12 ที่เที่ยวชิงเต่า 2026 เมืองชายทะเลจีน บรรยากาศยุโรปที่ต้องไปเช็คอิน!

12 ที่เที่ยวชิงเต่า 2026 เมืองชายทะเลจีน บรรยากาศยุโรปที่ต้องไปเช็คอิน!

ชิงเต่า (Qingdao) เมืองท่าสุดเสน่ห์ในมณฑลซานตงที่ผสมผสานกลิ่นอายสถาปัตยกรรมเยอรมันและวิถีชีวิตริมทะเลได้อย่างลงตัว จนได้รับฉายาว่า “สวิตเซอร์แลนด์แห่งตะวันออก” หากคุณกำลังมองหาที่เที่ยวจีนเทรนด์ใหม่ที่เดินทางง่าย อากาศดี และถ่ายรูปสวยทุกมุม นี่คือ 12 พิกัด ที่เที่ยวชิงเต่า (Qingdao) ที่ห้ามพลาดค่ะ!

1. พิพิธภัณฑ์เบียร์ชิงเต่า (Tsingtao Beer Museum)

สัญลักษณ์อันดับหนึ่งของเมือง ตั้งอยู่ในอาคารอิฐสีแดงทรงยุโรปซึ่งเคยเป็นโรงงานผลิตเบียร์เก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ถือเป็นจุดกำเนิดของเบียร์รสชาติระดับโลกที่คุณจะเห็นโลโก้ได้ทุกที่ในเมืองนี้

พิพิธภัณฑ์เบียร์ชิงเต่า (Tsingtao Beer Museum)
  • ไฮไลต์: การเดินชมประวัติศาสตร์การหมักเบียร์ตั้งแต่วิธีดั้งเดิมไปจนถึงเทคโนโลยีทันสมัย ภายในตกแต่งอย่างสวยงาม มีทั้งถังหมักทองแดงโบราณและโซนจัดแสดงมัลติมีเดียที่น่าตื่นตาตื่นใจ นอกจากนี้ยังมีห้อง “Drunken Room” ที่จำลองสภาวะมึนเมาให้คุณได้ลองเดินเล่นสนุกๆ อีกด้วย
  • กิจกรรมแนะนำ: ลิ้มรสเบียร์สด (Original Beer) แบบไม่ผ่านการกรองที่ส่งตรงจากสายการผลิต ซึ่งหาดื่มยากมากจากภายนอก พร้อมแกล้มด้วยถั่วพรีเมียมของชิงเต่า และอย่าพลาดการสั่งทำขวดเบียร์รุ่นพิเศษที่มีรูปใบหน้าของคุณเองบนฉลากเพื่อเป็นของสะสมหนึ่งเดียวในโลก
  • ค่าบริการ: 50 – 60 หยวน (ตามฤดูกาล)

เวลาทำการ: 08.00 – 18.00 น. (ปรับเปลี่ยนตามช่วงเดือน)

2. มหาวิหารเซนต์ไมเคิล (St. Michael’s Cathedral)

โบสถ์คาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในชิงเต่า ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาในย่านเมืองเก่า เป็นสถาปัตยกรรมที่เป็นภาพจำของเมืองและสะท้อนถึงประวัติศาสตร์ยุโรปในแผ่นดินจีนได้อย่างชัดเจนที่สุด

มหาวิหารเซนต์ไมเคิล (St. Michael's Cathedral)
  • ไฮไลต์: ตัวอาคารสร้างด้วยหินแกรนิตและหินอ่อนตามสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์และโกธิก มีหอคอยคู่ยอดแหลมสูงถึง 56 เมตรประดับด้วยไม้กางเขนเหล็ก ภายในตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงด้วยกระจกสี (Stained Glass) ที่จะทอแสงหลากสีสันเมื่อแสงแดดส่องผ่าน สร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์
  • กิจกรรมแนะนำ: ถ่ายรูปเช็คอินบริเวณลานหินกว้างหน้าโบสถ์ ซึ่งเป็นจุดยอดนิยมที่คุณจะได้เห็นคู่รักชาวจีนจำนวนมากมาถ่ายพรีเวดดิ้งในชุดสากลสุดหรู ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินเที่ยวอยู่ในจัตุรัสกลางเมืองสักแห่งในเยอรมนี
  • ค่าบริการ: 10 หยวน

เวลาทำการ: 08.00 – 17.00 น.

3. ถนนสายการ์ตูนกิบลี (Ghibli Comic Street / Daxue Road)

พิกัดสุดฮิปบริเวณจุดตัดของถนน Daxue และ Yushan ที่กลายเป็นไวรัลในโซเชียลมีเดีย ย่านนี้เต็มไปด้วยความคลาสสิกของกำแพงเมืองเก่าที่ตัดกับสีเขียวของต้นไม้ใหญ่ตลอดสองข้างทาง

ถนนสายการ์ตูนกิบลี (Ghibli Comic Street / Daxue Road)
  • ไฮไลต์: “กำแพงแดง” อันเป็นเอกลักษณ์ที่เป็นแนวยาวตัดกับป้ายชื่อถนนจีนโบราณ ให้กลิ่นอายแบบวินเทจ นอกจากนี้ยังมีงานศิลปะแบบ Street Art ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการ์ตูนชื่อดังค่าย Studio Ghibli เช่น Totoro และ No-Face ที่ซ่อนอยู่ตามผนังตึกและร้านค้า ทำให้ย่านนี้ดูมีชีวิตชีวาเหมือนหลุดเข้าไปในโลกแห่งจินตนาการ
  • กิจกรรมแนะนำ: เดินเล่นสำรวจงานศิลปะและต่อคิวถ่ายรูปมุมมหาชนตรงหัวมุมถนนซึ่งเป็นจุดที่สวยที่สุด แนะนำให้มองหาร้านขายของที่ระลึกเล็กๆ ในย่านนี้ที่จะมีโปสต์การ์ดทำมือสวยๆ ให้เลือกสะสมมากมาย
  • ค่าบริการ: ฟรี

เวลาทำการ: เปิดตลอดวัน (แนะนำไปช่วงเช้า 07.30 – 09.00 น. เพื่อเลี่ยงฝูงชน)

4. ถนนซิลเวอร์ฟิช (Silver Fish Street / Yinyu Street)

ย่านการค้าเก่าแก่อายุกว่า 100 ปีที่ถูกนำมารีโนเวทใหม่จนกลายเป็น Hipster District ที่เท่ที่สุดในชิงเต่า เป็นจุดนัดพบของวัยรุ่นและคนรักงานดีไซน์

  • ไฮไลต์: การรักษาโครงสร้างอาคารอิฐเก่าสไตล์ ‘หลี่หยวน’ (Liyuan) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมลูกครึ่งจีน-ยุโรปที่เป็นเอกลักษณ์ของชิงเต่าไว้ แล้วเติมเต็มด้วยดีไซน์ร้านค้าสมัยใหม่ที่เน้นความดิบ เท่ และล้ำสมัย กลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างอดีตและอนาคต
  • กิจกรรมแนะนำ: สนุกกับการทำ Cafe Hopping เพราะที่นี่มีร้านกาแฟ Specialty แบรนด์ดังมากมาย รวมถึงร้านแบรนด์เสื้อผ้าสตรีทและของสะสมงานคราฟต์ที่หาจากที่อื่นไม่ได้ เหมาะสำหรับการมาเดินเล่นจิบกาแฟและสังเกตแฟชั่นของวัยรุ่นจีนในปัจจุบัน
  • ค่าบริการ: ฟรี

เวลาทำการ: 10.00 – 22.00 น. (โดยประมาณ)

5. ภูเขาเหลาซาน (Laoshan Mountain)

ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ริมชายฝั่งทะเลเพียงแห่งเดียวในจีนที่ได้รับเกรด 5A เป็นแหล่งกำเนิดของลัทธิเต๋าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และเป็นแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติที่นำมาใช้ผลิตเบียร์ชิงเต่า

ภูเขาเหลาซาน (Laoshan Mountain)
  • ไฮไลต์: ทัศนียภาพอันแปลกตาที่ยอดเขาหินแกรนิตรูปร่างประหลาดตั้งตระหง่านตัดกับเส้นขอบฟ้าของน้ำทะเลสีครามเข้ม ภายในมีวัดเต๋าโบราณ เช่น วัดไท่ชิง (Taiqing Palace) ที่ตั้งอยู่ริมหน้าผา ท่ามกลางต้นไม้นับพันปีและบรรยากาศที่ดูขลังและทรงพลัง
  • กิจกรรมแนะนำ: นั่งกระเช้าลอยฟ้า (Cable Car) ข้ามผ่านขุนเขาเพื่อชมวิวมุมสูงแบบพาโนรามาที่มองเห็นอ่าวทะเลสุดลูกหูลูกตา หรือจะเดินป่าศึกษาเส้นทางธรรมชาติเพื่อไปชมน้ำตกและชิมน้ำแร่สดๆ จากลำธารบนภูเขา
  • ค่าบริการ: 60 – 90 หยวน (ไม่รวมค่ารถรับส่งภายในและค่ากระเช้า)

เวลาทำการ: 06.00 – 19.00 น. (ตามฤดูกาล)

6. จัตุรัส 4 พฤษภาคม (May Fourth Square / Wusi Guangchang)

แลนด์มาร์คสำคัญใจกลางเขตธุรกิจใหม่ของชิงเต่า สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อชาติของนักศึกษาจีนในปี 1919 พื้นที่นี้เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเมืองที่ทันสมัยกับอ่าวฟู่ซาน (Fushan Bay) ที่สวยงาม

จัตุรัส 4 พฤษภาคม (May Fourth Square / Wusi Guangchang)
  • ไฮไลต์: ประติมากรรมเกลียวสีแดงขนาดมหึมาชื่อ “May Wind” (พายุหมุนแห่งพฤษภาคม) ที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมทะเล โดยในตอนกลางคืนจะมีการเปิดไฟประดับสวยงาม และหากโชคดีคุณจะได้ชมการแสดง Light Show บนตึกระฟ้าโดยรอบที่สะท้อนเงาลงบนผิวน้ำ เป็นภาพที่อลังการระดับโลก
  • กิจกรรมแนะนำ: เดินเล่นริมทะเลชมทิวทัศน์ของศูนย์ล่องเรือโอลิมปิก (Olympic Sailing Center) ที่อยู่ติดกัน หรือจะมาวิ่งจ็อกกิ้งรับลมทะเลในตอนเช้าก็ได้ฟีลสุดๆ
  • ค่าเข้าชม: ฟรี

เวลาทำการ: เปิดตลอดวัน (การแสดงไฟมักจะเริ่มในช่วงค่ำประมาณ 19.00 น. เป็นต้นไป)

7. สะพานจ้านเฉียว (Zhan Bridge)

สะพานหินแกรนิตที่ทอดยาวลงไปในทะเลเป็นระยะทางกว่า 440 เมตร เปรียบเสมือนสัญลักษณ์อมตะของเมืองที่ใครไม่ได้มาที่นี่ก็เหมือนมาไม่ถึงชิงเต่า

สะพานจ้านเฉียว (Zhan Bridge)
  • ไฮไลต์: สุดปลายสะพานเป็นที่ตั้งของ ศาลาหุยหลาน (Huilan Pavilion) ทรงแปดเหลี่ยมสีแดงสดใสที่โดดเด่นตัดกับสีน้ำทะเล จากจุดนี้คุณสามารถมองย้อนกลับมาเห็นชายฝั่งที่เรียงรายไปด้วยตึกสไตล์ยุโรปและอาคารสมัยใหม่ เป็นมุมที่สวยที่สุดในการเก็บภาพเมืองชิงเต่าจากกลางทะเล
  • กิจกรรมแนะนำ: เดินรับลมทะเลสดชื่นไปจนสุดปลายสะพานเพื่อชมวิวแบบ 360 องศา และในช่วงฤดูหนาว (พ.ย. – มี.ค.) จะมีฝูงนกนางนวลนับพันตัวอพยพมาอาศัยอยู่รอบๆ สะพาน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถซื้ออาหารมาป้อนนกและถ่ายรูปคู่กับนกนางนวลได้อย่างใกล้ชิด
  • ค่าบริการ: สะพานเข้าฟรี (ค่าเข้าชมภายในศาลา 4 หยวน)

เวลาทำการ: สะพานเปิดตลอด 24 ชม. / ศาลาเปิด 08.00 – 17.30 น.

8. จุดชมวิวสวนเซียวหยูซาน (Xiaoyushan Park)

สวนบนเนินเขาเล็กๆ ที่เป็นจุดชมวิวมุมสูงที่สวยที่สุดในเขตเมืองเก่า ทำให้คุณเข้าใจว่าทำไมชิงเต่าถึงได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่ง “หลังคาสีแดง ป่าสีเขียว ทะเลสีคราม”

จุดชมวิวสวนเซียวหยูซาน (Xiaoyushan Park)
  • ไฮไลต์: ศาลาหยุนเซี่ย (Yunxia Pavilion) ทรงแปดเหลี่ยม 3 ชั้นที่ตั้งอยู่บนยอดเนินเขา จากชั้นบนสุดคุณจะเห็นทัศนียภาพของอ่าวชิงเต่า สะพานจ้านเฉียว และบ้านเรือนสไตล์ยุโรปที่มีหลังคาสีแดงส้มเรียงรายสลับกับต้นไม้สีเขียวขจี โดยมีฉากหลังเป็นตึกระฟ้าของเมืองใหม่
  • กิจกรรมแนะนำ: การนั่งพักผ่อนรับลมเย็นๆ บนยอดเขาระหว่างรอชมพระอาทิตย์ตกดิน แสงสีทองที่อาบลงบนหลังคาสีแดงของเมืองเก่าเป็นภาพที่ช่างภาพทั่วโลกพยายามมาเก็บความประทับใจนี้ให้ได้
  • ค่าบริการ: ฟรี (บางช่วงอาจมีการเก็บค่าธรรมเนียมเล็กน้อยตามนโยบายสวน)

เวลาทำการ: 07.30 – 18.00 น.

