร การวางแผนการใช้จ่ายเงิน การจองที่พักและตั๋วเครื่องบินต่างๆ เป็นต้น Allianz Travel จึงขอชวนผู้อ่านที่กำลังเตรียมตัวไปเรียนต่อเมืองนอก มาสำรวจกันว่า ก่อนที่จะออกเดินทางจริง ต้องเตรียมพร้อมอย่างไรบ้าง

1.ซื้อตั๋วเครื่องบิน และหาที่พัก

เมื่อสมัครเรียน ได้รับการคัดเลือก และสมัครวีซ่าผ่านแล้ว ขั้นตอนแรกของการเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนไปเรียนนอก ก็คือการซื้อตั๋วเครื่องบินและหาที่พักนั่นเอง โดยปกติแล้ว เราจะจองตั๋วเครื่องบินก่อนเดินทางจริง ประมาณ 3 – 6 เดือน ซึ่งจะมีราคาถูกกว่าการจองแบบกระชั้นชิด ในขณะที่การหาที่พัก ถือเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร เพราะที่พักมีหลายแบบ และหลายราคาให้เลือก ตั้งแต่หอพักในแคมปัส หอพักใกล้แคมปัส อพาร์ทเมนท์แบ่งเช่า ไปจนถึงโฮมสเตย์ การเลือกที่พักควรคำนึงถึงความสะดวกสบาย และราคาเป็นหลัก เพราะราคาที่แพงเกินไป อาจทำให้เราต้องลดค่าใช้จ่ายจำเป็นในส่วนอื่น ๆ ลง และถ้าที่พักไกลจากแคมปัสมากเกินไป การเดินทางอาจไม่สะดวกสบาย และทำให้เสียเวลาเดินทางอีกด้วย

2.แลกเงินสด และวางแผนการเงินก่อนเดินทาง

อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการวางแผนการใช้เงินตลอดการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นค่าเทอม ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่ากิน ค่าของใช้ส่วนตัว ค่าหนังสือ ค่าเที่ยว และค่าอื่นๆ การวางแผนการใช้จ่ายก่อนเดินทาง จะทำให้เรารู้ว่าในแต่ละเดือน จะต้องใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ ซึ่งจะช่วยให้เราคุมงบตลอดปีได้ และก่อนออกเดินทาง อย่าลืมแลกเงินสดให้สามารถพกติดตัวอยู่ได้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ และไปเปิดบัญชีธนาคารที่ต่างประเทศเมื่อไปถึง หรือจะใช้วิธีแลก Bank Draft หรือ Traveler’s Check ไว้ใช้ในระยะยาวก็ได้ อีกวิธีหนึ่งที่เป็นทางเลือกก็คือ การพกบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตจากประเทศไทยไปด้วย

3.เตรียมเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว และยาประจำตัว

เสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว และยาประจำตัว ถือเป็นอีกเรื่องที่สำคัญ เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวควรจะทำ Checklist ไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่าต้องนำอะไรไปบ้าง จะได้ไม่ลืม เสื้อผ้าที่จะเตรียมไป ควรจะเตรียมไปโดยอิงจากสภาพอากาศของประเทศที่จะไป ถ้าไปประเทศแถวยุโรปและอเมริกา เสื้อกันหนาวเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย และที่สำคัญ อย่าลืมพวกอุปกรณ์ปลั๊กพ่วง ที่ควรจะพก Universal Plug ไปเผื่อด้วย ขณะที่ยาประจำตัว เป็นสิ่งที่ลืมไม่ได้เด็ดขาด เพราะว่าบางประเทศ การจะซื้อยาได้ ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์เท่านั้น จึงเป็นเรื่องที่ลำบากมาก ๆ ยาที่ควรพกติดตัวไปด้วย อาทิ ยาแก้หวัด ยาแก้ปวดหัว ยาแก้ท้องเสีย ยาแก้แพ้ เป็นต้น ถ้ามีเอกสารทางการแพทย์ที่ระบุถึงโรคประจำตัวหรือยาที่ต้องทานประจำ ก็ควรจะพกติดตัวไปด้วยครับ

4.เตรียมเอกสารสำคัญต่างๆ

ก่อนเดินทางจริง ควรรีเช็กให้แน่ใจว่าไม่ลืมเอกสารสำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพาสปอร์ต เอกสารการเรียนต่าง ๆ บัตรประชาชน หรือเอกสารอื่น ๆ ที่ระบุตัวตน เอกสารเหล่านี้สำคัญมาก ๆ ถ้าลืมก็อาจทำให้เกิดความยุ่งยากตามมาอีกมาก

5.วางแพลนเที่ยว หรือหางานพิเศษทำ

แน่นอนว่าเมื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ หลายคนก็อยากที่จะไปเที่ยวตามสถานที่ใหม่ ๆ และหาประสบการณ์ ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยพบมาก่อนโดยปกติแล้ว จะมีทั้งหมด 3 ช่วงให้เราได้วางแพลนเที่ยวยาว ๆ ช่วงแรกคือช่วง Reading Week ซึ่งจะเป็นสัปดาห์ที่ให้นักศึกษาหยุดเพื่ออ่านหนังสือสอบ ประมาณ 1-2 สัปดาห์ ช่วงที่สองคือช่วงปิดเทอมเล็ก และช่วงที่สามคือช่วงปิดเทอมใหญ่ นอกจากนี้ สำหรับใครที่ไม่ชอบเที่ยว แต่อยากหางานพิเศษทำ ก็ควรศึกษาแต่เนิ่น ๆ ตั้งแต่ที่ไทยว่า มหาวิทยาลัยหรือแคมปัสที่จะไป โดยรอบบริเวณ มีเปิดรับสมัครพาร์ทไทม์ที่ไหนบ้าง รายได้ต่อชั่วโมงเท่าไหร่ เมื่อไปถึง เราจะได้ไม่เสียเวลามาหาที่ทำงานพิเศษอีกรอบ ไปเรียนต่อเมืองนอกทั้งที การวางแพลนเที่ยว และหางานพิเศษทำ ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์แปลกใหม่ที่ไม่ควรพลาดครับ