9. หาดนัมเบอร์วัน (Number One Bathing Beach)

ชายหาดรูปพระจันทร์เสี้ยวที่ทอดยาวกว่า 580 เมตร ล้อมรอบด้วยขุนเขาและตึกสไตล์ตะวันตก เป็นสถานที่พักผ่อนที่ได้รับความนิยมสูงสุดของชาวเมืองและนักท่องเที่ยว

หาดนัมเบอร์วัน (Number One Bathing Beach)
  • ไฮไลต์: หาดทรายที่มีความละเอียดนุ่มและน้ำทะเลใสสะอาด คลื่นลมไม่แรงเกินไปทำให้เหมาะแก่การพักผ่อน ริมหาดมีทางเดินไม้ยาว (Wooden Plank Road) ที่เชื่อมต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ตลอดแนวชายฝั่ง มอบวิวทะเลที่เปลี่ยนไปในทุกๆ ก้าว
  • กิจกรรมแนะนำ: สัมผัสวิถีชีวิตคนชิงเต่าด้วยการมาเดินเล่นรับลมทะเลในยามเย็น หรือจองโรงแรมริมหาดเพื่อตื่นมาชมวิวทะเลจากหน้าต่างห้องพัก ในช่วงฤดูร้อนหาดนี้จะคึกคักไปด้วยผู้คนที่มาทำกิจกรรมทางน้ำและนอนอาบแดด โดยที่นี่มีเวลาการแสดงไฟ (Light Show) 18.30–21.00 น.
  • ค่าบริการ: ฟรี

เวลาทำการ: เปิดตลอดวัน

10. พิพิธภัณฑ์ที่พักอดีตผู้ว่าการชาวเยอรมัน (German Governor’s Residence)

ปราสาทหลังงามที่สร้างขึ้นในปี 1903 สะท้อนถึงความหรูหราของยุโรปในยุคศตวรรษที่ 20 ตัวอาคารมีความมั่นคงและงดงามด้วยหินแกรนิตสีเหลืองประดับตกแต่งอย่างวิจิตร

  • ไฮไลต์: สถาปัตยกรรมแบบบาโรกและโรมันที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ภายในยังคงรักษาเครื่องเรือนไม้แกะสลัก โคมไฟระย้าสั่งทำจากยุโรป และเปียโนโบราณไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ผนังบางห้องยังประดับด้วยผ้าไหมและงานศิลปะล้ำค่าที่สะท้อนถึงรสนิยมของเจ้าของบ้านในสมัยนั้น
  • กิจกรรมแนะนำ: เดินชมห้องต่างๆ ที่แบ่งเป็นสัดส่วนอย่างน่าสนใจ เช่น ห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ และห้องนอนที่หรูหรา พร้อมรับฟังเรื่องราวประวัติศาสตร์การเปลี่ยนผ่านอำนาจในชิงเต่าผ่านสิ่งของเครื่องใช้ที่ตั้งแสดงอยู่
  • ค่าบริการ: 13 – 20 หยวน (ตามฤดูกาล)

เวลาทำการ: 09.00 – 17.00 น. (ปิดวันจันทร์)

11. ย่านปาต้ากวน (Badaguan Scenic Area)

ย่านที่รวมสุดยอดสถาปัตยกรรมบ้านพักตากอากาศจาก 20 กว่าประเทศทั่วโลก จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “นิทรรศการสถาปัตยกรรมโลก” ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนสวยริมทะเล

ย่านปาต้ากวน (Badaguan Scenic Area)
  • ไฮไลต์: ถนนแต่ละสายในย่านนี้จะปลูกต้นไม้สายพันธุ์ที่แตกต่างกัน เช่น ถนนต้นกิงโกะ (แปะก๊วย) หรือถนนต้นเมเปิล ทำให้สีสันของย่านนี้เปลี่ยนไปตามฤดูกาล อาคารที่โดดเด่นที่สุดคือ Huashi Villa ปราสาทหินริมทะเลที่สร้างโดยชาวรัสเซีย ซึ่งมีทางเดินลับและจุดชมวิวอ่าวไท่ผิงที่งดงาม
  • กิจกรรมแนะนำ: เช่ารถจักรยานหรือเดินเล่นไปตามถนนสายเล็กๆ ที่เงียบสงบและร่มรื่น เพื่อซึมซับบรรยากาศแบบยุโรปและถ่ายภาพอาคารรูปทรงแปลกตา ย่านนี้ถ่ายรูปสวยทุกมุมโดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้มทั้งแถบ
  • ค่าบริการ: เดินชมย่านฟรี (การเข้าชมภายในอาคารบางหลัง เช่น Huashi Villa มีค่าใช้จ่ายประมาณ 8.5 หยวน)

เวลาทำการ: เปิดตลอดวัน

12. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชิงเต่า (Qingdao Underwater World)

หนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่เก่าแก่และทันสมัยที่สุดของจีน ตั้งอยู่ริมอ่าวหยูฉวน เป็นสถานที่ที่รวบรวมความมหัศจรรย์ของโลกใต้ทะเลไว้อย่างครบครัน

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชิงเต่า (Qingdao Underwater World)
  • ไฮไลต์: อุโมงค์กระจกใต้น้ำที่มีทางเดินเลื่อนอัตโนมัติยาวกว่า 80 เมตร ให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ก้นมหาสมุทรโดยมีฉลาม กระเบน และฝูงปลาหลากสีว่ายวนอยู่รอบตัว นอกจากนี้ยังมีตู้จัดแสดงแมงกะพรุนเรืองแสงที่จัดไฟได้อย่างสวยงามน่าตื่นตาตื่นใจ
  • กิจกรรมแนะนำ: ห้ามพลาดการชมโชว์ “นางเงือก” (Mermaid Show) และบัลเลต์ใต้น้ำที่สวยงามพริ้วไหว รวมถึงการแสดง “Dancing with Sharks” ที่นักประดาน้ำจะลงไปป้อนอาหารและเต้นรำกับฝูงฉลามตัวเขื่อง เป็นไฮไลต์ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมทุกวัย
  • ค่าบริการ: 110 – 130 หยวน (ตามฤดูกาล)

เวลาทำการ: 08.30 – 17.30 น. (ตารางโชว์มีเป็นรอบๆ โปรดเช็คที่หน้าเคาน์เตอร์)

การเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน (Metro)

สถานที่สายรถไฟ (Line)สถานีที่ใกล้ที่สุด (Station)
พิพิธภัณฑ์เบียร์Line 2 / 4Lijin Road
มหาวิหารเซนต์ไมเคิล / Silver Fish StreetLine 1 / 3Qingdao Railway Station
ถนนกิบลี / สวนเซียวหยูซาน / พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำLine 3 / 4Renmin Huitang / Huiquan Square
จัตุรัส 4 พฤษภาคมLine 2 / 3May Fourth Square

ข้อมูลค่าบริการและเวลาทำการอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับทางสถานที่อีกครั้งก่อนออกเดินทาง

ใครอยากหาที่เที่ยวใหม่ๆ อยู่ใม่ไกลจากประเทศไทย แต่ได้ฟีลแบบเที่ยวยุโรป ให้ลองซื้อตั๋วมาเที่ยวชิงเต่า ทั้งวิวสวย บรรยากาศดี อาหารอร่อย เดินทางง่าย และทุกครั้งที่เดินทางไปต่างประเทศ สิ่งสำคัญที่ไม่ควรลืมพกติดตัวไว้เสมอนั่นก็คือ ประกันเดินทาง ที่ช่วยให้คุณเดินทางได้อย่างอุ่นใจ ไร้กังวล เพียงจ่ายเงินไม่กี่บาท คุณก็จะได้ความคุ้มครองมากมายที่ครอบคลุมเกือบทุกเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นระหว่างเดินทาง* เช่น ความเจ็บป่วย การเกิดอุบัติเหตุ กระเป๋าหาย ไฟลต์ดีเลย์ เป็นต้น ให้คุณท่องเที่ยวในชิงเต่าได้อย่างมั่นใจและไร้กังวล! Allianz Travel ขอแนะนำ ประกันการเดินทางต่างประเทศ Dance Moves ที่จะช่วยให้ทริป การเดินทางของคุณราบรื่น ไม่มีสะดุด อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคุ้มครองได้ ที่นี่

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ขอบคุณที่มาบทความและรูปภาพ: แจกแพลนเที่ยว ชิงเต่า 4 วัน 3 คืน เที่ยวจีนฟีลยุโรป เมืองริมทะเล vibes ดีมาก, travelchinaguide.com, visitqingdao.com, chinadiscovery.com, thatsqingdao.com

เลือกแผนประกันเดินทางที่ใช่สำหรับคุณ ประกันการเดินทาง Dance Moves จาก Allianz Travel

8 สิ่งสำคัญที่ควรเตรียมให้พร้อม ก่อนเดินทางไปจีน

8 สิ่งสำคัญที่ควรเตรียมให้พร้อม ก่อนเดินทางไปจีน

การเดินทางไปจีนเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น ทั้งวัฒนธรรมประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมที่สวยงาม และอาหารท้องถิ่นที่อร่อย แต่การ เตรียมตัวไปจีน อย่างรอบคอบเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ทริปของคุณ สนุก ปลอดภัย และราบรื่น ในบทความนี้ เราจะมาแนะนำ 8 สิ่งสำคัญที่คุณควรเตรียมก่อนเดินทางไปจีนกันค่ะ

1. ตรวจสอบเอกสารการเดินทาง

เตรียมตัวไปจีน: ตรวจสอบเอกสารการเดินทาง

การเตรียมตัวไปจีน สิ่งแรกที่คุณต้องเตรียมคือ เอกสารสำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในการเข้าประเทศจีน

  • พาสปอร์ต: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าพาสปอร์ตของคุณมีอายุมากกว่า 6 เดือน นับจากวันที่เดินทาง
  • วีซ่าจีน: สำหรับคนไทยสามารถเดินทางเข้าประเทศจีนได้สะดวกมากขึ้น เมื่อรัฐบาลจีนอนุมัติให้คนไทยเข้าประเทศจีนได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า ที่อนุญาตให้อยู่ได้  30 วัน มีผลตั้งแต่ 1 มีนาคม 2567 เป็นต้นมา นอกจากประเทศจีนแล้วคุณสามารถดูรายชื่อประเทศที่คนไทยเดินทางเข้าได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า ได้ที่บทความนี้ค่ะ อัปเดต! 36 ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า สำหรับคนไทย ปี 2568
  • ตั๋วเครื่องบินและที่พัก: เตรียมเอกสารการเดินทาง ตั๋วเครื่องบิน หลักฐานการจองที่พัก และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางสำหรับทริปนี้ ไว้สำหรับใช้ยืนยันกับเจ้าหน้าที่ ที่สนามบิน

2. วางแผนการเงิน

เตรียมตัวไปจีน: วางแผนการเงิน

เงินเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องวางแผนล่วงหน้าสำหรับการ เตรียมตัวไปจีน เพื่อความสะดวกในการใช้จ่ายระหว่างการเดินทาง

  • แลกเงินหยวนจีน (CNY): เงินหยวนยังคงจำเป็น แลกเงินบางส่วนก่อนเดินทางเพื่อใช้สำหรับการชำระเงินให้กับทางร้านค้า ร้านค้าส่วนมากสามารถรับชำระเงินผ่านมือถือได้ แต่ร้านค้าท้องถิ่นยังคงรับเฉพาะเงินสด และบางร้านค้าไม่สามารถรับชำระเงินผ่านแอปที่ผูกกับบัตรต่างประเทศได้
  • ดาวน์โหลดแอป WeChat หรือ Alipay แอปพลิเคชันสำหรับชำระเงินออนไลน์ผ่านมือถือ: ทำการผูกบัตรเครดิต หรือบัตร Travel Card ไว้ที่แอป โดยเราสามารถใช้แอป WeChat หรือ Alipay ชำระเงินได้เกือบทุกร้านค้าในประเทศจีน แต่บางร้านค้าจะรับชำระได้เพียงแอปใดแอปหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราดาวน์โหลดและเตรียมไว้ทั้ง 2 แอปพลิเคชันเลย อุ่นใจกว่าค่ะ
  • บัตรเครดิต/เดบิต: ตรวจสอบด้วยว่าบัตรของคุณสามารถใช้ในต่างประเทศได้
  • ค่าธรรมเนียมถอนเงิน: ตรวจสอบค่าธรรมเนียมถอนเงินต่างประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่อาจต้องเสียเพิ่มเติม

3. ศึกษาสภาพอากาศและเตรียมเสื้อผ้า

เตรียมตัวไปจีน: ศึกษาสภาพอากาศและเตรียมเสื้อผ้า

จีนมีภูมิอากาศและฤดูกาลที่หลากหลาย การเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะสมจะช่วยให้ทริปสะดวกสบาย ไม่สะดุดระหว่างการเดินทางค่ะ

  • ตรวจสอบฤดูกาล: คุณต้องวางแผนการเดินทางว่าทริปของคุณจะเดินทางไปเมืองไหนและในฤดูอะไร เช่น ฤดูหนาวในปักกิ่งจะหนาวมาก โดยเพื่อน ๆ สามารถตรวจสอบสภาพอากาศได้จากแอปพลิเคชันพยากรณ์อากาศ หรือสามารถตรวจสอบได้ที่ เว็บไซต์พยากรณ์อากาศ เช่น weather.com เพื่อใช้เป็นตัวช่วยในการวางแผนการเดินทางได้เลยค่ะ
  • จัดเตรียมเสื้อผ้าที่เหมาะสม: เตรียมทั้งเสื้อกันหนาว เสื้อผ้าเบาสำหรับอากาศร้อน หรือร่มกันฝน ควรเตรียมเสื้อผ้าไปให้เหมาะสมกับฤดูที่เราเดินทางไป
  • เตรียมรองเท้าที่ใส่สบาย: ควรเตรียมรองเท้าที่เราสวมใส่สบาย สามารถใส่เดินได้ในระยะทางที่ไกล และนาน เพื่อให้เราสามารถเดินทางท่องเที่ยวและสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้อย่างสบายไม่ต้องทนเจ็บระหว่างทาง

4. วางแผนเส้นทางและสถานที่ท่องเที่ยว

เตรียมตัวไปจีน: วางแผนเส้นทางและสถานที่ท่องเที่ยว

การวางแผนเส้นทางและสถานที่ท่องเที่ยว เป็นการ เตรียมตัวไปจีน ที่สำคัญมาก เพราะการวางแผนเส้นทางล่วงหน้าจะช่วยให้คุณ ใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่า

  • เลือกเมืองและสถานที่ท่องเที่ยว: เลือกเมืองที่เราต้องการเดินทางไปท่องเที่ยว เพราะเมืองแต่ละเมืองในประเทศจีนมีขนาดใหญ่มาก เพราะฉะนั้นควรวางแผนการเดินทางให้ดี ว่าทริปที่เราวางแผนที่จะเดินทางไป จะไปที่เมืองไหนบ้าง อาจเริ่มต้นจากการเที่ยวทริปละ 1 เมืองก็ได้ค่ะ เพราะแต่ละเมืองมีที่เที่ยวที่แตกต่างกัน และมีเสน่ห์เฉพาะตัวค่ะ เช่น ปักกิ่ง, เซี่ยงไฮ้, เฉิงตู, ซีอาน หรือกุ้ยหลิน
  • ทำแผนที่ท่องเที่ยว: จัดทำแผนการท่องเที่ยวในแต่ละวัน โดยในประเทศจีนเราจะใช้แอปแผนที่ ที่ชื่อว่า AMap ใช้เป็นตัวช่วยในการดูแผนที่ระหว่างที่เราเดินทางอยู่ในประเทศจีน โดยเราสามารถวางแผนการเดินทางโดยใช้แอป AMap เป็นตัวช่วยในการวางแผน โดยอาจเริ่มจากการเดินทางจากนอกเมือง ไล่มาที่ตัวเมือง หรือกลับกันเราอาจวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวจากตัวเมือง ไล่ไปที่นอกเมืองที่ไกลออกไปก็ได้ แล้วแต่แผนการเดินทางของเรา เพื่อให้ง่ายต่อการวางแผนการเดินทางของเราในแต่ละวัน และควรจองตั๋วล่วงหน้า สำหรับสถานที่บางแห่งที่สามารถจองตั๋วล่วงหน้าได้ เช่น ตั๋วเข้าพิพิธภัณฑ์ ศูนย์อนุรักษ์ หรือทัวร์เมือง เพื่อช่วยให้เราสามารถเดินทางได้สะดวก และประหยัดเวลามากขึ้นค่ะ
  • ศึกษาวิธีการเดินทาง: ควรศึกษาวิธีการเดินทางในแต่สถานที่ ที่เราวางแผนที่จะเดินทางไป ควรใช้วิธีการเดินทางแบบใดที่จะทำให้เราสะดวกที่สุด เช่น รถไฟความเร็วสูง, รถเมล์, แท็กซี่ หรือแอปเรียกรถ เช่น DiDi

5. เตรียมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่จำเป็นต้องใช้ให้พร้อม

เตรียมตัวไปจีน: เตรียมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่จำเป็นต้องใช้ให้พร้อม

การเดินทางในจีน หรือการเดินทางไปต่างประเทศ การเตรียมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีความจำเป็นอย่างมาก เพราะระหว่างการเดินทางคุณจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เหล่านั้น เพื่อช่วยให้คุณเดินทางได้อย่างราบรื่น และสะดวก โดยมีอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการเดินทางเบื้องต้นดังนี้ค่ะ

  • ปลั๊กไฟและอะแดปเตอร์ (Travel Adapter): ปลั๊กไฟในจีนเป็นแบบ Type A, C หรือ I ส่วนใหญ่ใช้ลักษณะเดียวกับปลั๊กในประเทศไทย และประเทศจีนใช้กระแสไฟฟ้า 220 V เช่นเดียวกัน แต่สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าบางตัวของเราเช่น labtop หรือโน๊ตบุ๊ค จะมีใช้ปลั๊กที่มี 3 ขา มีสายดินเพิ่มเข้ามา จะไม่สามารถใช้ได้ที่ประเทศจีน เพราะฉะนั้นเพื่อความอุ่นใจเราควรพก Travel Adapter ไปด้วย เพื่อให้เราสามารถใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เรานำไปด้วยได้ทุกอุปกรณ์
  • โทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ต: สามารถใช้บริการ Roaming, eSim, ซิมจีน หรือ Pocket Wi-Fi ได้ Travel Sim จากไทยสามารถใช้งานในจีนได้โดยไม่ถูกจำกัด หากใช้ Wi-Fi สาธารณะหรือของที่พัก อาจจะยังมีข้อจำกัดในด้านต่าง ๆ อยู่ แนะนำให้เตรียม VPN ที่ถูกกฎหมายเพื่อให้สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างต่อเนื่อง
  • พาวเวอร์แบงก์ (Power Bank): อุปกรณ์สำคัญสำหรับชาร์จมือถือระหว่างวัน โดยเฉพาะเวลาท่องเที่ยว โดย Power Bank ที่สามารถนำเข้าไปในประเทศจีนได้นั้นจะต้องเป็น Power Bank ที่มีเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์รับรองความปลอดภัย CCC (China Compulsory Certification) หรือ 3C เป็นหลัก หากไม่มี จะถูกยึดทันที และต้องพกใส่เฉพาะสัมภาระที่ถือขึ้นเครื่องเท่านั้น หากแบตเตอรี่ความจุต่ำกว่า 100 Wh (ประมาณ 20,000 mAh) สามารถนำขึ้นเครื่องได้เลย แต่หากมีความจุ 100 – 160 Wh (ประมาณ 20,000 – 32,000 mAh) จะต้องขออนุญาตกับสายการบินก่อนนำขึ้นเครื่อง

6. ศึกษาวัฒนธรรม คำศัพท์ภาษาจีนพื้นฐาน และกฎระเบียบ

เตรียมตัวไปจีน: ศึกษาวัฒนธรรม คำศัพท์ภาษาจีนพื้นฐาน และกฎระเบียบ

อีกหนึ่งข้อที่จำเป็นสำหรับ เตรียมตัวไปจีน นั่นก็คือการเข้าใจวัฒนธรรม ภาษา และกฎระเบียบของจีน เป็นการเตรียมตัวที่จะช่วยให้คุณไม่เกิดปัญหาระหว่างการเดินทางและได้รับความช่วยเหลือ และที่สำคัญได้ใจชาวท้องถิ่นค่ะ สิ่งที่คุณควรศึกษาก่อนเดินทางไปประเทศจีน มีดังนี้ค่ะ

  • วัฒนธรรมจีน: เรียนรู้มารยาท เช่น การทักทาย ยื่นและรับของด้วยสองมือ หลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังในที่สาธารณะ ต่อคิวเสมอ โดยเฉพาะเวลาเดินทางโดยรถไฟใต้ดิน
  • คำศัพท์ภาษาจีนพื้นฐาน: เรียนรู้คำศัพท์ภาษาจีนพื้นฐาน ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เช่นคำดังต่อไปนี้
    • 你好 (Nǐ hǎo / หนี ห่าว): สวัสดี
    • 谢谢 (Xièxiè / เซี่ยะ เซี่ยะ): ขอบคุณ
    • 不要 (bú yào / ปู๋เย่า): ไม่เอา/ไม่ต้อง
    • 多少钱?(Duōshao qián? / ตัวฉ่าว เฉียน?): ราคาเท่าไหร่?
    • 对不起 (Duìbuqǐ / ตุ้ยปู้ฉี่): ขอโทษ
    • 不客气 (Bù kèqi / ปู๋เค่อฉี่): ไม่เป็นไร
    • 再见 (Zàijiàn / จ้ายเจี้ยน): ลาก่อน
    • 我听不懂 (Wǒ tīng bù dǒng / หว่อ ทิง ปู้ ต่ง): ฉันฟังไม่เข้าใจ
    • 厕所 (Cèsuǒ / เช่อสั่ว): ห้องน้ำ
    • 火车站 (Huǒchē zhàn / ฮั่วเช่อ จ้าน): สถานีรถไฟ
    • 出租车 (Chūzūchē / ชูจูเช่อ): รถแท็กซี่
    • 酒店 (Jiǔdiàn / จิ่วเตี้ยน): โรงแรม
    • 我不要辣的 (Wǒ bú yào là de / หว่อ ปู๋ เย่า ล่า เตอะ): ฉันไม่กินเผ็ด
    • (Shuǐ / สุ่ย): น้ำดื่ม
    • 我需要医生 (Wǒ xūyào yīshēng / หว่อ ซวีเย่า อีเชิง): ฉันต้องการหมอ
    • 我迷路了 (Wǒ mílù le / หว่อ หมีลู่ เลอ): ฉันหลงทาง
    • 你会说英语吗?(Nǐ huì shuō Yīngyǔ ma? / หนี่ หุ้ย ซัว อิง หวี่ มา?): คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม?
    • 米饭 (mǐfàn / หมี่ฟ่าน): ข้าวสวย (คำที่ใช้บ่อยที่สุดสำหรับข้าวสุก)
    • (duì / ตุ้ย): ถูก, ใช่, ตกลง
  • กฎหมายและข้อห้าม: หลีกเลี่ยงสิ่งที่ผิดกฎหมายหรือผิดระเบียบ เช่น การถ่ายรูปในบางสถานที่

7. แอปพลิเคชัน ที่ควรมีติดตัวไว้ระหว่างเดินทางที่จีน

เตรียมตัวไปจีน: แอปพลิเคชัน ที่ควรมีติดตัวไว้ระหว่างเดินทางที่จีน

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเที่ยวจีน อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญมากและต้องเตรียมพร้อม นั่นก็คือ การดาวน์โหลดแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในระหว่างการเดินทาง ได้แก่ แอปแปลภาษา, แอปแผนที่, แอปเรียกรถเพื่อความสะดวก, แอปสำหรับการชำระเงินที่จีน, และแอปอื่น ๆ ที่จำเป็นในการเดินทาง เพื่อช่วยให้การเดินทางของเราไม่สะดุด โดยแอปพลิเคชันที่จำเป็นสำหรับการเดินทางในประเทศจีนหลัก ๆ มีดังต่อไปนี้

  • แอป WeChat หรือ Alipay: แอปพลิเคชันสำหรับชำระเงินออนไลน์ ผ่านมือถือ เราสามารถใช้ชำระเงินได้เกือบทุกร้านค้าในประเทศจีน แต่บางร้านค้าจะรับชำระได้เพียงแอปใดแอปหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราดาวน์โหลดและเตรียมไว้ทั้ง 2 แอปพลิเคชันเลย อุ่นใจกว่าค่ะ
  • แอปพลิเคชัน DiDi: แอปพลิเคชันสำหรับไว้ใช้บริการเรียกรถในประเทศจีน ที่สะดวกและปลอดภัย และราคาถูกค่ะ วิธีการใช้งานคล้ายกับแอปพลิเคชันเรียกรถบ้านเรา แต่ DiDi เพื่อความแม่นยำของจุดหมายแนะนำให้ใช้ภาษาจีนค่ะ เพราะบางสถานที่หาชื่อสถานที่เป็นภาษาอังกฤษไม่เจอนะคะ แนะนำให้ไปหาชื่อสถานที่ภาษาจีนมาใช้ในแอปค่ะ ใช้แอปพลิเคชัน Goolge Translate ช่วยค่ะ
  • แอปพลิเคชันแปลภาษา เช่น แอปพลิเคชัน Google Translate: ตัวช่วยในการการแปลข้อความจากภาษาไทยเป็นภาษาจีน หรือภาษาอังกฤษเป็นภาษาจีน ทั้งจากการพิมพ์ข้อความหรือการพูดคุย และยังสามารถใช้กล้องส่องป้ายหรือเมนูอาหารเพื่อแปลได้ทันทีอีกด้วย ซึ่งคนจีนส่วนใหญ่ไม่พูดภาษาอังกฤษ จะพูดภาษาจีนเป็นหลัก เพราะฉะนั้นแอปพลิเคชันแปลภาษามีความสำคัญมากในการเดินทางในประเทศจีน เพราะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้คุณสามารถสื่อสารกับคนในพื้นที่ได้
  • แอปพลิเคชัน AMap หรือ Baidu Map: แอปพลิเคชันแผนที่ ตัวช่วยในการแนะนำเส้นทางการเดินทางในประเทศจีน มีความแม่นยำกว่าการใช้ Google Map
  • แอปพลิเคชัน MetroMan: แอปพลิเคชันแสดงเส้นทางรถไฟใต้ดิน ตัวช่วยการเดินทางในจีน แนะนำเส้นทางที่ช่วยให้เราไปถึงจุดหมายได้อย่างง่ายดาย ใช้ง่าย ช่วยการเดินทางของเราสะดวกมากยิ่งขึ้น

8. ประกันการเดินทาง

เตรียมตัวไปจีน: ประกันการเดินทาง

สิ่งสำคัญที่ควรพกติดตัวไปด้วยทุกทริปการเดินทางไปต่างประเทศ นั่นก็คือ ประกันการเดินทาง ตัวช่วยที่จะทำให้การเดินทางของเราไม่สะดุด หมดกังวลกับค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มขึ้น จากเหตุการณ์ไม่คาดคิดระหว่างการเดินทาง ด้วยความคุ้มครองที่ครอบคลุมเหตุการณ์ไม่คาดคิดต่าง ๆ อาทิ:

  • ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวร
  • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล
  • บริการเคลื่อนย้ายฉุกเฉินทางการแพทย์
  • คุ้มครองเที่ยวบินล่าช้า
  • คุ้มครองกระเป๋าเดินทางหรือเอกสารสำคัญสูญหาย
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม.

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่ 1: คนไทยต้องขอวีซ่า ก่อนเดินทางไปจีนใช่หรือไม่?

คำตอบ: ผู้ถือพาสปอร์ตไทยไม่ต้องขอวีซ่าหากเดินทางเข้าประเทศจีน เมื่อรัฐบาลจีนอนุมัติให้คนไทยเข้าประเทศจีนได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า ที่อนุญาตให้อยู่ได้  30 วัน มีผลตั้งแต่ 1 มีนาคม 2567 เป็นต้นมา

คำถามที่ 2: ควรแลกเงินจีน (เงินหยวนจีน) กี่บาทก่อนเดินทาง?

คำตอบ: แนะนำประมาณ 2,000–5,000 บาท สำหรับค่าใช้จ่ายเริ่มต้น ควรเตรียมลงแอปพลิเคชัน WeChat และ Alipay ไว้บนมือถือ พร้อมกับสมัครและผูกบัตรเครดิตกับแอปพลิเคชันไว้ด้วย เพราะร้านค้าส่วนใหญ่ และคนจีนส่วนใหญ่ใช้จ่ายผ่านแอป WeChat และ Alipay และเพื่อเสริมความั่นใจเราอาจพกบัตรเครดิตไปด้วยเพื่อความอุ่นใจและความสะดวกสบายในการใช้จ่าย

Q3: แอปพลิเคชันอะไรช่วยในการเดินทางในจีน?

คำตอบ: แอปพลิเคชัน Baidu Maps และ AMap สำหรับดูแผนที่และเส้นทางการเดินทาง, แอปพลิเคชัน DiDi สำหรับเรียกรถ ช่วยให้การเดินทางของเราสะดวกสบาย และราคาไม่แพง, และแอปพลิเคชัน Google Translate ตัวช่วยที่จะทำให้เราสามารถสื่อสารกับทุกคนในประเทศจีนได้ ไม่ว่าจะเป็นการถามเส้นทาง ทานข้าว ซื้อของ เรียกว่าทุกกิจกรรมในแต่ละวัน แอปแปลภาษาช่วยให้เราสามารถสื่อสารกับคนในพื้นที่ได้อย่างเข้าใจ

การเตรียมตัวก่อนเดินทางไปจีนอย่างรอบคอบ จะช่วยให้ทริปของคุณ สนุก ปลอดภัย และไร้ความกังวล อย่าลืมเตรียม 8 สิ่งสำคัญนี้ก่อนเดินทางไปจีนนะคะ:

  1. ตรวจสอบเอกสารการเดินทาง
  2. วางแผนการเงิน
  3. ศึกษาสภาพอากาศและเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสถานที่และฤดูกาลที่คุณจะเดินทางไป
  4. วางแผนเส้นทางและสถานที่ท่องเที่ยว
  5. เตรียมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่จำเป็นต้องใช้ไปให้ครบ
  6. ศึกษาวัฒนธรรม คำศัพท์ภาษาจีนพื้นฐาน และกฎระเบียบ
  7. แอปพลิเคชัน ที่ควรมีติดตัดไว้ระหว่างเดินทางที่จีน
  8. ประกันการเดินทาง ตัวช่วยที่จะทำให้เราเดินทางได้อย่างอุ่นใจ ไร้กังวล

หากเพื่อน ๆ เตรียมความพร้อมตามข้อแนะนำครบทั้ง 8 ข้อแล้ว การเดินทางไปประเทศจีนก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลอีกต่อไป เตรียมจัดกระเป๋า ซื้อตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม ทำแผนการเดินทาง แล้วออกเดินทางไปพบเจอประสบการณ์ใหม่ ๆ ในประเทศจีน ได้เลย! และทุกครั้งที่เดินทางไปต่างประเทศ สิ่งสำคัญที่ไม่ควรลืมพกติดตัวไว้เสมอนั่นก็คือ ประกันเดินทาง ที่ช่วยให้คุณเดินทางได้อย่างอุ่นใจ ไร้กังวล เพียงจ่ายเงินไม่กี่บาท คุณก็จะได้ความคุ้มครองมากมายที่ครอบคลุมเกือบทุกเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นระหว่างเดินทาง* เช่น ความเจ็บป่วย การเกิดอุบัติเหตุ กระเป๋าหาย ไฟลต์ดีเลย์ เป็นต้น ให้คุณเที่ยวจีนได้อย่างมั่นใจและไร้กังวล! Allianz Travel ขอแนะนำ ประกันการเดินทางต่างประเทศ Dance Moves ที่จะช่วยให้ทริป การเดินทางของคุณราบรื่น ไม่มีสะดุด อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคุ้มครองได้ ที่นี่

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ขอบคุณข้อมูลจาก: travelchinaguide.com, china-tour.cn, cathaypacific.com, chinaodysseytours.com

เลือกแผนประกันเดินทางที่ใช่สำหรับคุณ ประกันการเดินทาง Dance Moves จาก Allianz Travel

เที่ยวจีนต้องรู้! ถ้าไม่อยากถูกยึด Power Bank

เที่ยวจีนต้องรู้! ถ้าไม่อยากถูกยึด Power Bank

เวลาเดินทางต่างประเทศ โดยเฉพาะการเที่ยวจีน สิ่งจำเป็นที่ต้องพกติดตัวก็คือ พาวเวอร์แบงก์ (Power Bank) เพราะตลอดการเดินทางเราต้องใช้โทรศัพท์มือถือทั้งในการนำทางผ่านแอปแผนที่ ใช้เรียกรถ ดูข้อมูลเส้นทางรถไฟหรือรถบัส รวมถึงค้นหาข้อมูลท่องเที่ยวแบบเรียลไทม์ เมื่อเดินทางไปจีนซึ่งผู้คนส่วนใหญ่พูดภาษาจีน การใช้แอปแปลภาษาจึงสำคัญมากเพื่อให้สื่อสารได้อย่างถูกต้อง และยิ่งต้องใช้มือถือบ่อยขึ้นตลอดทั้งวัน เช่น การจ่ายเงินผ่านมือถือ การเช็กอินที่สถานที่ท่องเที่ยว หรือการค้นหาเส้นทาง ทำให้ Power Bank กลายเป็นอุปกรณ์คู่ใจของนักเดินทาง แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า สนามบินจีนเข้มงวดเรื่อง Power Bank มากเป็นพิเศษ หากพาวเวอร์แบงก์ไม่มีสัญลักษณ์รับรองมาตรฐาน CCC / 3C หรือไม่ตรงตาม กฎพาวเวอร์แบงก์จีน ก็มีโอกาสถูกยึดทันที การเตรียม Power Bank ให้ถูกต้องก่อนเดินทางจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังวางแผนไปจีน

เที่ยวจีนต้องรู้ กฎพาวเวอร์แบงก์จีน

วันนี้ Allianz Travel ได้สรุปกฎเกี่ยวกับพาวเวอร์แบงก์ (Power Bank) ของจีน (CCC หรือ 3C Power Bank Rule) ที่เราต้องรู้ก่อนเดินทางไปจีน มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

ทำความเข้าใจ “ กฎพาวเวอร์แบงก์จีน 3C/CCC ” – ทำไมสนามบินจีนยึดเยอะมาก?

ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2025 ทางการจีนเริ่ม เข้มงวดจริงจัง กับพาวเวอร์แบงก์ที่ไม่มีเครื่องหมาย CCC (China Compulsory Certification) โดยเฉพาะบน เที่ยวบินภายในจีน ซึ่งเป็นผลมาจากกรณีไฟไหม้แบตเตอรี่บนเครื่องบินที่เพิ่มขึ้น โดยกฎระบุไว้อย่างชัดเจนว่า:

❌ พาวเวอร์แบงก์ใดก็ตามที่ “ไม่มีสัญลักษณ์ CCC / 3C” จะถูกห้ามนำขึ้นเครื่อง

วิธีตรวจเช็กพาวเวอร์แบงก์ (Power Bank)ให้ผ่านด่านสนามบินจีน

ก่อนเดินทางไปจีน หรือก่อนเช็กอินที่จีน คุณควรตรวจสอบ Power Bank ของคุณตามรายละเอียด 3 ข้อด้านล่างนี้ให้ครบ:

  1. ต้องมีสัญลักษณ์ “CCC” พิมพ์บนตัวเครื่อง
    สัญลักษณ์จะมีหน้าตาเป็นตัว “CCC” อยู่ในวงรี อย่าสับสนกับสัญลักษณ์ CE ซึ่งสัญลักษณ์ ​CE ไม่ถือว่าใช้แทนกันได้ และจะโดนยึด
สัญลักษณ์ CCC บน Power Bank ตามกฎพาวเวอร์แบงก์ของจีน
  1. ฉลากต้องชัดเจน ไม่ลอก ไม่ซีด
    พาวเวอร์แบงก์ที่ตัวสัญลักษณ์ไม่ชัดเจน มีความลบเลือน หรือสัญลักษณ์เป็นสติ๊กเกอร์แปะ มีความเสี่ยงที่จะโดนยึดเช่นกัน
  2. ต้องระบุความจุของแบตไว้ชัดเจน
    ความจุของแบตต้อง ไม่เกิน 100Wh (≈ 27,000mAh) จึงจะได้รับอนุญาตให้สามารถพกขึ้นเครื่องได้
Power Bank ไปจีน ที่มีสัญลักษณ์ CCC หรือ 3C
ตัวอย่าง Power Bank ไปจีน ที่มีสัญลักษณ์ CCC หรือ 3C
Power Bank สำหรับไปจีน พร้อมสัญลักษณ์ CCC

กฎบอกว่าบังคับใช้เฉพาะไฟลต์ที่บินภายในประเทศ แต่ในความเป็นจริงสนามบินทำการยึดพาวเวอร์แบงก์ที่ไม่ตรงตามกฎกับไฟลต์ที่บินต่างประเทศด้วยเช่นกัน

ทางการจีนประกาศว่ากฎ CCC / 3C ใช้เฉพาะ เที่ยวบินภายในประเทศจีน (domestic flights) แต่รายงานจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากใน Beijing, Shanghai, Guangzhou บอกตรงกันว่า แม้เป็นเที่ยวบินต่างประเทศ นักท่องเที่ยวก็ถูกตรวจและยึด! เช่นเดียวกัน หากพาวเวอร์แบงก์ (Power Bank) ไม่เป็นไปตามกฎพาวเวอร์แบงก์ (Power Bank) ของจีน

กรณีที่ทำให้นักท่องเที่ยวถูกยึด Power Bank บ่อย คือการต่อเครื่องภายในประเทศจีน

ตัวอย่าง: การเดินทางไป New York -> Shanghai -> Khunming
ตอนต่อเครื่องจาก Shanghai ไป Khunming เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบใหม่อีกครั้ง หากพาวเวอร์แบงก์ (Power Bank) ของคุณไม่มีสัญลักษณ์ CCC เจ้าหน้าที่จำทำการยึดพาวเวอร์แบงก์ (Power Bank) ของคุณทันที

เพื่อความแน่ใจและปลอดภัย เราแนะนำให้คุณคิดว่า กฎ Power Bank ไปจีน กฎนี้ ใช้กับทุกเที่ยวบินที่ออกจากสนามบินจีน ค่ะ

สามารถซื้อพาวเวอร์แบงก์แบบผ่านมาตรฐาน CCC ได้ที่ไหน?

1. ซื้อในจีน

หลังลงเครื่องที่จีน คุณสามารถซื้อพาวเวอร์แบงก์ที่ผ่านมาตรฐานได้จาก:

  • ร้านสะดวกซื้อในสนามบิน
  • Xiaomi / Huawei / OPPO Store
  • ร้านอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป

พาวเวอร์แบงก์ที่ขายในจีนจะมี สัญลักษณ์ CCC / 3C ทุกชิ้น สามารถใช้งานได้ตลอดทริป

2. ซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ก่อนเดินทาง แต่ต้องตรวจสอบให้ดี

หากคุณทำการสั่งซื้อ Power Bank ที่มีสัญลักษณ์ CCC ผ่านช่องทางออนไลน์ คุณต้องทำการตรวจสอบเพื่อความแน่ใจตามรายละเอียดดังนี้

  • ตรวจสอบว่าสัญลักษณ์ CCC ว่ามีการถูกพิมพ์ไว้บนเครื่องหรือไม่?
  • หากไม่แน่ใจให้ทำการติดต่อผู้ขายเพื่อยืนยันว่า Power Bank ที่คุณซื้อเป็นรุ่นที่เป็นไปตามกฎพาวเวอร์แบงก์ (Power Bank) ของจีน

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ กฎพาวเวอร์แบงก์จีน CCC / 3C

คำถามที่ 1: หากพาวเวอร์แบงก์ (Power Bank) โดนยึด จะได้คืนไหม?

คำตอบ: ส่วนใหญ่ “ไม่ได้คืน” ควรเตรียมพาวเวอร์แบงก์ (Power Bank) รุ่นที่มีสัญลักษณ์ CCC / 3C จะปลอดภัยที่สุด

คำถามที่ 2: ใส่พาวเวอร์แบงก์ (Power Bank) ในกระเป๋าเดินทางที่โหลดไว้ใต้เครื่องบินได้ไหม?

คำตอบ: “ไม่ได้” ต้องใส่ในกระเป๋าที่ถือขึ้นเครื่องบินเท่านั้น

คำถามที่ 3: มือถือ โน้ตบุ๊ก กล้อง อุปกรณ์เหล่านี้ต้องมีสัญลักษณ์ CCC / 3C ไหม?

คำตอบ: “ไม่ต้อง” กฎนี้ใช้สำหรับ “พาวเวอร์แบงก์ (Power Bank)” เท่านั้น

คำถามที่ 4: ถ้าไม่มีพาวเวอร์แบงก์ (Power Bank) ที่มีสัญลักษณ์ CCC / 3C จะยังสามารถใช้พาวเวอร์แบงก์ในจีนได้ไหม (นอกสนามบิน)?

คำตอบ: “ได้” สามารถใช้ชาร์จที่โรงแรม ร้านกาแฟ ฯลฯ กฎนี้ใช้เฉพาะเวลาที่เดินทางโดยเครื่องบินเท่านั้น

คำถามที่ 5: หากไม่สามารถหาพาวเวอร์แบงก์ (Power Bank) ที่มีสัญลักษณ์ CCC / 3C ได้ทัน ต้องทำอย่างไร?

คำตอบ: สามารถพกปลั๊กชาร์จติดตัวระหว่างเดินทาง หรือใช้บริการ “เช่ายืมพาวเวอร์แบงก์” ที่มีให้บริการทั่วประเทศจีนได้

คำถามที่ 6: กฎนี้ใช้กับไฟลต์ที่เดินทางไปฮ่องกง หรือ มาเก๊าไหม?

คำตอบ: “ไม่ได้ใช้” กฎพาวเวอร์แบงก์ (Power Bank) จีน เป็นกฎที่ใช้เฉพาะที่จีนแผ่นดินใหญ่เท่านั้น

นอกจากพาวเวอร์แบงก์ (Power Bank) ที่ต้องเตรียมตามกฎพาวเวอร์แบงค์จีนแล้ว การเดินทางไปประเทศจีนยังต้องเตรียมสิ่งจำเป็นอื่น ๆ เช่น แอปพลิเคชันที่ใช้ในจีน มารยาทพื้นฐาน และภาษาจีนเบื้องต้นที่ควรรู้ คุณสามารถดูรายละเอียดสิ่งสำคัญที่ควรเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนเดินทางไปประเทศจีน ได้ที่บทความนี้ 8 สิ่งสำคัญที่ควรเตรียมให้พร้อม ก่อนเดินทางไปจีน เพื่อให้การเดินทางของคุณราบรื่นและปลอดภัย

ก่อนออกเดินทางไปจีน ควรเลือก พาวเวอร์แบงก์ (Power Bank) ที่เป็นไปตามกฎพาวเวอร์แบงก์ของจีน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจทำให้การเดินทางของคุณต้องสะดุด และทุกครั้งที่เดินทางไปต่างประเทศ สิ่งสำคัญที่ไม่ควรลืมพกติดตัวไว้เสมอนั่นก็คือ ประกันเดินทาง ที่ช่วยให้คุณเดินทางได้อย่างอุ่นใจ ไร้กังวล เพียงจ่ายเงินไม่กี่บาท คุณก็จะได้ความคุ้มครองมากมายที่ครอบคลุมเกือบทุกเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นระหว่างเดินทาง* เช่น ความเจ็บป่วย การเกิดอุบัติเหตุ กระเป๋าหาย ไฟลต์ดีเลย์ เป็นต้น ให้คุณเที่ยวจีนได้อย่างมั่นใจและไร้กังวล! Allianz Travel ขอแนะนำ ประกันการเดินทางต่างประเทศ Dance Moves ที่จะช่วยให้ทริป การเดินทางของคุณราบรื่น ไม่มีสะดุด อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคุ้มครองได้ ที่นี่

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ขอบคุณข้อมูลจาก: scmp.com, ourwander.com, cmatesting.org

เลือกแผนประกันเดินทางที่ใช่สำหรับคุณ ประกันการเดินทาง Dance Moves จาก Allianz Travel

เที่ยวเฉิงตู ช่วงไหนดี? รวมที่เที่ยวทุกฤดูห้ามพลาด!

เที่ยวเฉิงตู ช่วงไหนดี? รวมที่เที่ยวทุกฤดูห้ามพลาด!

การ เที่ยวเฉิงตู (Chengdu) เมืองเอกของมณฑลเสฉวน ประเทศจีน ไม่ได้มีดีแค่หมีแพนด้า แต่ยังเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม และแหล่งช้อปปิ้งที่หลากหลาย จุดเด่นคือ สามารถเที่ยวได้ทุกฤดู ไม่ว่าจะใบไม้ผลิ ร้อน ใบไม้ร่วง หรือหนาว ต่างก็มีเสน่ห์เฉพาะตัว บทความนี้ Allianz Travel จะพาไปดูสถานที่เที่ยวเฉิงตูที่น่าสนใจ และช่วงเวลาไหนที่ควรไป เที่ยวเฉิงตู ในแต่ละฤดู เพื่อให้คุณวางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้นค่ะ : )

ช่วงเวลาไหนเหมาะที่สุดในการ เที่ยวเฉิงตู?

เฉิงตูเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมของจีน มีนักท่องเที่ยวทั้งจากจีนและต่างประเทศมาเยือนทุกปี ช่วงเวลาที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดคือระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤศจิกายน โดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคม–มิถุนายน (ฤดูใบไม้ผลิ) และกันยายน–พฤศจิกายน (ฤดูใบไม้ร่วง) ถือเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการ เที่ยวเฉิงตู เพราะอากาศเย็นสบาย อุณหภูมิกำลังพอดี เหมาะกับกิจกรรมท่องเที่ยวและการชมสถานที่ต่าง ๆ หากคุณต้องการหลีกเลี่ยงนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์เป็นช่วงเวลานอกฤดูท่องเที่ยวที่เหมาะกับการเดินทางของคุณ เพราะช่วงเวลานี้จำนวนนักท่องเที่ยวมีจำนวนไม่มาก

ฤดูกาลในเฉิงตูและมณฑลเสฉวน

ฤดูใบไม้ผลิ (Spring): มีนาคม – พฤษภาคม (March – May)

ฤดูใบไม้ผลิของเฉิงตูมาถึงเร็ว เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15–20°C พร้อมปริมาณฝนปานกลาง ช่วงเวลานี้ถือว่าเหมาะที่สุดในการชมแพนด้ายักษ์ที่สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง ฐานอนุรักษ์แพนด้าเฉิงตู, ฐานแพนด้าตูเจียงเยี่ยน และเขตอนุรักษ์ธรรมชาติโหวหลง ซึ่งเป็นช่วงที่แพนด้าขาวดำมีความกระฉับกระเฉงที่สุด

ในฤดูใบไม้ผลิ เฉิงตูเต็มไปด้วยสีสันและชีวิตชีวา กลิ่นหอมหวานของดอกไม้และเสียงนกร้องขับกล่อมไปทั่วเมือง นักท่องเที่ยวสามารถชมดอกท้อบานที่หลงเฉวียน เดินเล่นที่สวนพฤกษศาสตร์เฉิงตูและสวนประชาชน และเพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันสดใสของพื้นที่สีเขียวในเมือง

พื้นที่โดยรอบก็มีเสน่ห์ฤดูใบไม้ผลิไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นภูเขาเหมิงติ้งซานที่ปกคลุมด้วยไร่ชาขาวสุดลูกหูลูกตา ทะเลดอกแพร์บานที่ตานปา หรือพิธีชุนซาน (Chunshan Assembly) อันยิ่งใหญ่ที่ภูเขาเอ๋อเหมยในช่วงเดือนมีนาคม–เมษายน ท่ามกลางทิวแถวดอกกุหลาบพันปีที่ผลิบานตลอดเส้นทาง

ฤดูร้อน (Summer): มิถุนายน – สิงหาคม (June – August)

ฤดูร้อนในเฉิงตูยาวนานและร้อน ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนกันยายน โดยมีความชื้นสูงและอุณหภูมิเฉลี่ยราว 30°C เพื่อหลีกเลี่ยงความร้อน สามารถไปเยือนภูเขาชิงเฉิง (Qingcheng Mountain) ซึ่งอากาศเย็นกว่าประมาณ 5–10°C ที่นี่คุณจะได้เรียนรู้ต้นกำเนิดของลัทธิเต๋า และฝึกไทชิแบบโบราณท่ามกลางบรรยากาศเขาสดชื่น