6.ทำความรู้จักวัฒนธรรมและประเพณีของประเทศที่จะเดินทางไป

เมื่อเราเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ควรทำการบ้านให้พร้อมก่อนออกเดินทางก็คือ การทำความรู้จักวัฒนธรรมและประเพณีของแต่ละประเทศเบื้องต้น ถ้าเราเข้าใจวัฒนธรรมและประเพณีแล้ว จะช่วยลดการเกิด Culture Shock ณ ประเทศที่เราจะเดินทางไปเรียนต่อได้ อาทิ การเข้าใจวัฒนธรรมการใช้มือกินข้าวของคนอินเดีย-มาเลเซีย หรือการนับถือศาสนาอิสลามเป็นศาสนาหลักในบางประเทศ การรู้วัฒนธรรมเหล่านี้ล่วงหน้า จะช่วยให้เราเตรียมพร้อม และปรับตัวได้ไวขึ้น

7.ซื้อประกันการเดินทาง

ข้อสุดท้าย ซึ่งถือเป็นข้อสำคัญมาก ๆ และไม่ควรมองข้าม คือการซื้อประกันการเดินทาง หลาย ๆ ประเทศ จะบังคับว่านักศึกษาต้องซื้อประกันการเดินทางไปด้วย และอีกหลาย ๆ ประเทศแนะนำให้ซื้อประกันการเดินทางก่อนไป เมื่อเราไปอยู่อาศัย ณ ประเทศปลายทางแล้ว เราไม่มีทางรู้เลยว่าจะเกิดอุบัติเหตุเมื่อไหร่ ถ้าเราไม่มีประกันการเดินทางสำหรับศึกษาต่อต่างประเทศแล้ว อุบัติเหตุบางเคส อาจจะเสียค่ารักพยาบาลเป็นล้าน! และสำหรับคนที่ซื้อประกันแล้ว เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ก็เพียงนำค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง มาเคลมประกันที่ทำไว้ได้เลย แค่นี้ก็สบายใจ หายห่วงเรื่องค่ารักษาพยาบาลแล้วครับ

เมื่อเตรียมตัวพร้อมทั้ง 7 ข้อแล้ว ก็ถึงเวลาออกเดินทางไปศึกษาต่อได้อย่างสบายใจแล้วครับ อย่าลืมนะครับว่า ประกันการเดินทางสำคัญมาก ไม่ว่าจะเจ็บป่วย หรือเกิดอุบัติเหตุระหว่างศึกษาต่อ ประกันการเดินทางก็จะช่วยคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด สำหรับใครที่กำลังมองหาประกันการเดินทางสำหรับศึกษาต่อต่างประเทศอยู่ Allianz Travel มีแผนประกันการเดินทาง Overseas Student Care ที่จะคุ้มครองครอบคลุมถึงค่ารักษาพยาบาล เพียงเท่านี้ก็มั่นใจ ไร้กังวล มีความสุขกับการเรียนได้อย่างเต็มที่แล้วครับ

เรามุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือและดูแลคุณ

อลิอันซ์ทราเวลเป็นผู้นำระดับโลกด้านประกันภัยการเดินทางและบริการช่วยเหลือทั่วไป เรามีแผนประกันภัยที่หลากหลายให้เลือก ครอบคลุมตั้งแต่แผนรายเที่ยว แผนรายปี แผนครอบครัว ไปจนถึงแผนเดินทางศึกษาต่อต่างประเทศ เราทุ่มเทที่จะให้บริการช่วยเหลือและปกป้องคุณทุกที่ ทุกเวลาเท่าที่เราจะทำได้ เราไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประกันภัยและการให้ความช่วยเหลือ แต่เรามุ่งเน้นไปที่สิ่งที่มากกว่านั้น และทุกบริการของเราก็เพื่อลูกค้าคนสำคัญของเรา

4 เหตุการณ์ไม่คาดฝันระหว่างท่องเที่ยวต่างประเทศ

การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของแต่ละคน อาจมีจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกันไป หลายคนไปท่องเที่ยวเพื่อต้องการพักผ่อนหย่อนใจจากการทำงานหนักมาทั้งปี หลายคนไปท่องเที่ยวเพื่อต้องการสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ และหลายคนไปท่องเที่ยวเพื่อต้องการค้นหาตัวเอง ไม่ว่าจะมีจุดมุ่งหมายแบบไหน การท่องเที่ยวต่างประเทศ ล้วนมีจุดมุ่งหมายที่ทำให้ตัวเองเกิดความสุขคล้าย ๆ กันทั้งนั้น อย่างไรก็ตาม บางครั้ง การท่องเที่ยวในต่างประเทศ ก็อาจนำพาเราไปสู่ “เหตุการณ์ไม่คาดฝัน” ที่ทำลาย “ความสุข” ให้มลายหายไป วันนี้ Allianz Travel จึงขอพาผู้อ่านไปพบกับ 4 เหตุการณ์ไม่คาดฝัน ที่จะทำให้เรารู้ตัวก่อน และเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ได้อย่างทันถ่วงที

1. เครื่องบินดีเลย์

เหตุการณ์ไม่คาดฝันแรกที่เราจะเจอตั้งแต่ยังไม่เริ่มเดินทางเลย คือ “เครื่องบินดีเลย์” ความล่าช้าของการเดินทางอาจเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นความขัดเครื่องของเครื่องยนต์ น้ำท่วมอย่างรุนแรงหรือสภาพอากาศเลวร้ายจนขึ้นบินไม่ได้ หรือการประท้วงที่สนามบิน เหตุการณ์เหล่านี้ อาจทำให้เครื่องบินดีเลย์ตั้งแต่ 1-2 ชั่วโมงจนกระทั่งเป็นวัน หรือหลายวันเลยก็ได้ ซึ่งเครื่องบินดีเลย์เกิดขึ้นได้ทั้งขาไป และขากลับ แต่ไม่ว่าจะเกิดขึ้นขาไปหรือขากลับก็ตาม ย่อมไม่ดีแน่นอน เพราะอาจส่งผลกระทบกับแผนการเดินทางและค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการดีเลย์ ไม่ว่าจะเป็น ค่าบัตรต่าง ๆ ที่จองไว้แล้ว ค่าที่พักที่ต้องเพิ่มขึ้น ที่หนักที่สุดอาจกระทบถึงงานหรือธุรกิจที่เราวางแผนไว้ได้เลยทีเดียว ซึ่งส่วนใหญ่แล้วล้วนเป็นประสบการณ์ที่ไม่น่าภิรมย์ทั้งสิ้น

2. สัมภาระและกระเป๋าเดินทางล่าช้า

เมื่อเครื่องลงจอดสนามบินปลายทางแล้ว เหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นได้คือการที่สัมภาระและกระเป๋าเดินทางลาช้า ซึ่งบางครั้งอาจล่าช้าเป็นวัน หรือหลายวันเลยก็ได้ และเหตุการณ์นี้ก็เกิดขึ้นบ่อยมาก ๆ โดยเฉพาะเส้นทางการบินไกล ๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นทริปที่ต้องเดินทางเปลี่ยนที่พักใหม่บ่อย ๆ ตั้งแต่คืนแรก กระเป๋าล่าช้าก็อาจทำให้เกิดความยุ่งยากมากขึ้นไปอีก ดังนั้นแล้ว วิธีรับมือเบื้องต้นคือ ควรพกเสื้อผ้าสำรอง และอุปกรณ์ส่วนตัวที่จำเป็นติดตัวขึ้นเครื่องไปด้วยทุกครั้ง เมื่อสัมภาระล่าช้า จะได้หายห่วงไปเปราะหนึ่งว่ายังมีสิ่งของสำรองสำหรับท่องเที่ยวและชีวิตประจำวันใช้ต่อไปได้

3. เกิดอุบัติเหตุระหว่างท่องเที่ยว

ในระหว่างการเที่ยวต่างประเทศ เหตุการณ์ที่เราไม่อยากเจอมากที่สุด คงหนีไม่พ้น การเกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง ไม่ว่าอุบัติเหตุนั้นจะเป็นอุบัติเหตุเล็กหรือใหญ่ก็ตาม เพราะนอกจากจะทำให้แพลนการเดินทางต้องเปลี่ยนไปแล้ว อาจต้องเสียเงินก้อนใหญ่ไปกับการรักษาพยาบาลด้วย อุบัติเหตุระหว่างท่องเที่ยว มีตั้งแต่การลื่นล้ม แขนหัก ขาหัก อาหารเป็นพิษ ผื่นคัน เจ็บป่วยต้องแอดมิทโรงพยาบาล ไปจนถึงอุบัติเหตุรถชน ซึ่งบางกรณีต้องเสียค่ารักษาพยาบาลเป็นล้าน หรือหลายล้านบาทเลยทีเดียว ! วิธีรับมือเบื้องต้นก็คือการซื้อประกันการเดินทางนั่นเอง เพราะส่วนใหญ่แล้วเบี้ยประกันหลักร้อย ก็สามารถคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลหลายล้านบาทได้แล้ว เพียงเท่านี้ก็หมดห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายไปได้เลย

4. เอกสารส่วนตัวและเงินพกติดตัวหาย

เอกสารส่วนตัวและเงินพกติดตัวหาย เป็นเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นบ่อยมากกับนักท่องเที่ยว ทั้งขาประจำ และขาจร เอกสารส่วนตัวที่หายบ่อย คงหนีไม่พ้นพาสปอร์ตนั่นเอง เมื่อพาสปอร์ตหรือเงินพกติดตัวหายแล้ว ก็อาจทำให้แพลนการเที่ยวมีอันต้องเปลี่ยนไป เพราะถ้าไม่มีพาสปอร์ตแล้ว การเดินทางไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ก็ทำได้ลำบากขึ้น (ยิ่งถ้าลืมสำเนาพาสปอร์ตด้วยละก็) และเมื่อเงินพกติดตัวหาย งบประมาณในการเที่ยวก็อาจจะเปลี่ยนไป วิธีรับมือเบื้องต้นคือการไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุไว้ก่อน ถ้าเป็นพาสปอร์ตก็ให้ติดต่อสถานทูตทันทีเพื่อทำพาสปอร์ตใหม่ และถ้าต้องรีบเดินทางกลับ แนะนำให้ขอเอกสารใบผ่านทางเดินทางครั้งเดียว หรือ Certificate of identity ขึ้นเครื่องแทนพาสปอร์ตไปก่อน เพียงเท่านี้ก็สามารถแก้ปัญหาเบื้องต้นได้แล้วครับ

เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเหล่านี้ ใช่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง หรือรับมือไม่ได้เลยซะทีเดียว เมื่อเรารู้แล้วว่า บางครั้ง การเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ อาจเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ได้ การทำประกันเดินทางไว้ล่วงหน้า ก็จะช่วยบรรเทา หรือลดค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายจริงได้ โดยประกันการเดินทางของ Allianz Travel เอง ดูแลและมอบความคุ้มครองที่ครอบคลุมตั้งแต่สัมภาระล่าช้า เครื่องบินดีเลย์ อุบัติเหตุและเจ็บป่วยระหว่างเดินทาง ไปจนถึงเอกสารส่วนตัวและเงินพกติดตัวหาย เพราะฉะนั้น ถ้าทำประกันที่ Allianz Travel แล้ว มั่นใจ หายห่วง กับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันได้เลย

เรามุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือและดูแลคุณ

อลิอันซ์ทราเวลเป็นผู้นำระดับโลกด้านประกันภัยการเดินทางและบริการช่วยเหลือทั่วไป เรามีแผนประกันภัยที่หลากหลายให้เลือก ครอบคลุมตั้งแต่แผนรายเที่ยว แผนรายปี แผนครอบครัว ไปจนถึงแผนเดินทางศึกษาต่อต่างประเทศ เราทุ่มเทที่จะให้บริการช่วยเหลือและปกป้องคุณทุกที่ ทุกเวลาเท่าที่เราจะทำได้ เราไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประกันภัยและการให้ความช่วยเหลือ แต่เรามุ่งเน้นไปที่สิ่งที่มากกว่านั้น และทุกบริการของเราก็เพื่อลูกค้าคนสำคัญของเรา