จุดพักร้อนที่ดีในฤดูร้อนอื่น ๆ ได้แก่ ตูเจียงเยี่ยน (Dujiangyan) และภูเขาเอ๋อเหมย (Mount Emei) อีกทางเลือกคือพักผ่อนในร่ม เช่น จิบชาและเล่นไพ่นกกระจอกในสวนสาธารณะประชาชน (People’s Park) หรือเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์อย่างพิพิธภัณฑ์จินซา (Jinsha Site Museum) พิพิธภัณฑ์เฉิงตู (Chengdu Museum) และพิพิธภัณฑ์ซานซิงตู้ยี่ (Sanxingdui Museum) เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเมือง

ช่วงฤดูร้อนยังมีโอกาสได้เห็นลูกแพนด้าแรกเกิดที่ศูนย์วิจัยและเพาะพันธุ์แพนด้าเฉิงตู (Chengdu Research Base of Giant Panda Breeding) อย่าลืมพกร่มเพราะอาจเจอกับฝนฟ้าคะนองแบบกะทันหัน และเตรียมแว่นกันแดดกับครีมกันแดดเพื่อป้องกันแสงแดดจ้าในฤดูนี้

ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn): กันยายน – พฤศจิกายน (September – November)

ฤดูใบไม้ร่วงในเฉิงตู ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน สวยงามเป็นพิเศษ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 15–25°C ฝนตกน้อย และมีวันแดดออกมาก เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเที่ยวชมเมืองและทำกิจกรรมกลางแจ้ง

คุณสามารถชมเสน่ห์ของแพนด้ายักษ์ที่ศูนย์วิจัยและเพาะพันธุ์แพนด้าเฉิงตู (Chengdu Research Base of Giant Panda Breeding) ในระหว่างวันที่อากาศเย็นสบายช่วยให้เดินเที่ยวได้นานหลายชั่วโมง สวนสาธารณะ วัด บ้านชงชา และพิพิธภัณฑ์ในเฉิงตูถูกตกแต่งด้วยใบแปะก๊วยสีทองที่สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยว

แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม เช่น หุบเขาจิ่วไจ้โกว (Jiuzhaigou Valley) อุทยานแห่งชาติเหลืองหลง (Huanglong Scenic Area) และภูเขาเอ๋อเหมย (Mount Emei) โชว์ทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วงอันงดงาม ทะเลสาบสีฟ้าใสในจิ่วไจ้โกวตัดกับใบไม้สีแดงสดริมฝั่งหินปูนของเหลืองหลงเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสว่าง

ฤดูหนาว (Winter): ธันวาคม – กุมภาพันธ์ (December – February)

ฤดูหนาว ช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์เป็นช่วงนอกฤดูท่องเที่ยวของเฉิงตู อากาศเย็นกว่าและค่อนข้างแห้ง ทำให้สามารถหลีกเลี่ยงนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ชมแพนด้าน่ารักเล่นกันที่ศูนย์อนุรักษ์ หรือเดินเล่นชิล ๆ ตามถนนของเฉิงตู เพลิดเพลินกับบรรยากาศผ่อนคลาย อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 0–15°C มกราคมบางวันอาจติดลบ แต่หิมะในเมืองหายาก โรงแรมและตั๋วเครื่องบินมักลดราคาลงอย่างมากในช่วงนี้ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย

สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ศูนย์อนุรักษ์แพนด้า วัด และพิพิธภัณฑ์ ยังคงเปิดให้เยี่ยมชม ในวันที่แดดออก ชาวเมืองมักออกมาอาบแดดอุ่น ๆ ที่สวนสาธารณะประชาชน (People’s Park) พร้อมกินหม้อไฟร้อน ๆ คลายความหนาว

บริเวณรอบนอกเฉิงตู ภูเขาเอ๋อเหมย (Mount Emei) ถูกปกคลุมด้วยหิมะ สวยงามในวันที่อากาศแจ่มใส สำหรับผู้ที่ชอบเล่นสกี สามารถเล่นสกีได้ที่ภูเขาหิมะซีหลิง (Xiling Snow Mountain)

สภาพอากาศและเคล็ดลับการจัดกระเป๋าในการไป เที่ยวเฉิงตู

เฉิงตูมีภูมิอากาศแบบมรสุมเขตร้อนชื้น อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 16–27°C มีวันฝนตกประมาณ 170 วันต่อปี ทำให้สภาพอากาศเย็นสบายและชื้น แม้เดือนกรกฎาคม–สิงหาคมจะร้อนและชื้นที่สุด แต่ความร้อนจัด หนาวจัด หรือพายุรุนแรงพบได้น้อย สภาพอากาศที่น่าอยู่ทำให้สามารถเที่ยวชมธรรมชาติ ศูนย์วิจัยแพนด้า และสถานที่ประวัติศาสตร์-วัฒนธรรมของเฉิงตูได้ตลอดทั้งปี

ฤดูกาล เดือน อุณหภูมิเฉลี่ย (°C) เคล็ดลับการจัดกระเป๋า
ฤดูหนาว มกราคม 3–9°C เตรียมเสื้อผ้าอุ่น ๆ
กุมภาพันธ์ 5–11°C แนะนำแจ็กเก็ตหนา
ฤดูใบไม้ผลิ มีนาคม 8–16°C แนะนำแจ็กเก็ตอุ่น
เมษายน 13–22°C เสื้อกันฝน เสื้อแจ็กเก็ตบาง
พฤษภาคม 17–26°C เสื้อผ้าบาง, ยาแก้แพ้
ฤดูร้อน มิถุนายน 21–28°C เสื้อผ้าระบายอากาศได้ดี, หมวก
กรกฎาคม 22–30°C เสื้อผ้าบาง, อุปกรณ์กันฝน
สิงหาคม 22–30°C เสื้อกันฝน, ครีมกันแดด
ฤดูใบไม้ร่วง กันยายน 19–26°C เสื้อแจ็กเก็ตบาง
ตุลาคม 15–21°C เสื้อสเวตเตอร์บาง, แขนยาว
พฤศจิกายน 10–16°C เสื้อโค้ท, เสื้อผ้าอุ่น ๆ
ฤดูหนาว ธันวาคม 5–11°C เสื้อโค้ทหนา, ถุงมือ

ข้อมูลควรรู้ก่อนออกเดินทาง เที่ยวเฉิงตู

 สนามบินหลัก:

  • Chengdu Shuangliu (CTU) — ใกล้ตัวเมืองกว่า
  • Chengdu Tianfu (TFU) — สนามบินใหม่ที่รองรับไฟลท์ต่างประเทศเยอะขึ้น

การเดินทางในเมือง:

Metro ครอบคลุมพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก, แท็กซี่ / เรียกรถ Didi สะดวก, รถบัสราคาประหยัดแต่ช้ากว่า

การเดินทางออกนอกเมือง:

ขึ้นรถไฟความเร็วสูง (ไป Leshan, Dujiangyan), บัส (ไปภูเขา / สกีรีสอร์ท), หรือบินต่อในประเทศ (ไป Jiuzhaigou, Huanglong)

รวมที่เที่ยวเฉิงตูพร้อมวิธีการเดินทาง

1. ศูนย์วิจัยและอนุรักษ์หมีแพนด้า (Chengdu Panda Base)

เที่ยวเฉิงตู : ศูนย์วิจัยและอนุรักษ์หมีแพนด้า (Chengdu Panda Base)

ศูนย์วิจัยและอนุรักษ์หมีแพนด้า เฉิงตู (Chengdu Research Base of Giant Panda Breeding) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนเฉิงตู นักท่องเที่ยวจะได้ใกล้ชิดกับหมีแพนด้ายักษ์ในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด พร้อมทั้งเรียนรู้เกี่ยวกับการวิจัย การเพาะเลี้ยง และการอนุรักษ์แพนด้า จุดไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบคือการได้ชมความน่ารักสดใสของลูกแพนด้า ซึ่งจะทำให้ทุกคนตกหลุมรักไปกับเสน่ห์ของสัตว์ประจำถิ่นสุดหายากแห่งนี้

จุดเด่น:

  • เป็น ศูนย์เพาะพันธุ์และวิจัยแพนด้า เพื่ออนุรักษ์สายพันธุ์หมีแพนด้ายักษ์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์
  • นักท่องเที่ยวสามารถ ชมแพนด้าในสภาพแวดล้อมจำลอง ใกล้เคียงธรรมชาติ
  • มี ลูกแพนด้า (Panda Cubs) ให้ชมช่วงเช้า ซึ่งเป็นช่วงที่แพนด้ากำลังเล่นและกินไผ่
  • มี ศูนย์นิทรรศการ ให้ความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรม การอนุรักษ์ และการเพาะพันธุ์แพนด้า

วิธีการเดินทาง:

  • ขึ้น Metro ลงที่ Panda Avenue Station หรือ Chengdu Zoo Station
  • ต่อ Shuttle Bus / รถบัสสาย 87, 198A ไปยัง Panda Base
  • ระยะเวลาโดยรวมประมาณ 30–50 นาที จากตัวเมืองเฉิงตู

ระยะเวลาที่แนะนำ:

ครึ่งวัน โดยเฉพาะ เช้า (07:30–10:30) เพราะแพนด้าออกมากินไผ่และขยับตัวมากที่สุด

จุดเช็คอินและเคล็ดลับถ่ายรูป:

  • ลูกแพนด้าในห้อง nursery
  • ทางเดินที่มีต้นไผ่ ให้มุมถ่ายรูปสวย
  • แสงเช้าเหมาะที่สุดสำหรับถ่ายรูป เพราะนุ่มและแพนด้ากำลังเคลื่อนไหว

2. ถนนชุนซี (Chunxi Road), ตึกหมีแพนด้า IFS, Taikoo Li, และ Daci Temple

เที่ยวเฉิงตู : ตึกหมีแพนด้า IFS

ถนนชุนซี (Chunxi Road), ตึกหมีแพนด้า IFS, Taikoo Li, และ Daci Temple คือ ย่านไลฟ์สไตล์และช้อปปิ้งใจกลางเมืองเฉิงตู ที่รวมแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร คาเฟ่ และแลนด์มาร์กสำคัญไว้ครบในพื้นที่เดียว

ถนนชุนซี (Chunxi Road)
ย่านช้อปปิ้งชื่อดังใจกลางเมืองเฉิงตู เต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์เนมระดับโลก สินค้าแฟชั่นท้องถิ่น ร้านอาหาร และสตรีทฟู้ดหลากหลาย เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตคนเมืองเฉิงตูในบรรยากาศที่คึกคักตลอดวัน

ตึกหมีแพนด้า IFS (Chengdu IFS Panda Climbing the Building)
แลนด์มาร์กสุดชิคของเฉิงตูที่ห้ามพลาด! ที่นี่มีรูปปั้นหมีแพนด้ายักษ์กำลังปีนตึก IFS สุดอลังการ กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของนักท่องเที่ยว นอกจากนั้นภายในยังเป็นห้างสรรพสินค้าหรูที่รวมแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ระดับโลกไว้ครบครัน

ไท่กู่หลี่ (Taikoo Li Chengdu)
แหล่งช้อปปิ้งและไลฟ์สไตล์สุดทันสมัยที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิมเข้ากับความโมเดิร์นอย่างลงตัว เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่เก๋ ๆ เป็นจุดเช็กอินที่เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากสัมผัสความหรูหราทันสมัยแต่ยังคงกลิ่นอายวัฒนธรรมจีน

วัดต้าซื่อ (Daci Temple)
วัดเก่าแก่ใจกลางเมืองที่สงบและเงียบสงบท่ามกลางความคึกคักของย่านการค้า นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมสถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณ ทำบุญ สักการะ หรือแวะจิบชาชิล ๆ ในบรรยากาศสบาย ๆ เหมือนย้อนเวลาไปสู่เฉิงตูในยุคเก่า

จุดเด่น:

  • Chunxi Road – ถนนช้อปปิ้งหลักของเฉิงตู เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าแบรนด์ดัง ร้านอาหาร และร้านของฝาก
  • IFS (International Finance Square) – ตึกสูงกลางเมือง มี หมีแพนด้ายักษ์ปีนตึก เป็นแลนด์มาร์กถ่ายรูปสุดฮิต
  • Taikoo Li – ย่านไลฟ์สไตล์ทันสมัย ตกแต่งสวย มีร้านคาเฟ่ บาร์ และร้านอาหารเก๋ ๆ
  • Daci Temple (วัดต้าเจี๋ย) – วัดพุทธโบราณใจกลางเมือง สงบและมีประวัติศาสตร์ยาวนาน

วิธีการเดินทาง:

  • Metro Line 2/3 Chunxi Road Station
  • เดินเชื่อมไปยัง Taikoo Li และ Daci Temple ได้สะดวก

ระยะเวลาที่แนะนำ:

2–4 ชั่วโมง (รวมช้อปปิ้ง กินข้าว และเดินชมคาเฟ่)

จุดเช็คอินและเคล็ดลับถ่ายรูป:

  • หมีแพนด้าปีนตึก IFS – มุมถ่ายรูปกลางเมืองสุดอินเทรนด์
  • ไฟย่าน Taikoo Li ยามค่ำ – แสงสีและบรรยากาศเหมาะถ่าย Instagram
  • วัด Daci Temple – เดินถ่ายรูปศาลาไม้, จิบชาในบรรยากาศสงบ

3. ถนนแพนด้า (Panda Avenue) และ เฉิงตู ทวินทาวเวอร์ (Chengdu Twin Towers)

ถนนแพนด้า (Panda Avenue) และ เฉิงตู ทวินทาวเวอร์ (Chengdu Twin Towers)

ถนนแพนด้า (Panda Avenue) และ เฉิงตู ทวินทาวเวอร์ (Chengdu Twin Towers) คือ ย่านธีมหมีแพนด้าและแลนด์มาร์กตึกสูงใจกลางเฉิงตู ที่เหมาะทั้งการเดินเล่น ช้อปปิ้ง และถ่ายรูป

ถนนแพนด้า (Panda Avenue)
เส้นทางหลักที่มุ่งหน้าไปยังศูนย์วิจัยและอนุรักษ์หมีแพนด้า เฉิงตู ถนนสายนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศสดใสจากงานศิลป์และรูปปั้นแพนด้าในหลากหลายท่าทางน่ารัก ๆ ตลอดสองข้างทาง กลายเป็นมุมถ่ายรูปยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักแพนด้า อีกทั้งยังสะท้อนเอกลักษณ์ของเฉิงตู เมืองหลวงของหมีแพนด้าอย่างแท้จริง

เฉิงตู ทวินทาวเวอร์ (Chengdu Twin Towers)
แลนด์มาร์กสมัยใหม่ที่สูงตระหง่านและกลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของเมืองเฉิงตู ตึกแฝดคู่นี้ตั้งอยู่ในเขตไฮเทค (High-Tech Zone) โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมล้ำสมัย โดยเฉพาะในยามค่ำคืนที่มีการประดับไฟสุดอลังการ กลายเป็นจุดชมวิวและถ่ายภาพที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

จุดเด่น:

  • Panda Avenue – ถนนธีมหมีแพนด้าเต็มไปด้วยงานประติมากรรม, รูปปั้น, และการตกแต่งธีมแพนด้า เหมาะสำหรับถ่ายรูปสนุก ๆ
  • Chengdu Twin Towers – ตึกคู่สูงเด่นเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเฉิงตู สามารถถ่ายรูปตอนกลางวันหรือไฟตอนกลางคืน
  • Landmark แบบ 3D – มีจอ 3D แสดงภาพหมีแพนด้า ทำให้ได้มุมถ่ายรูปเก๋ ๆ

วิธีการเดินทาง:

  • Metro Line 1 → Century City Station
  • เดินต่อเล็กน้อย หรือเรียกรถ Didi / แท็กซี่ไปยัง Twin Towers

ระยะเวลาที่แนะนำ:

  • 2–3 ชั่วโมง
  • เหมาะสำหรับ บ่าย–เย็น เพื่อถ่ายรูปไฟเมืองตอนกลางคืน

จุดเช็คอินและเคล็ดลับถ่ายรูป:

  • หมีแพนด้า 3D บนจอ – มุมถ่ายรูปทันสมัย
  • Twin Towers – ถ่ายทั้งกลางวันและกลางคืน
  • ถนน Panda Avenue – มุมถ่ายรูปกับประติมากรรมแพนด้าและของตกแต่งธีมต่าง ๆ

4. กว่านไจ๋ (Kuanzhai Xiangzi / Kuanzhai Alley) และถนนจิ้นหลี่ (Jinli Street)

เที่ยวเฉิงตู : ถนนจิ้นหลี่ (Jinli Street)

กว่านไจ๋ (Kuanzhai Xiangzi / Kuanzhai Alley) และถนนจิ้นหลี่ (Jinli Street) คือ ย่านโบราณและถนนท่องเที่ยวแบบดั้งเดิมของเฉิงตู ที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์จีนโบราณ, ของกินพื้นเมือง, ร้านค้า และกิจกรรมวัฒนธรรม

กว่านไจ๋ (Kuanzhai Xiangzi / Kuanzhai Alley)
ย่านถนนเก่าแก่ที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเฉิงตู ผ่านตรอกซอกซอยที่ยังคงสถาปัตยกรรมโบราณผสมผสานกับร้านค้า คาเฟ่ และร้านอาหารท้องถิ่น นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นถ่ายรูปเพลิน ๆ ชิมของกินพื้นเมือง และสัมผัสบรรยากาศเฉิงตูในยุคเก่าได้อย่างเต็มอิ่ม

ถนนจิ้นหลี่ (Jinli Street)
อีกหนึ่งถนนโบราณชื่อดังที่มีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยแสงไฟสีสันยามค่ำคืน ร้านค้าและแผงขายของที่ระลึก งานฝีมือ รวมถึงอาหารพื้นเมืองรสเด็ด เช่น หมาล่า ก๋วยเตี๋ยวเสฉวน และขนมท้องถิ่นต่าง ๆ ถนนจิ้นหลี่ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ผสมผสานความเก่าแก่กับความคึกคักของยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

จุดเด่น:

  • Kuanzhai Xiangzi (Wide & Narrow Alley / ตรอกกว้าง–แคบ)
    • เป็นชุดตรอกเก่า 3 สาย: ตรอกกว้าง, ตรอกแคบ, ตรอกกลาง
    • สถาปัตยกรรมโบราณแบบจีนดั้งเดิม
    • ร้านกาแฟ, ร้านชา, ร้านอาหาร, ร้านของที่ระลึก
    • บรรยากาศย้อนยุคและสงบ เหมาะเดินเล่นถ่ายรูป
  • Jinli Street (ถนนจินหลี่)
    • ถนนเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์กว่า 1,800 ปี
    • มีร้านขายของพื้นเมือง, ขนมท้องถิ่น, ของที่ระลึก
    • แสงไฟโคมแดงยามค่ำคืนให้บรรยากาศโรแมนติก

วิธีการเดินทาง:

  • Metro Line 4 Kuanzhai Alley Station
  • จากนั้นเดินถึง Jinli Street หรือเรียกรถสั้น ๆ

ระยะเวลาที่แนะนำ:

  • ครึ่งวัน บ่าย–ค่ำ
  • เหมาะสำหรับเดินเล่น ชมสถาปัตยกรรม ชิม Street food และถ่ายรูปโคมแดง

จุดเช็คอินและเคล็ดลับถ่ายรูป:

  • โคมแดงตามตรอก – มุมถ่ายรูปคลาสสิก
  • ร้านชาและของเก่า – ถ่ายบรรยากาศย้อนยุค
  • Street food – ของกินพื้นเมือง เช่น มันปิ้ง, เกี๊ยว, เต้าหู้ย่าง

5. วัดเหวินซู (Wenshu Monastery)

วัดเหวินซู (Wenshu Monastery)

วัดเหวินซู (Wenshu Monastery) วัดพุทธที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองเฉิงตู สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมจีนโบราณอันงดงาม ศาลา เจดีย์ และพระพุทธรูปมากมายให้กราบสักการะ วัดแห่งนี้ยังเป็นศูนย์กลางทางพุทธศาสนาที่สำคัญของเสฉวน บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อนใจจากความวุ่นวายของเมือง

อีกหนึ่งไฮไลท์คือ “โรงน้ำชา” ภายในวัด ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้นั่งดื่มชาเสฉวนแท้ ๆ ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของสวนวัด ถือเป็นประสบการณ์ที่ช่วยเติมเต็มการมาเยือนเฉิงตูให้สมบูรณ์แบบ

จุดเด่น:

  • สถาปัตยกรรมโบราณ – อาคารไม้, ศาลา, เจดีย์ และวิหารแบบจีนดั้งเดิม
  • สวนและโรงน้ำชา – เหมาะสำหรับจิบชา, เดินชมสวน และสัมผัสวัฒนธรรมจีน
  • ความสงบท่ามกลางเมืองวุ่นวาย – เป็นพื้นที่พักใจและถ่ายรูปสวย

วิธีการเดินทาง:

  • Metro Line 1 Wenshu Monastery Station
  • หรือรถบัสสายที่ผ่านตัววัด

ระยะเวลาที่แนะนำ:

  • 1–2 ชั่วโมง
  • เหมาะสำหรับเดินชมวัดและจิบชา

จุดเช็คอินและเคล็ดลับถ่ายรูป:

  • ศาลาไม้และประตูวัด – มุมถ่ายรูปแบบดั้งเดิม
  • โรงน้ำชา – ถ่ายบรรยากาศสงบ, ลองชุดชาจีน
  • มาเช้า – เพื่อหลีกเลี่ยงนักท่องเที่ยวมาก

6. เขื่อนตูเจียงเยี่ยนและภูเขาชิงเฉิง (Dujiangyan and Mount Qingcheng)

เขื่อนตูเจียงเยี่ยนและภูเขาชิงเฉิง (Dujiangyan and Mount Qingcheng)

เขื่อนตูเจียงเยี่ยน (Dujiangyan Irrigation System) และ ภูเขาชิงเฉิง (Mount Qingcheng) คือ แหล่งมรดกโลกใกล้เฉิงตู ที่เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบธรรมชาติและประวัติศาสตร์จีน

เขื่อนตูเจียงเยี่ยน (Dujiangyan Irrigation System)
สิ่งมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมชลประทานโบราณที่สร้างขึ้นมากว่า 2,000 ปี และยังคงใช้งานได้จริงจนถึงปัจจุบัน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก ความพิเศษของที่นี่คือการบริหารจัดการน้ำด้วยภูมิปัญญาโบราณที่ช่วยป้องกันน้ำท่วมและหล่อเลี้ยงพื้นที่เพาะปลูกในเสฉวนมาตลอดหลายศตวรรษ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมทัศนียภาพเขื่อน แม่น้ำ และสะพานแขวน พร้อมเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่ง

ภูเขาชิงเฉิง (Mount Qingcheng)
ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในต้นกำเนิดของลัทธิเต๋า โดดเด่นด้วยป่าเขียวขจีตลอดปี และบรรยากาศสงบเงียบเหมาะแก่การปลีกวิเวก ที่นี่มีเส้นทางเดินป่าขึ้นสู่ยอดเขา ผ่านวัดและศาลาโบราณหลายแห่ง นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติและวัฒนธรรมสามารถสัมผัสทั้งความงดงามของภูเขาและกลิ่นอายปรัชญาเต๋าไปพร้อมกัน

จุดเด่น:

  • เขื่อนตูเจียงเยี่ยน (Dujiangyan)
    • ระบบชลประทานโบราณอายุเกือบ 2,200 ปี
    • เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมและวิศวกรรม
    • วิวแม่น้ำและภูมิทัศน์สวย เหมาะสำหรับถ่ายภาพ
  • ภูเขาชิงเฉิง (Mount Qingcheng)
    • ภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งลัทธิเต๋า
    • มีวัดและศาลาที่เก่าแก่
    • เส้นทางเดินป่าไม่ยากจนเกินไป เหมาะกับวันทริปใกล้เมือง

วิธีการเดินทาง:

  • รถไฟความเร็วสูง / รถไฟท้องถิ่น จากเฉิงตูไป Dujiangyan ประมาณ 20–50 นาที
  • ต่อ รถบัสหรือแท็กซี่ ขึ้นไป Mount Qingcheng
  • เส้นทางนี้สะดวกและนิยมเป็น ทริปวันเดียวจากเฉิงตู

ระยะเวลาที่แนะนำ:

  • 1 วัน
    • เช้า: เขื่อน Dujiangyan
    • บ่าย: Mount Qingcheng
  • สามารถแบ่งเป็น 2 วัน หากต้องการเดินหลายเส้นทาง

จุดเช็คอินและเคล็ดลับถ่ายรูป:

  • วิวเขื่อน และ สะพาน Anlan
  • วัดบนภูเขา Qingcheng
  • สวมรองเท้าสบายสำหรับเดิน เพราะบางจุดเป็นบันไดขึ้นเขา

7. Selfie Panda, Yangtianwo Square (Dujiangyan)

Selfie Panda, Yangtianwo Square (Dujiangyan)

Selfie Panda คือแลนด์มาร์กห้ามพลาดในเมืองตูเจียงเอี้ยน (Dujiangyan) ตั้งอยู่ที่ Yangtianwo Square จุดนี้มีหมีแพนด้ายักษ์ในท่านอนตะแคงขนาดใหญ่ที่สุดในโลก (สูงกว่า 26 เมตร) ออกแบบมาให้เป็นมุมถ่ายรูปสุดเก๋ที่ทั้งนักท่องเที่ยวจีนและต่างชาติแวะมาเช็กอิน

จุดเด่น:

  • แพนด้ายักษ์ขนาดมหึมา – รูปปั้นสูงกว่า 26 เมตร นอนเอียงบนภูเขาจำลอง
  • แลนด์มาร์กใหม่ของ Dujiangyan – เหมาะสำหรับสายโซเชียล ถ่ายเซลฟี่ มุมไหนก็โดดเด่น
  • บรรยากาศรอบ ๆ จัตุรัส – มีพื้นที่กว้างสำหรับเดินเล่น พักผ่อน และถ่ายรูป

วิธีการเดินทาง:

  • อยู่ใจกลางเมืองตูเจียงเอี้ยน (ห่างจากเฉิงตูประมาณ 55 กม.)
  • รถไฟจากเฉิงตูไป Dujiangyan ใช้เวลาเพียง 30–40 นาที
  • จากสถานีรถไฟต่อแท็กซี่ประมาณ 10–15 นาที ถึง Yangtianwo Square

ระยะเวลาที่แนะนำ:

  • ครึ่งวัน – แวะชม Selfie Panda + เที่ยวเมืองตูเจียงเอี้ยน
  • ตอนเย็น – มีการเปิดไฟสวย ๆ รอบตัวแพนด้า เหมาะสำหรับถ่ายรูปยามค่ำ

จุดเช็คอินและเคล็ดลับถ่ายรูป:

  • มุมตรงด้านหน้าแพนด้า – เห็นตัวใหญ่เต็มเฟรม
  • ถ่ายมุมกว้างจากด้านล่าง – ได้สัดส่วนยักษ์อลังการ
  • ช่วงเย็น – ไฟประดับเปิด ทำให้ภาพดูมีชีวิตชีวา
  • เตรียม เลนส์มุมกว้าง หรือไม้เซลฟี่ เพื่อเก็บวิวเต็มตัวแพนด้า

8. พระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

เที่ยวเฉิงตู : พระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

พระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha) พระพุทธรูปหินแกะสลักขนาดมหึมา สูงถึง 71 เมตร ตั้งอยู่ที่ปากแม่น้ำมินเจียง เป็นหนึ่งในมรดกโลกของยูเนสโก และถือเป็นพระพุทธรูปหินแกะสลักที่ใหญ่ที่สุดในโลก นักท่องเที่ยวสามารถชมพระใหญ่จากระเบียงด้านบน หรือเลือกล่องเรือชมวิวเต็มองค์จากแม่น้ำเพื่อซึมซับความยิ่งใหญ่และความสงบของสถานที่ นอกจากความยิ่งใหญ่แล้ว บริเวณรอบ ๆ ยังเต็มไปด้วยภูมิทัศน์ธรรมชาติสวยงาม เหมาะสำหรับทั้งคนที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และธรรมชาติในทริปเดียว

จุดเด่น:

  • ขนาดมหึมา – สูง 71 เมตร กว้าง 28 เมตร ถือเป็นพระพุทธรูปแกะสลักหินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
  • มรดกโลก UNESCO – เป็นตัวอย่างของศิลปกรรมและวิศวกรรมจีนโบราณ
  • วิวรอบ ๆ – สามารถชมจาก ยอดเขา หรือ ล่องเรือในแม่น้ำ ให้มุมมองที่แตกต่าง

วิธีการเดินทาง:

  • รถไฟความเร็วสูง (HSR) จากเฉิงตูไป Leshan ประมาณ น้อยกว่า 1 ชั่วโมง
  • จากสถานี Leshan ต่อ แท็กซี่ หรือเดินไปจุดชมพระพุทธรูป
  • สามารถเลือก ล่องเรือชมพระจากน้ำ เพื่อมุมกว้าง

ระยะเวลาที่แนะนำ:

  • ครึ่งวัน – 1 วัน
  • เหมาะสำหรับทั้งการชมพระและล่องเรือ

จุดเช็คอินและเคล็ดลับถ่ายรูป:

  • จุดล่องเรือ – ให้ภาพมุมกว้างของพระใหญ่
  • จุดชมจากยอดเขาด้านหน้า – ถ่ายองค์พระเต็มตัว
  • ถ้ามีเวลา ให้ขึ้นเรือเพื่อได้มุมภาพที่ดีที่สุด

9. จิ่วไจ้โกว (Jiuzhaigou) และอุทยานหวงหลง (Huanglong)

เที่ยวเฉิงตู : จิ่วไจ้โกว (Jiuzhaigou)

จิ่วไจ้โกว (Jiuzhaigou) & อุทยานหวงหลง (Huanglong) คือ อุทยานธรรมชาติระดับโลกในมณฑลเสฉวน ที่มีชื่อเสียงเรื่อง ทะเลสาบสีสวย น้ำตก และป่าไม้ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสธรรมชาติอลังการ

หุบเขาจิ่วไจ้โกว (Jiuzhaigou Valley)
หรือที่แปลตรงตัวว่า “หุบเขาหมู่บ้านทั้งเก้า” ได้ชื่อนี้มาจากเก้าหมู่บ้านแบบทิเบตที่ตั้งอยู่ในหุบเขา ที่นี่เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติที่องค์การยูเนสโกขึ้นทะเบียนไว้ มีชื่อเสียงระดับโลกในด้านทิวทัศน์น้ำที่น่าพิศวง ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกที่พลิ้วไหว ทะเลสาบสีฟ้าและสีเขียวใสสะอาดระยิบระยับ น้ำพุที่ไหลริน และภูเขาที่ปกคลุมด้วยป่าเขียวขจี ทิวทัศน์ตามธรรมชาติทำให้นักเดินทาง ช่างภาพ และผู้หลงรักธรรมชาติต่างแวะเวียนมาไม่ขาดสาย เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ป่าไม้ในหุบเขาจิ่วไจ้โกวจะเปลี่ยนสีสันสุดตระการตา ไล่เฉดตั้งแต่แดง ทอง ส้ม ไปจนถึงชาดสดใส พืชน้ำที่ก้นทะเลสาบก็เผยสีสันเข้มข้น เมื่อลองมองจากมุมสูง จะเหมือนกับว่าสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วงถูกเทลงไปในผืนน้ำ ทำให้หุบเขาจิ่วไจ้โกวกลายเป็นดินแดนเทพนิยายที่มีอยู่จริง หากคุณอยากชมวิวฤดูใบไม้ร่วงที่งดงามที่สุดของจีน ที่นี่ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย

เที่ยวเฉิงตู : อุทยานแห่งชาติเหลืองหลง (Huanglong National Park)