เที่ยวไหนก็อุ่นใจ ALLIANZ เคียงข้างคุณ

เที่ยวไหนก็อุ่นใจ ประกันการเดินทาง ALLIANZ เคียงข้างคุณ

ทุกครั้งที่เราวางแผนเดินทางท่องเที่ยวไม่ว่าจะเพื่อพักผ่อน หรือเพื่อให้รางวัลชีวิตกับตัวเอง เราต้องไม่ลืมวางแผนการเดินทางรอบคอบ นอกจากการจองโรงแรมดีๆ และที่กินอร่อยๆ การซื้อประกันการเดินทางก็ควรเป็นหนึ่งในแผนสำคัญก่อนออกเดินทางที่ห้ามลืมด้วยเช่นกัน การซื้อประกันการเดินทางนั้นเป็นการลงทุนเพื่อรองรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างทริปการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาคลาสสิคที่เจอกันประจำอย่างกระเป๋าเดินทางหาย และที่สำคัญคือการเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุขึ้นในต่างแดน บางครั้งยังต้องมาปวดหัวเรื่องการสื่อสารอีก ที่ร้ายสุดกับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ที่หลายๆ ประเทศมีอัตราค่ารักษาพยาบาลที่สูงมาก บางประเทศนั้นอาจสามารถตีเป็นเงินได้อีกทริปเลยทีเดียว แต่ประกันการเดินทางก็มีหลากหลายให้ตาลายเหลือเกิน ดังนั้น Allianz Travel ขอนำเสนอกลุ่มแผนประกันการเดินทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

แผนประกันการเดินทางกลุ่ม TRAVEL SENSE

ประกอบด้วย 6 แผนย่อยกับความคุ้มครองที่แตกต่างกัน เพื่อให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ในการเดินทางที่แตกต่างกัน รวมไปถึงการให้ความคุ้มครองในรูปแบบ รายบุคคล และแบบครอบครัว ในแผนย่อย Common Sense และ Good Sense ประกอบกับช่วงระยะเวลาการเดินทางที่เลือกได้เพื่อให้เหมาะสมกับระยะเวลาเดินทางจริง ตั้งแต่ 1 วันจนถึงสูงสุด 180 วัน สำหรับแผนรายเที่ยว และแผนรายปี Perfect Sense สำหรับนักท่องเที่ยวตัวยง ที่มอบความยืดหยุ่นให้เดินทางได้ตามที่คุณต้องการ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ภายใน 1 ปี โดยมอบความคุ้มครองรวมถึงสิทธิประโยชน์ครอบคลุมการช่วยเหลือฉุกเฉิน และความล่าช้าของเที่ยวบิน

OVERSEAS STUDENT CARE PLAN

แผนประกันการเดินทางที่เหมาะสำหรับนักเรียน นิสิตนักศึกษา ที่เรียนต่อต่างประเทศ โดยมอบความคุ้มครองที่เหมาะสมกับการเรียนรู้และการใช้ชีวิต ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งอุบัติเหตุและสุขภาพเข้าได้ทุกโรงพยาบาล และเครือข่ายช่วยเหลือฉุกเฉินที่ให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมด้วยทีมแพทย์และพยาบาลที่สามารถสื่อสารได้หลายภาษา ที่พร้อมเป็นสื่อกลาง เพื่อความอุ่นใจของนักเรียนและผู้ปกครองในยามห่างไกล นอกจากนี้ยังมีผลประโยชน์อื่นๆ ที่เพิ่มเติมให้เพื่อความอุ่นใจที่มากขึ้นเช่น การสูญหายหรือความเสียหายของกระเป๋าเดินทางหรือทรัพย์สินส่วนตัวในระหว่างการใช้บริการของบริษัทขนส่งสาธารณะ

WORK AND HOLIDAY PLAN

แผนประกันการเดินทางที่เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานในต่างแดน ให้ความคุ้มครองครอบคลุมถึงเอกสารสำคัญต่างๆ นอกเหนือจากความคุ้มครองด้านชีวิตและความช่วยเหลือฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังมอบความคุ้มครองเพิ่มเติมด้านเงินชดเชยระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาลต่างประเทศในฐานะผู้ป่วยใน เพื่อให้คุณคลายความกังวลใจเรื่องรายได้ หากเกิดความเจ็บป่วยและต้องพักรักษาตัวจนไม่สามารถปฏิบัติงานได้

SUGOI JAPAN PLAN

แผนประกันการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นโดยเฉพาะ โดยแบ่งเป็น 3 รูปแบบสำหรับรายบุคคล ได้แก่แผน Sakura, Ume และ Yuri และพิเศษสำหรับแผน Ume ที่สามารถเลือกซื้อเพื่อความคุ้มครองสำหรับการเดินทางเป็นครอบครัวหรือหมู่คณะ ซึ่งมอบความคุ้มครองวงเงินสูง รวมถึงสิทธิประโยชน์ครอบคลุมการช่วยเหลือฉุกเฉิน และความล่าช้าของเที่ยวบิน และนอกจากนี้ยังเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้วยโครงการคุ้มครองพิเศษสำหรับบัตรโดยสารรถไฟประเทศญี่ปุ่น ที่ให้ความคุ้มครองบัตรโดยสารรถไฟในประเทศญี่ปุ่นในกรณีสูญหาย ไปจนถึงเอกสารสำคัญต่างๆ

นอกจากแผนประกันการเดินทางกลุ่มหลักที่กล่าวมานั้น Allianz Travel ยังมีแผนประกันอื่นๆที่สามารถตอบสนองความต้องการและรูปแบบการเดินทางที่หลากหลายวัตถุประสงค์ ดังนั้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว หรือการเดินทางรูปแบบไหน คุณก็อุ่นใจได้เสมอเมื่อมีประกันเดินทางจาก Allianz Travel

เรามุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือและดูแลคุณ

อลิอันซ์ทราเวลเป็นผู้นำระดับโลกด้านประกันภัยการเดินทางและบริการช่วยเหลือทั่วไป เรามีแผนประกันภัยที่หลากหลายให้เลือก ครอบคลุมตั้งแต่แผนรายเที่ยว แผนรายปี แผนครอบครัว ไปจนถึงแผนเดินทางศึกษาต่อต่างประเทศ เราทุ่มเทที่จะให้บริการช่วยเหลือและปกป้องคุณทุกที่ ทุกเวลาเท่าที่เราจะทำได้ เราไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประกันภัยและการให้ความช่วยเหลือ แต่เรามุ่งเน้นไปที่สิ่งที่มากกว่านั้น และทุกบริการของเราก็เพื่อลูกค้าคนสำคัญของเรา

อาหารญี่ปุ่นที่ต้องลอง

อาหารท้องถิ่นญี่ปุ่น ไปถึงที่ต้องห้ามพลาด!