อุทยานแห่งชาติหวงหลง (Huanglong National Park)
โดดเด่นด้วยภูมิทัศน์มหัศจรรย์ของชั้นหินปูนและแอ่งน้ำขั้นบันไดที่งดงาม มักถูกจัดให้อยู่ในโปรแกรมท่องเที่ยวคู่กับจิ่วไจ้โกว ระยะทางระหว่างกันราว 110 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยรถประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ประตูสู่จิ่วไจ้โกวที่ดีที่สุดคือเมืองเฉิงตู โดยคุณสามารถเดินทางจากเฉิงตูได้ทั้งรถยนต์หรือเครื่องบิน นักท่องเที่ยวบางส่วนก็เลือกบินจากฉงชิ่งหรือซีอานไปยังจิ่วไจ้โกวเช่นกัน

จุดเด่น:

  • จิ่วไจ้โกว (Jiuzhaigou Valley)
    • หุบเขา, ทะเลสาบสีฟ้าใส, น้ำตก, ป่าไม้และภูเขา
    • ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก UNESCO
    • เหมาะสำหรับถ่ายภาพ landscape, hiking ระดับง่าย–กลาง
  • อุทยานหวงหลง (Huanglong National Park)
    • มี บ่อน้ำสีรุ้งและธารน้ำแร่ขั้นบันได
    • ธรรมชาติสวยงามเหมาะสำหรับ ถ่ายรูป panorama
    • อยู่ใกล้ Jiuzhaigou สามารถเที่ยวต่อเนื่องได้

วิธีการเดินทาง:

  • บินจากเฉิงตู (CTU) → Jiuzhai Huanglong Airport
  • จากสนามบินต่อ รถบัส / รถเช่า ไป Jiuzhaigou (~1 ชั่วโมง) และ Huanglong (~1 ชั่วโมง)
  • หากไม่มีไฟลท์ สามารถใช้ รถบัสหรือรถเช่าจากเฉิงตู แต่ใช้เวลาหลายชั่วโมง

ระยะเวลาที่แนะนำ:

  • 2 – 3 วัน
    • Jiuzhaigou 1 – 2 วัน
    • Huanglong ครึ่งวัน – 1 วัน

จุดเช็คอินและเคล็ดลับถ่ายรูป:

  • Mirror Lake (Jiuzhaigou) – เงาสะท้อนน้ำสวยที่สุด
  • Nuorilang Waterfall (Jiuzhaigou) – น้ำตกใหญ่และถ่ายรูปได้หลายมุม
  • Five-Color Pond (Huanglong) – น้ำสีรุ้งขั้นบันได
  • เคล็ดลับ: จองตั๋วเข้าอุทยานและที่พักล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วง ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี หรือ ฤดูร้อน

10. ภูเขาหิมะกลาเซียร์ ต๋ากู่ปิงชวน (Dagu Glacier National Park)

ภูเขาหิมะกลาเซียร์ ต๋ากู่ปิงชวน (Dagu Glacier National Park)

ภูเขาหิมะกลาเซียร์ ต๋ากู่ปิงชวน (Dagu Glacier National Park)
อุทยานธารน้ำแข็งที่ตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวน โดดเด่นด้วยภูมิทัศน์หิมะขาวโพลน ยอดเขาสูง และธารน้ำแข็งที่สวยงามตระการตา นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมธรรมชาติแบบใกล้ชิด ถ่ายรูปวิวหิมะสุดอลังการ หรือสัมผัสความหนาวเย็นและความสงบของภูเขาสูง ที่นี่เป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับคนรักธรรมชาติและการผจญภัย

จุดเด่น:

  • ธารน้ำแข็ง Dagu – ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่และสวยงาม สามารถชมวิวได้จากหลายจุด
  • ภูเขาและธรรมชาติสูง – เหมาะสำหรับการเดินป่า, ถ่ายภาพ landscape และชมวิวธรรมชาติ
  • กระเช้าชมวิว – มีบริการขึ้นกระเช้าเพื่อชมยอดเขาและธารน้ำแข็งจากมุมสูง

วิธีการเดินทาง:

  • รถบัส / รถเช่า จากเฉิงตู ประมาณ 7–8 ชั่วโมง
  • นักท่องเที่ยวส่วนมาก เช่ารถหรือจองทัวร์ เพราะพื้นที่อยู่ไกลและการเดินทางค่อนข้างซับซ้อน

เวลาที่แนะนำ:

  • 2 วัน
  • ใช้เวลาเดินชมธารน้ำแข็งและภูมิประเทศรอบ ๆ

จุดเช็คอินและเคล็ดลับถ่ายรูป:

  • จุดชมวิว 4,800 เมตร – ได้ภาพ panorama ของธารน้ำแข็ง
  • กระเช้าไฟฟ้า – มุมสูงสำหรับถ่ายวิวภูเขาและธารน้ำแข็ง
  • เตรียมตัวให้พร้อม – รองเท้าสำหรับเดินป่า, เสื้อกันหนาว, และตรวจสภาพอากาศ

11. ภูเขาสี่ดรุณี (Mount Siguniang)

เที่ยวเฉิงตู : ภูเขาสี่ดรุณี (Mount Siguniang)

ภูเขาสี่ดรุณี (Mount Siguniang) ภูเขาสูงตระหง่านในมณฑลเสฉวนที่ได้รับฉายาว่า “อัลไพน์แห่งจีน” โดดเด่นด้วยยอดเขาสูงและหุบเขาที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม ทั้งป่าเขียว ทุ่งดอกไม้ และลำธารใส นักท่องเที่ยวสามารถเดินป่า ปีนเขา หรือชมวิวทิวทัศน์จากจุดชมวิวต่าง ๆ ได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่จะเห็นภูเขาแต่งแต้มด้วยสีสันสุดอลังการ ที่นี่เหมาะสำหรับผู้รักธรรมชาติและนักผจญภัยที่อยากสัมผัสความสงบและความยิ่งใหญ่ของภูเขาสูงในเสฉวน ใครที่มีโอกาสไป เที่ยวเฉิงตู ไม่ควรพลาด สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจเดินทางไปภูเขาสี่ดรุณี (Mount Siguniang) สามารถดูข้อมูลแบบละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางได้ที่บทความ ภูเขาสี่ดรุณี สัมผัสความงามเทือกเขาแอลป์แห่งจีน เพื่อใช้เป็นตัวช่วยในการวางแผนทริปการเดินทางของคุณได้เลยค่ะ

จุดเด่น:

  • ยอดเขา 4 ยอด (Four Sisters Peaks) – ยอดสูงสุดคือ Yaomei Peak สูงกว่า 6,250 เมตร
  • หุบเขาและทะเลสาบสวยงาม – เช่น Shuangqiao Valley และ Haizi Valley
  • ธรรมชาติอลังการ – เหมาะสำหรับ trekking ระดับกลาง–สูง, ถ่ายภาพภูเขาหิมะ, ป่าไม้, และทะเลสาบ

วิธีการเดินทาง:

  • ระยะทางจากเฉิงตู ~200 กม. ใช้เวลาประมาณ 4–5 ชั่วโมง โดย รถยนต์ / รถเช่า / รถบัส
  • ไม่มีรถไฟตรงไปยังฐานเขา (Rilong หรือ Xiaojin)
  • นักท่องเที่ยวส่วนมาก เช่ารถหรือจองทัวร์จากเฉิงตู

ระยะเวลาที่แนะนำ:

  • 2–3 วัน
  • เหมาะสำหรับ trekking หลายเส้นทางหรือพักโฮมสเตย์ในหุบเขา

จุดเช็คอินและเคล็ดลับถ่ายรูป:

  • Yaomei Peak (ยอดสูงสุด) – มุมถ่ายภาพภูเขาหิมะอลังการ
  • Shuangqiao Valley และ Haizi Valley – ทะเลสาบและวิวภูเขา
  • ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี / ฤดูหนาว – วิวสวยมาก
  • เตรียมรองเท้า trekking และเช็กสภาพอากาศ / การอนุญาตเส้นทางก่อนออกเดินทาง

12. ภูเขาหิมะซีหลิง (Xiling Snow Mountain)

ภูเขาหิมะซีหลิง (Xiling Snow Mountain)

ภูเขาหิมะซีหลิง (Xiling Snow Mountain / Xiling Xue Shan) ภูเขาหิมะชื่อดังของมณฑลเสฉวนที่เต็มไปด้วยทิวทัศน์ธรรมชาติสุดอลังการ ตลอดปีจะเห็นยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะและป่าไม้เขียวขจี นักท่องเที่ยวสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งหลากหลาย เช่น การเดินป่า, ปีนเขา, เล่นสกี หรือชมวิวทะเลหมอกยามเช้า จุดชมวิวบนยอดเขาเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่สามารถมองเห็นธรรมชาติรอบด้านได้อย่างกว้างไกล ภูเขาซีหลิงเหมาะสำหรับสายธรรมชาติและนักผจญภัยทุกวัย ที่ต้องการสัมผัสความสงบและความยิ่งใหญ่ของภูเขาหิมะใกล้เฉิงตู

จุดเด่น:

  • รีสอร์ทสกีและกิจกรรมหิมะ – มีลานสกีสำหรับผู้เริ่มต้นและระดับกลาง
  • กระเช้าชมวิว – ขึ้นชมวิวภูเขาหิมะจากมุมสูง
  • วิวธรรมชาติสวยงามใกล้เฉิงตู – เหมาะสำหรับ Day trip หรือครึ่งวัน

วิธีการเดินทาง:

  • ประมาณ 110–117 กม. จากเฉิงตู
  • รถยนต์ / รถเช่า ใช้เวลาประมาณ 2–2.5 ชั่วโมง
  • หรือมี รถบัสตรงจากสถานี Chadianzi ประมาณ 3 ชั่วโมง
  • กลุ่มเล็กมัก เช่ารถส่วนตัว เพื่อความยืดหยุ่น

ระยะเวลาที่แนะนำ:

  • 1 วัน
  • เล่นสกีครึ่งวัน–เต็มวัน หรือชมวิวธรรมชาติ

จุดเช็คอินและเคล็ดลับถ่ายรูป:

  • ลานสกีและจุดกระเช้าชมวิว – มุม panorama ของภูเขาหิมะ
  • เตรียมอุปกรณ์สกีล่วงหน้า – ถ้าต้องการเช่าหรือจองครูสอน
  • ช่วงฤดูหนาว – วิวและกิจกรรมเต็มรูปแบบ

13. อุทยานแห่งชาติปีเผิงโกว (Bipenggou National Park)

เที่ยวเฉิงตู : อุทยานแห่งชาติปีเผิงโกว (Bipenggou National Park)

อุทยานแห่งชาติปีเผิงโกว (Bipenggou National Park) อุทยานธรรมชาติที่เต็มไปด้วยป่าไม้เขียวขจี ทะเลสาบใส และน้ำตกงดงาม ตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวน เป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติและกิจกรรมกลางแจ้ง นักท่องเที่ยวสามารถเดินป่าชมวิว ปั่นจักรยาน หรือถ่ายภาพมุมสวย ๆ ของน้ำตกและภูเขาที่สะท้อนในผืนน้ำใส

อุทยานแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องความงดงามตลอดทั้งสี่ฤดู โดยเฉพาะฤดูใบไม้ร่วงที่จะได้ชมภูมิทัศน์แต่งแต้มด้วยสีสันสดใส เป็นอีกหนึ่งจุดหมายใกล้เฉิงตูที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความสงบและความอลังการของธรรมชาติ

จุดเด่น:

  • วิวภูเขาหิมะและธารน้ำแข็ง – สามารถมองเห็นภูเขาหิมะซื่อหนี่เหนียง (Four Girls Mountain) และธารน้ำแข็งในหุบเขา
  • ทะเลสาบใสและน้ำตก – ไฮไลท์คือทะเลสาบเจียหยาง (Jiaoyang Lake) และน้ำตกที่ใสสะอาด
  • ใบไม้เปลี่ยนสี – ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.–ต.ค.) จะได้วิวป่าสีสันสดใสตัดกับภูเขาหิมะ

วิธีการเดินทาง:

  • อยู่ห่างจากเฉิงตู ประมาณ 200 กม.
  • เดินทางโดยรถยนต์ / รถเช่า ใช้เวลาประมาณ 4–5 ชั่วโมง
  • นิยมเช่ารถส่วนตัวพร้อมคนขับ เพื่อความสะดวกในการแวะเที่ยวระหว่างทาง

ระยะเวลาที่แนะนำ:

  • 1–2 วัน
    • วันเดียว: เที่ยวรอบๆ หุบเขาและจุดไฮไลท์
    • 2 วัน: พักค้างเพื่อสัมผัสบรรยากาศเช้าท่ามกลางภูเขา

จุดเช็คอินและเคล็ดลับถ่ายรูป:

  • Jiaoyang Lake – มุมถ่ายสะท้อนน้ำกับภูเขาหิมะ
  • น้ำตก – ถ่ายชอต Long exposure จะได้ภาพละมุน
  • ฤดูใบไม้ร่วง – สีสันสดใสที่สุด เหมาะสำหรับการถ่ายภาพ landscape
  • ควรเตรียม เสื้อกันหนาวและรองเท้าเดินป่า เพราะอากาศเย็นและเส้นทางเดินมีความชันเล็กน้อย

เฉิงตู เต็มไปด้วยเสน่ห์ทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นการไปเยือนถิ่นกำเนิดหมีแพนด้ายักษ์ ชมความงามของภูเขาและหุบเขาในอุทยานธรรมชาติต่าง ๆ หรือเดินเล่นเพลิน ๆ ท่ามกลางบรรยากาศเมืองเก่าที่มีทั้งอาหารเสฉวนรสจัดจ้านและวิถีชีวิตท้องถิ่นที่น่าหลงใหล นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและสายวัฒนธรรมต่างก็สามารถหาประสบการณ์ที่ใช่ได้ในเมืองแห่งนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวไทย การเดินทางไป เที่ยวเฉิงตู สะดวกสบายขึ้นมาก เพราะสามารถเข้าประเทศจีนได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า ทำให้การวางแผนทริปง่ายและรวดเร็วขึ้น หากคุณกำลังมองหาจุดหมายที่ผสมผสานทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และอาหารอร่อย ๆ เฉิงตูก็เป็นอีกหนึ่งเมืองที่ควรค่าแก่การไปเยือน

เตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกเดินทางไปสัมผัสความงดงามและเสน่ห์ของเฉิงตูกันค่ะ และทุกครั้งที่เดินทางไปต่างประเทศ สิ่งสำคัญที่ไม่ควรลืมพกติดตัวไว้เสมอนั่นก็คือ ประกันเดินทาง สิ่งสำคัญที่ช่วยให้คุณเดินทางได้อย่างอุ่นใจ ไร้กังวล เพียงจ่ายเงินไม่กี่บาท คุณก็จะได้ความคุ้มครองมากมายที่ครอบคลุมเกือบทุกเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นระหว่างเดินทาง* เช่น ความเจ็บป่วย การเกิดอุบัติเหตุ กระเป๋าหาย ไฟลต์ดีเลย์ เป็นต้น ให้คุณเที่ยวเฉิงตูได้อย่างมั่นใจและไร้กังวล! Allianz Travel ขอแนะนำ ประกันการเดินทางต่างประเทศ Dance Moves ที่จะช่วยให้ทริป การเดินทางของคุณราบรื่น ไม่มีสะดุด อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคุ้มครองได้ ที่นี่

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ขอบคุณข้อมูลจาก: asiaodysseytravel.com, chinadiscovery.com, chinahighlights.com

เลือกแผนประกันเดินทางที่ใช่สำหรับคุณ ประกันการเดินทาง Dance Moves จาก Allianz Travel