ไปเที่ยวญี่ปุ่นกันทั้งที นอกจากเที่ยวกับช๊อป ก็ต้องกินนี่แหละจะได้ครบสูตร ยิ่งญี่ปุ่นแล้วด้วยอาหารการกินก็ดูน่ากินไปซะทุกอย่างจนอยากจัดทริป “ตะลอนกิน” กันเลยทีเดียว แต่จะจัดทั้งทีก็ต้องจัดแบบที่เรียกได้ว่า “ถึง” ที่จริงๆ วันนี้ Allianz Travel จะมาแนะนำเมนูประจำท้องถิ่น ที่เรียกได้ว่าต้องลองเลยหากว่าได้ไปแต่ละภูมิภาค

ภูมิภาคฮอกไกโด (HOKKAIDO)

อาหารทะเล ทั้งปลาสดและอาหารทะเลแปรรูปหลากหลายชนิดเช่น ปู หอยเชลล์ หอยเม่นทะเล ไข่ปลาแซลมอน ปลาแซลมอน ปลาค็อด ปลาหมึกยักษ์ กุ้ง หอยเป๋าฮื้อ หอยปีกนก และผลิตภัณฑ์จากอาหารทะเลอื่นๆ จัดเป็นอาหารทะเลชั้นหนึ่ง โดยเฉพาะปูที่มีขนาดใหญ่และรสหวาน ไม่ว่าจะนำไปต้มในน้ำเกลือหรือทำเป็นซาชิมิ ไม่ว่าจะเป็นปูราชินี ปูขน หรือปูอลาสก้า และซาชิมิหอยเม่นที่คุณควรจะต้องไปลองสักครั้งในชีวิต

เจงกีสข่าน “เจงกีสข่าน นาเบะ” เป็นคำเรียกถึงตัวของหม้อหรือกระทะที่นำมาใช้ประกอบเมนูนี้ ซึ่งเป็นกระทะทรงหมวกที่ทำจากเหล็กหล่อ นอกจากนี้ยังหมายถึงอาหารที่นำเนื้อแกะสไลด์บางและผักต่างๆ (ถั่วงอก กะหล่ำปลี และฝักทอง) มาทาน้ำมันและย่าง ร้านอาหารหลายแห่งในฮอกไกโดเชี่ยวชาญในการทำเจงกีสข่าน นาเบะ บอกได้เลยว่าเมนูนี้สายดื่มต้องไม่พลาด

ภูมิภาคโทโฮคุ (TOHOKU)

ซาซาคามะโบโกะ ของขึ้นชื่อของจังหวัดมิยะงิที่นิยมซื้อเป็นของขวัญหรือของฝาก ทำจากเนื้อปลาและมีรูปร่างลักษณะเหมือนใบไม้ไผ่ (ซาซา) จากรอยที่เกิดจากการย่าง ซาซาคามะโบโกะที่มีชื่อเสียงที่สุดมาจากเมืองเซ็นไดซึ่งมีร้านทำซาซาคามะโบโกะ แบบโฮมเมดมาเป็นเวลานาน โดยทำจากเนื้อปลาลิ้นหมาที่จับได้ตามฤดูกาลเพื่อเป็นการถนอมอาหาร โดยการนำไปสับและนวดด้วยมือจนเหนียว แล้วนำไปย่าง

คิริทัมโปะ แห่งจังหวัดอะคิตะ ที่ทำมาจากข้าวปรุงร่วมกับส่วนผสมเฉพาะตามสูตรของท้องถิ่นในกระทะ หลังจากนั้นนวดเข้าด้วยกัน และนำไปเสียบไม้ย่างเพื่อเพิ่มความหอม โดยช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการไปลิ้มลองคือ ช่วงกลางเดือนกันยายนถึงเดือนมีนาคม โดยเฉพาะเดือนพฤศจิกายน รสชาติเฉพาะแบบนี้ต้องไปเองที่อะคิตะ

ภูมิภาคคันโต (KANTO)

นาเมะโร อาหารท้องถิ่นของชาวประมงในแถบชายฝั่งของแหลมโบโซ-ฮันโตทางตอนใต้ของจังหวะจิบะ ส่วนผสมหลักคือปลาต่างๆ โดยหั่นปลาเป็นชิ้นเล็กๆ และสับรวมกับมิโสะ ต้นหอม ขิง และใบโหระพา ให้ละเอียดจนเป็นเนื้อเดียวกัน ต้นหอมและขิงจะเป็นตัวดับกลิ่นคาวปลา นาเมะโรมี 2 แบบ คือย่างและผสมน้ำส้มสายชู โดยแบบย่างจะเรียกว่าซังกะยะกิ และแบบที่ผสมน้ำส้มสายชูจะเรียกว่าสึนาเมะโร

ฟุคะงะวะเมะชิ อาหารยอดนิยมแห่งโตเกียว ทำจากหอยแกะเปลือกและต้นหอมนำไปผัดกับมิโสะ เสิร์ฟพร้อมข้าวและซุปเป็นชุด โดยใช้หอยตัวใหญ่ และน้ำจากหอยที่ผสมกับมิโสะจะสร้างรสชาติที่อร่อยโดดเด่นขึ้นมา

ภูมิภาคจูบุ/โตไก (CHUBU/TOHKAI)

อุนางิ หรือปลาไหล จังหวัดชิซุโอะกะ มีแหล่งเพาะเลี้ยงปลาไหลที่มีคุณภาพสูงและมีชื่อเสียง โดยปลาไหลนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการสูง และญี่ปุ่นนิยมกินปลาไหลในฤดูร้อนซึ่งอากาศร้อน และความชื้นทำให้คนไม่อยากอาหาร โดยวิธีที่นิยมนำปลาไหลมาทำอาหารที่สุดคือการย่างถ่าน หรือคะบะยะกิ โดยในแถบคันโตจะนำชิ้นเนื้อปลาไหลมาย่างบนเตาถ่าน แล้วนำไปนึ่ง จากนั้นก็นำมาย่างด้วยความร้อนปานกลางอีกครั้ง และทาน้ำมันขณะที่ย่างด้วย ส่วนในแถบคันไซจะนำปลาไหลทั้งตัว ควักไส้ออก แล้วนำไปเสียบไม้ย่างและทาน้ำมันไปด้วยขณะย่าง

มิโสะคัตสึ “ทงคัตสึ” หรือหมูชิ้นทองราดซอสเป็นเมนูที่นิยมทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น แต่สำหรับจังหวัดไอจินั้นมีเมนูทงคัตสึที่แตกต่างออกไป โดยจะใช้ซอสที่ทำจากมิโสะ ซึ่งเป็นสูตรต้นตำรับที่ทำจากน้ำซุปปลาโอและน้ำตาล และเรียกเมนูนี้ว่า “มิโสะคัตสึ” ซึ่งเป็นอาหารยอดฮิตในจังหวัดไอจิเลยทีเดียว

ภูมิภาคโฮคุริคุ (HOKURIKU)

โฮตะรุอิกะ แห่งจังหวัดโทะยะมะ หรือปลาหมึกหิ่งห้อย ซึ่งเป็นปลาหมึกพันธุ์เล็กที่พบในอ่าวโทะยะมะ สามารถทานเป็นแบบซาชิมิ หรือแบบชาบู ก็ได้ หรือหากนำไปตากแห้งแล้วย่างเล็กน้อยก็เหมาะกับเป็นกับแกล้มเวลาดื่มได้เช่นกัน ชื่อปลาหมึกหิ่งห้อยมาจากลักษณะเรืองแสงของผิวปลาหมึกสีขาวอมฟ้าคล้ายหิ่งห้อย

จิบุนิ อาหารพื้นเมืองของคะนะซะวะ ทำจากเนื้อเป็ดหั่นบางๆ ชุบแป้งหรือแป้งมัน แล้วนำไปต้ม เห็ดชิตาเกะ หน่อไม้ และผักชีญี่ปุ่นในน้ำซุปที่ทำจากน้ำสต็อก มิริน (เหล้าหวานสำหรับปรุงอาหาร) น้ำตาล เกลือ โชยุ และสาเก โดยแป้งหรือแป้งมันที่อยู่ด้านนอกจะช่วยรักษารสชาติของเนื้อและทำให้น้ำสต็อกข้นขึ้น ใช้วาซาบิเพื่อเพิ่มรสชาติ

ภูมิภาคคันไซ (KANSAI)

ยุโดฟุ หรือเต้าหู้ต้ม ยอดนิยมในฤดูหนาวแห่งเกียวโต เมนูที่จะทำให้คุณรู้สึกอุ่นขึ้น ด้วยรสชาติเบาๆ และผิวสัมผัสที่เรียบเนียนของเต้าหู้ ทำให้ทุกรสสัมผัสที่ได้รับนั้นรู้สึกอบอุ่นเป็นพิเศษ โดยเมนูนี้ทำจากการนำเต้าหู้ทำมือมาต้มกับซุปสาหร่าย และทานด้วยการจิ้มในเครื่องปรุงรส วิธีการทำดูธรรมดา แต่รสชาติที่ได้มานั้นล้ำลึกอย่างยิ่ง

ทะโกะยะกิ หรือ ขนมครกไส้ปลาหมึก ต้นตำรับจากโอซาก้า แบบกรอบนอกนุ่มใน จากการทำด้วยกระทะแบบหลุม ที่มีหลายๆหลุม จากนั้นทำให้เป็นลูกกลมๆโดยการหมุนไปมาให้สุก ที่ดูเหมือนจะทำได้ง่ายๆ แต่บอกเลยว่ายากมาก นอกจากรูปลักษณ์แล้ว รสชาติต้นตำรับที่ไม่เหมือนใครและเครื่องโรยหน้า พร้อมจิ้มกับมายองเนสอีก บอกได้เลยว่า เคยลองที่ไหนมา รับรองได้ว่าไม่ฟินเท่าต้นตำรับแน่นอน

ภูมิภาคชูโงะคุ (CHUGOKU)

ฟุกุ หรืออาหารจากปลาปักเป้า (จังหวัดยะมะงุจิ) นิยมทานแบบซาชิมิหรือเรียกว่า “ฟุกุซาชิมิ” ที่แล่จนบางบากจนมองทะลุผ่านได้ และจัดเรียงอย่างงดงาม แต่ไม่ได้มีเพียงความสวยงามเท่านั้น รสชาติแห่งความสดของเนื้อปลาก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน นอกจากนั้นปลาปักเป้ายังสามารถนำมาทำเมนูหม้อไฟได้อีกด้วย ซึ่งถือว่าเด็ด แต่อย่างไรก็ตามเมนูจากปลาปักเป้านั้น ก็มีอันตรายมากหากไม่ได้รับการปรุงที่ถูกต้อง เพราะว่าปลาปักเป้าบางชนิดนั้นมีพิษถึงตายได้ ซึ่งพ่อครัวที่จะปรุงเมนูปลาปักเป้าได้นั้น จะต้องมีใบอนุญาติพิเศษซึ่งได้รับการอบรมวิธีการกำจัดส่วนที่มีพิษออกอย่างระมัดระวัง

หอยนางรม ถือได้ว่าเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและมีรสชาติเป็นเลิศ และในประเทศญี่ปุ่นนั้น จังหวัดฮิโรชิม่าเป็นแหล่งผลิตหอยนางรมชั้นนำ ด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงแบบพิเศษที่ตกทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้ได้หอยตัวใหญ่ เนื้อนุ่ม จนอาจทำให้ลืมหอยนางรมจากที่อื่นได้เลย

ภูมิภาคชิโกะคุ (SHIKOKU)

ซะนุกิ-อุด้ง หรืออุด้งที่ใช้เส้นแป้งสาลี แห่งจังหวัดคะงะวะ ซึ่งเป็นที่รู้จักว่า เป็น “อาณาจักรอุด้ง” เพราะมีผู้ผลิตและร้านอาหารอุด้งที่ใช้เส้นแป้งสาลีจำนวนมาก มีจุดเด่นที่ความแข็งและเนื้อเรียบเนียน วิธีรับประทานคือเทซุปสาหร่ายที่ปรุงรสด้วยโชยุเล็กน้อยลงไปบนเส้น ใส่ต้นหอม ขิง ไข่ หรืองาตามชอบ และโรยด้วยเครื่องโรยที่มีให้เลือกหลายรูปแบบ ทำให้เกิดรสชาติหลายรูปแบบจนไม่น่าเบื่อเลยทีเดียว

ภูมิภาคคิวชู (KYUSHU)

มิซุทะกิ หรือไก่ต้มไม่ปรุงรส แห่งจังหวัดฟุกุโอะกะ มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่สมัยเมจิ จากซุปใสของตะวันตกและอาหารประเภทไก่ของจีน ทานกับน้ำจิ้มพอนสุ และเติมเครื่องปรุงรส นอกจากนี้อาจสามารถใส่ข้าวลงไปหลังทานไก่และผักหมดแล้วเพื่อเพิ่มความอิ่มท้องก็ยังได้

ฮิยะจิรุ อาหารท้องถิ่นของจังหวัดมิยะซะกิ เป็นการนำน้ำซุปที่แช่เย็นราดลงบนข้าวร้อนๆ ทานคู่กับผัก และเครื่องเคียง โดยน้ำซุปนั้นทำมาจากปลาแห้งต้มและปรุงรสด้วยมิโสะ ทำให้ได้เพลิดเพลินกับรสชาติและความสดชื่นจากผักฤดูร้อน เชื่อกันว่าเมนูนี้เกิดขึ้นจากเกษตรกรในมิยะซะกิเพื่อไม่ต้องเสียเวลาเตรียมอาหารในระหว่างทำงานในไร่

นอกจากเมนูท้องถิ่นที่แนะนำไปนั้น ประเทศญี่ปุ่นยังมีอีกหลายเมนูที่รอให้ไปลองลิ้นชิมรสอีกมากมายในแต่ละภูมิภาค แต่อย่างไรก็ตามอาหารแต่ละท้องที่นั้นก็มีความเฉพาะแตกต่างกันไปในเรื่องของส่วนผสม ซึ่งบางอย่างอาจไม่คุ้นชินกับคนไทย และอาจทำให้เกิดความเจ็บป่วยได้ ดังนั้นแล้วหากวางแผนทริปตะลอนกิน เราคงต้องคิดถึงเรื่องความเจ็บป่วยไว้ด้วยการทำประกันการเดินทางที่มีความคุ้มครองที่ครอบคลุมความเจ็บป่วยจากการทานอาหารด้วย จะได้ Enjoy Eating กันได้อย่างเต็มที่กันเลย!

ที่มา : https://www.jnto.or.th

เรามุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือและดูแลคุณ

อลิอันซ์ทราเวลเป็นผู้นำระดับโลกด้านประกันภัยการเดินทางและบริการช่วยเหลือทั่วไป เรามีแผนประกันภัยที่หลากหลายให้เลือก ครอบคลุมตั้งแต่แผนรายเที่ยว แผนรายปี แผนครอบครัว ไปจนถึงแผนเดินทางศึกษาต่อต่างประเทศ เราทุ่มเทที่จะให้บริการช่วยเหลือและปกป้องคุณทุกที่ ทุกเวลาเท่าที่เราจะทำได้ เราไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประกันภัยและการให้ความช่วยเหลือ แต่เรามุ่งเน้นไปที่สิ่งที่มากกว่านั้น และทุกบริการของเราก็เพื่อลูกค้าคนสำคัญของเรา

5 ข้อ เตรียมพร้อมก่อน ROAD TRIP

เตรียมพร้อมก่อน ROAD TRIP

ถ้าหากว่า ความสวยงามของการเดินทางคือการค้นหาความหมายระหว่างทาง และปลายทางคือความสำเร็จ จึงทำให้การเช่ารถขับเที่ยวในต่างประเทศหรือ Road Trip นั้นได้รับความนิยมมากขึ้น ตอนนี้ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ของนักเดินทางที่กำลังได้รับความนิยม หากใครยังไม่เคยออกไปลอง นี่ถือเป็นการท่องเที่ยวที่แตกต่างอีกรูปแบบหนึ่งที่ต้องลองสักครั้ง เพราะนอกจากเรื่องความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัว ยังสามารถแวะเที่ยวตามทางที่เราต้องการไปเรื่อยๆจนถึงจุดหมายได้ ไม่ว่าจะเป็นจุดชมวิวสวยๆเพื่อลง social แบบไม่ซ้ำใคร หรือร้านอาหารที่น่าสนใจนอกเหนือรายการรีวิว และที่สำคัญยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ผู้ร่วมทริปได้อีกจากการช่วยกันแก้ปัญหา ลองผิดลองถูก เพราะไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าจะเจออะไรระหว่างทางบ้าง ถ้าตัดสินใจกันแล้วก็มาเตรียมตัวกับ “5 เตรียม” ที่ Allianz Travel ขอแนะนำกันเลย

  1. เตรียมตัว นอกจากเตรียมร่างกายให้พร้อมเนื่องจากการขับรถเที่ยวนั้นสิ่งสำคัญคือสุขภาพของผู้ขับ ซึ่งต้องแข็งแรงเพราะการขับรถเป็นระยะเวลานานอาจส่งผลให้เกิดความเหนื่อล้า หรือถ้าหากมีอาการเจ็บป่วยก่อนการเดินทางก็อาจเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ และเกิดอันตรายต่อผู้ร่วมทางได้นั่นเอง ดังนั้นควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอก่อนการเดินทาง เพื่อไม่ให้เกิดการเหนื่อยล้าหรือหลับในขณะขับรถ และขับขี่รถด้วยความระมัดระวัง ไม่ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด แต่ถ้าหากเกิดอาการเหนื่อยล้า ก็แวะพักชมวิวขยับแข้งขา หรือจะถ่ายรูปสวยๆชิคๆโพสต์ลงโซเชียลแก้ความเมื่อยล้าก็ได้ นอกแผนนิดหน่อยได้ไม่ว่ากัน
  2. เตรียมใจ เพราะเหตุการณ์ฉุกเฉินนั้นอาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลาโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ดังนั้นการเตรียมใจเผื่อไว้ ดึงสติไว้ให้มั่น เพื่อรับมือเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เช่นอุบัติเหตุ หลงทาง น้ำมันหมด หรืออื่นๆที่อาจเกิดขึ้นได้ ข้อแนะนำคือ การเตรียมเบอร์โทรฉุกเฉินของแต่ละประเทศที่เราเดินทางไปไว้ด้วย เผื่อไว้ในกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝันระหว่างการขับรถเที่ยว เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่าอันตรายในการขับขี่หรืออุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่เราจะสามารถสบายใจได้มากขึ้น และอาจกลายมาเป็นความทรงจำดีๆที่ต้องเล่าต่อได้เลย
  3. เตรียมรถ ส่วนประกอบสำคัญที่สุดของการเดินทางแบบ Road Trip หลังจากการเช่ารถแล้ว ก่อนออกเดินทางเราควรตรวจเช็คความพร้อมของรถก่อนด้วยว่าระบบต่างๆสามารถใช้งานได้อย่างปกติ เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ต่างๆนั้นจะพร้อมใช้งานเมื่อถึงเวลา นอกจากสภาพของตัวรถเองนั้น เราควรตรวจสอบเรื่องอุปกรณ์และอะไหล่สำหรับเหตุฉุกเฉิน เช่น ยางอะไหล่ ไฟฉาย แม่แรง ประแจ เครื่องสูบยางรถยนต์ ไขควง น้ำมันสำรอง สายพ่วงแบตเตอรี่ หรือชุดปฐมพยาบาลกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้เมื่อจำเป็น แต่หากเป็นสาวๆ ก็แนะนำว่าให้โทรหาเบอร์ฉุกเฉินที่เตรียมไว้ตามข้อ 2 แล้วนั่งรออยู่ในรถจะเหมาะกว่า ^^
  4. เตรียมแวะ วางแผนขับรถเที่ยวเองทั้งที ต้องศึกษาเส้นทางการเดินทางกันหน่อย นอกจากเรื่องระยะทาง ระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทาง หรือเส้นทางที่จะต้องใช้ ที่แน่นอนว่าเราต้องเช็คให้เรียบร้อยก่อนการเดินทาง เราขอแนะนำอีกหน่อยเพื่อความอภิรมย์ในการเดินทาง คือ… มองหาที่เที่ยว หรือจุดที่น่าสนใจระหว่างเส้นทาง เราอาจจะได้พบ Unseen บางจุดให้ถ่ายรูปเก๋ๆ หรือร้านอร่อยที่ยังไม่มีใครเคยเจอ เอาไว้แชร์กับแคปชั่นเด็ดแนว Explorer กันหน่อย ดังนั้น กล้องต้องพร้อม พรอพต้องได้ แต่ยังไงก็ตาม อย่ามัวแต่มองหาจุดแวะจนลืมว่าเราต้องไปให้ถึงจุดหมายกันด้วยล่ะ
  5. เตรียมเอกสาร เพื่อให้ Road Trip ของเรานั้นไม่สะดุดหรือต้องยกเลิก เราควรเตรียมพร้อมเรื่องเอกสารต่างๆที่จำเป็นต้องเตรียมพร้อมจากประเทศเราด้วย เช่นใบขับขี่สากล ซึ่งสามารถทำได้ที่ กรมการขนส่งทางบกจังหวัด และเอกสารที่จำเป็นตามข้อกำหนดแต่ละประเทศ ซึ่งอาจมีความต้องการแตกต่างกันไปในบางอย่าง นอกจากนั้น เราควรคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยด้วยและหากว่าเราเช่ารถจากผู้ให้บริการ ก็ควรเตรียมเอกสารการจองและศึกษาเงื่อนไงและข้อกำหนดในสัญญาเช่าให้ละเอียดเรียบร้อยด้วย

นอกจากการเตรียมพร้อมทั้งหมดที่กล่าวมา การขับรถไปในเส้นทางที่เราไม่คุ้นชินนั้น เรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ต้องระวังอย่างยิ่ง และค่าใช้จ่ายระหว่างทางก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงด้วย โดยเฉพาะหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดทำให้ต้องเสียเงินเพิ่มไปกับปัญหาหรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บป่วยที่อาจเกิดจากอากาศ อาหารการกิน หรือกับรถที่เช่ามา ดังนั้นการเตรียมพร้อมที่ดีและมีประกันที่ครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไว้ย่อมดีกว่า เช่นความคุ้มครองประกันภัยการเดินทาง โดย Allianz Travel Thailand ที่มอบคุ้มครองที่ครอบคลุมถึงเรื่องการชดเชยความรับผิดชอบส่วนแรกสำหรับรถเช่ากรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน นอกเหนือจากความเจ็บป่วยและความช่วยเหลือฉุกเฉิน เพื่อช่วยผ่อนหนักเป็นเบา และลดภาระค่าใช้จ่ายที่เพิมขึ้นโดยไม่คาดคิด เพื่อให้คุณได้เดินทางท่องเที่ยวอย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลให้ทริปหมดสนุก

เรามุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือและดูแลคุณ

อลิอันซ์ทราเวลเป็นผู้นำระดับโลกด้านประกันภัยการเดินทางและบริการช่วยเหลือทั่วไป เรามีแผนประกันภัยที่หลากหลายให้เลือก ครอบคลุมตั้งแต่แผนรายเที่ยว แผนรายปี แผนครอบครัว ไปจนถึงแผนเดินทางศึกษาต่อต่างประเทศ เราทุ่มเทที่จะให้บริการช่วยเหลือและปกป้องคุณทุกที่ ทุกเวลาเท่าที่เราจะทำได้ เราไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประกันภัยและการให้ความช่วยเหลือ แต่เรามุ่งเน้นไปที่สิ่งที่มากกว่านั้น และทุกบริการของเราก็เพื่อลูกค้าคนสำคัญของเรา