เที่ยวซินเจียง สัมผัสเสน่ห์แห่งเอเชียกลาง

เที่ยวซินเจียง (Xinjiang) – สัมผัสเสน่ห์แห่งเอเชียกลาง

ซินเจียงเป็นเขตปกครองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1 ใน 6 ของแผ่นดินจีนทั้งหมด ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ มีขนาดอาณาเขตที่กว้างใหญ่ จึงทำให้ซินเจียงมีภูมิประเทศที่หลากหลาย ทั้งภูเขาหิมะ ธารน้ำแข็ง ป่าไม้ ทุ่งหญ้า และทะเลทรายโกบี อีกทั้งยังเต็มไปด้วยโบราณสถานจากเส้นทางสายไหมในอดีต ซินเจียงยังเป็นบ้านของชนเผ่าอุยกูร์ ที่มีวัฒนธรรมพื้นถิ่นน่าสนใจ และอาหารท้องถิ่นที่ห้ามพลาด หากต้องการ เที่ยวซินเจียง (Xinjiang) ให้ครบทุกสถานที่อาจต้องใช้เวลาหลายวัน หากมีเวลาไม่มาก เราแนะนำให้เริ่มจากสถานที่เที่ยวแนะนำและสิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อได้ไป เที่ยวซินเจียง ในบทความนี้กันค่ะ : )

สถานที่ท่องเที่ยวในซินเจียง

1. เที่ยวซินเจียง เขตอนุรักษ์ธรรมชาติคานาส (Kanas Nature Reserve) – สัมผัสธรรมชาติเหนือจินตนาการแห่งซินเจียง

เขตอนุรักษ์ธรรมชาติคานาส (Kanas Nature Reserve) ตั้งอยู่ในอำเภอ Burqin เขต Altay ทางตอนเหนือของซินเจียง ได้รับฉายาว่า “ไข่มุกแห่งซินเจียงตอนเหนือ” (Pearl of Northern Xinjiang) ด้วยทัศนียภาพธรรมชาติอันงดงามราวภาพวาด ไม่ว่าจะเป็น ทะเลสาบคานาส (Kanas Lake), ธารน้ำแข็ง, แม่น้ำ, ป่าสน, และทุ่งหญ้าสีเขียวขจี

เที่ยวซินเจียง : เขตอนุรักษ์ธรรมชาติคานาส (Kanas Nature Reserve)

จุดเด่น:

  • ทะเลสาบคานาส มีน้ำใสสะอาดเปลี่ยนสีตามฤดูกาล ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าสนเฟอร์และต้นลาร์ช
  • เหมาะกับกิจกรรมเดินป่า ถ่ายภาพ และสัมผัสธรรมชาติบริสุทธิ์
  • บรรยากาศคล้ายสวิตเซอร์แลนด์ในเอเชียกลาง

เส้นทางแนะนำ:

  • คานาส > หมู่บ้าน Hemu (หนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในจีน)
  • Bahaba > อุทยาน Keketuohai

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเดินทาง:

 มิถุนายน – ตุลาคม (ฤดูร้อน–ฤดูใบไม้ร่วง)

คำแนะนำเพิ่มเติม:

หากคุณชอบการเดินป่าท่ามกลางธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์ คานาสคือตัวเลือกที่คุณจะไม่มีวันลืม บางมุมของที่นี่ได้รับการขนานนามว่า “อัลไต สวรรค์แห่งป่าเหนือ” ที่เที่ยวซินเจียงที่ห้ามพลาดอย่างแท้จริง

2. เที่ยวซินเจียง ทะเลสาบไซ่ราม (Sayram Lake) – ทะเลสาบภูเขาสุดโรแมนติกแห่งซินเจียง

ทะเลสาบไซ่ราม (Sayram Lake หรือ Sailimu Lake) ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเขตปกครองตนเองซินเจียง ใกล้พรมแดนประเทศคาซัคสถาน และเป็น ทะเลสาบภูเขาที่ใหญ่ที่สุดในซินเจียง โดยมีความสูงจากระดับน้ำทะเลราว 2,070 เมตร ทำให้มีอากาศเย็นสบายแม้ในฤดูร้อน

เที่ยวซินเจียง : ทะเลสาบไซ่ราม (Sayram Lake)

จุดเด่น:

  • ได้ชื่อว่าเป็น “ทะเลน้ำตาของเทพธิดา” ตามตำนานที่เล่าขาน
  • ในฤดูร้อน รอบทะเลสาบเต็มไปด้วย ดอกไม้ป่าหลากสี บานสะพรั่ง
  • สามารถชมวิว ภูเขาหิมะ ป่าสน และทุ่งหญ้า ได้ในที่เดียว
  • มีกิจกรรม ขี่ม้ารอบทะเลสาบ และตั้งแคมป์ชมพระอาทิตย์ตก

กิจกรรมแนะนำ:

  • เดินเล่นหรือขี่ม้ารอบทะเลสาบ
  • ถ่ายภาพวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามา
  • แวะชมโบราณสถานใกล้ทะเลสาบ เช่น ซากเส้นทางสายไหม

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเดินทาง:

  • เดือนมิถุนายน – สิงหาคม (หน้าร้อน) ซึ่งอากาศดี และวิวรอบทะเลสาบสวยที่สุด
  • ช่วงฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.–ต้นต.ค.) ก็จะได้ชมใบไม้เปลี่ยนสี

การเดินทาง:

  • จากเมือง อุรุมชี (Urumqi) ขับรถประมาณ 600 กิโลเมตร (ประมาณ 8 ชม.)
  • หรือบินไปลงที่ เมือง Yining แล้วต่อรถประมาณ 2 ชั่วโมง

คำแนะนำเพิ่มเติม:

เหมาะกับนักเดินทางที่ชอบธรรมชาติอันเงียบสงบ ถ่ายภาพวิวสวย ๆ และอยากสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบชนเผ่าในบรรยากาศที่โรแมนติกและแปลกใหม่

3. เที่ยวซินเจียง ทะเลสาบไป๋ซาหู (Baisha Lake) – ม่านน้ำใสกลางทิวเขาแห่งซินเจียง

ทะเลสาบไป๋ซาหู (Baisha Lake) ตั้งอยู่ในเขต Ili Kazakh Autonomous Prefecture ทางตะวันตกเฉียงเหนือของซินเจียง เป็นทะเลสาบน้ำจืดบนที่ราบสูงที่มีทัศนียภาพงดงามและอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี

เที่ยวซินเจียง : ทะเลสาบไป๋ซาหู (Baisha Lake)

จุดเด่น:

  • น้ำทะเลสาบใสสะท้อนสีฟ้าคราม สลับกับภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ
  • รอบทะเลสาบมีป่าไม้เขียวชอุ่มและทุ่งหญ้า เหมาะกับการพักผ่อนและถ่ายภาพ
  • บรรยากาศเงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบธรรมชาติและความสงบ

กิจกรรมแนะนำ:

  • เดินเล่นรอบทะเลสาบ ชมธรรมชาติและสัตว์ป่าท้องถิ่น
  • ถ่ายภาพวิวภูเขาสะท้อนในน้ำ
  • พักผ่อนริมทะเลสาบหรือปิกนิกแบบส่วนตัว

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเดินทาง:

เดือนพฤษภาคม – กันยายน (ฤดูร้อน–ต้นใบไม้ร่วง) ซึ่งอากาศเย็นสบายและวิวธรรมชาติสวยที่สุด

การเดินทาง:

  • จากเมืองอุรุมชี (Urumqi) ขับรถประมาณ 400–500 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 6–8 ชั่วโมง
  • แนะนำให้เช่ารถหรือเข้าร่วมทัวร์ท้องถิ่นเพื่อสะดวกในการเดินทางและเที่ยวรอบทะเลสาบ

คำแนะนำเพิ่มเติม:

เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ นักถ่ายภาพ และผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ มาสัมผัสความสงบและความงามของทะเลสาบกลางทิวเขา

4. เที่ยวซินเจียง ทะเลสาบเทียนฉือ (Heavenly Lake) ใกล้อุรุมชี – สวรรค์บนเทือกเขาเทียนซานแห่งซินเจียง

ทะเลสาบเทียนฉือ (Tianchi Lake) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติยอดนิยมของซินเจียง ตั้งอยู่บน เทือกเขาเทียนซาน (Tianshan Mountains) ทางตะวันออกของเมือง อุรุมชี (Urumqi) ด้วยความสูงกว่า 1,900 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทำให้ทะเลสาบแห่งนี้มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี

เที่ยวซินเจียง : ทะเลสาบเทียนฉือ (Tianchi Lake)

จุดเด่น:

  • ตำนานจีนกล่าวว่า ทะเลสาบเทียนฉือ (Tianchi Lake) เป็นสถานที่อาบน้ำของเทพธิดา จึงถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
  • ทะเลสาบสีฟ้าใสสะท้อนยอดเขา Bogda ที่ปกคลุมด้วยหิมะ พร้อมป่าสนโดยรอบ
  • บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อน ถ่ายรูป เดินเล่น หรือ ล่องเรือเพื่อชมวิว

กิจกรรมแนะนำ:

  • เดินรอบทะเลสาบชมธรรมชาติป่าสนสีเขียวขจี
  • ล่องเรือในทะเลสาบ (แนะนำให้เตรียมเสื้อกันลมไปด้วยนะคะ)
  • ถ่ายภาพวิวเทือกเขาและเงาสะท้อนในน้ำ

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเดินทาง:

เดือนพฤษภาคม – กันยายน (ฤดูร้อน–ต้นใบไม้ร่วง)

การเดินทาง:

  • นั่งรถบัสหรือแท็กซี่จากตัวเมือง ใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง
  • มีบริการรถท่องเที่ยวตรงไปยังทางเข้าอุทยาน

คำแนะนำเพิ่มเติม:

เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบ ธรรมชาติ ภูเขา และทะเลสาบ ไม่ควรพลาดที่นี่ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการสัมผัสอากาศเย็นสบายและวิวที่งดงาม

5. เที่ยวซินเจียง ทุ่งหญ้าน่าหลาตี (Nalati Grassland) – สวรรค์บนภูเขาแห่งซินเจียง

ทุ่งหญ้าน่าหลาตี (Nalati Grassland) ตั้งอยู่ในเขต Xinyuan ทางตอนใต้ของเทือกเขา เทียนซาน และเป็นหนึ่งใน ทุ่งหญ้าบนภูเขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยวิวทิวทัศน์ที่อลังการของหุบเขา ป่าไม้ แม่น้ำ และยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดปี ทำให้ที่นี่ถูกขนานนามว่า “สวรรค์ของนักเดินทาง

ทุ่งหญ้าน่าหลาตี (Nalati Grassland)

จุดเด่น:

  • พื้นที่กว้างใหญ่ของทุ่งหญ้าสีเขียวที่ทอดยาวสุดสายตา
  • วิวทิวเขาซ้อนกันแบบพาโนรามา เหมาะสำหรับถ่ายภาพวิวและ Drone
  • โอกาสได้ใกล้ชิดกับวิถีชีวิตชนเผ่า คาซัค (Kazak) แบบดั้งเดิม
  • มีบริการนั่งม้าชมทุ่งหญ้า, พักในกระโจม (Yurt), และชมการแสดงพื้นเมือง

กิจกรรมแนะนำ:

  • ขี่ม้า หรือขึ้นกระเช้าชมวิวทุ่งหญ้าจากมุมสูง
  • ชิมอาหารพื้นเมืองคาซัค เช่น เนื้อแกะย่าง
  • ถ่ายภาพกับฝูงม้า และวิวพระอาทิตย์ขึ้นหรือตก
  • เข้าร่วมเทศกาลพื้นเมืองหากไปในช่วงฤดูร้อน

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเดินทาง:

  • มิถุนายน – กันยายน (หน้าร้อน) เป็นช่วงที่ทุ่งหญ้าเขียวชอุ่ม และอากาศเย็นสบาย
  • ควรหลีกเลี่ยงฤดูหนาวเพราะอากาศหนาวจัดและทุ่งหญ้าถูกปกคลุมด้วยหิมะ

การเดินทาง:

  • จาก เมือง Yining หรือ Urumqi สามารถนั่งรถทัวร์/รถไฟไปยัง Xinyuan County
  • จากนั้นต่อรถเข้าสู่เขตทุ่งหญ้า ใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง

คำแนะนำเพิ่มเติม:

เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ ช่างภาพ หรือผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย มาสัมผัสความเงียบสงบของธรรมชาติแบบดั้งเดิม พร้อมกลิ่นอายชนเผ่าเร่ร่อนที่ยังคงมีอยู่จริงในซินเจียง

6. เที่ยวซินเจียง ทุ่งหญ้าบายันบุลัค (Bayanbulak Grassland) – ดินแดนหงส์ขาวกลางขุนเขาแห่งซินเจียง

ทุ่งหญ้าบายันบุลัค (Bayanbulak Grassland) คือทุ่งหญ้าแบบมีน้ำหล่อเลี้ยงขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศจีน ตั้งอยู่ในเขต Bayingolin ทางตอนกลางของซินเจียง ท่ามกลางวงล้อมของเทือกเขาเทียนซาน ด้วยระดับความสูงเฉลี่ยราว 2,400 เมตร ทำให้ที่นี่เป็นโอเอซิสกลางภูเขาที่เขียวชอุ่ม สดชื่น และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา

ทุ่งหญ้าบายันบุลัค (Bayanbulak Grassland)

จุดเด่น:

  • เป็นบ้านของ หงส์ขาว หลายพันตัวที่อพยพมาทุกปี โดยเฉพาะที่ ทะเลสาบหงส์ (Swan Lake)
  • วิวเปิดโล่งของทุ่งหญ้าสีเขียวและแม่น้ำสายเล็ก ๆ คดเคี้ยวราวริบบิ้น
  • มีจุดชมวิวแม่น้ำไคดู (Kaidu River) ที่งดงามมากในช่วงพระอาทิตย์ตก

กิจกรรมแนะนำ:

  • ถ่ายภาพหงส์นับพันตัวในช่วงเดือนมิถุนายน–กันยายน
  • ขี่ม้าหรือเดินเล่นบนทุ่งหญ้าแบบชนเผ่า
  • เข้าพักในกระโจมแบบคาซัค (Kazak Yurt) เพื่อสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น
  • ชมท้องฟ้ากว้างและดวงดาวยามค่ำคืนแบบไม่มีแสงรบกวน

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเดินทาง:

  • มิถุนายน – กันยายน (ฤดูร้อน) เป็นฤดูของดอกไม้ป่าและการอพยพของหงส์
  • หลีกเลี่ยงช่วงฤดูหนาว เนื่องจากหิมะตกหนัก

การเดินทาง:

  • จากเมือง Korla หรือ Urumqi สามารถนั่งรถทัวร์ หรือเช่ารถขับเองไปยัง Bayanbulak (ใช้เวลาประมาณ 6–8 ชั่วโมง)
  • ควรวางแผนพักค้างคืน 1–2 คืน เพื่อเก็บบรรยากาศธรรมชาติเต็มที่

คำแนะนำเพิ่มเติม:

เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ ช่างภาพ และผู้ที่ต้องการ สัมผัสวิถีชีวิตแบบคาซัคแท้ ๆ ในดินแดนที่ยังไม่ถูกรบกวนด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

7. เที่ยวทะเลทรายทากลามากัน (Taklamakan Desert) – ท้าทายแดนทรายแห่งซินเจียง

ทะเลทรายทากลามากัน (Taklamakan Desert) เป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน และเป็นหนึ่งในทะเลทรายเคลื่อนตัวขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 330,000 ตารางกิโลเมตร ได้รับฉายาว่า “ทะเลแห่งความตาย (Sea of Death)” ด้วยภูมิประเทศที่โหดร้าย ทว่าเต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งความลึกลับและน่าหลงใหล

ทะเลทรายทากลามากัน (Taklamakan Desert)

จุดเด่น:

  • ถนนทะลุทะเลทราย Taklamakan Desert Highway เป็นหนึ่งในถนนที่ยาวที่สุดในโลกที่ตัดผ่านทะเลทราย มีความยาวกว่า 500 กิโลเมตร
  • สองข้างทางเรียงรายไปด้วยต้นป๊อปลาร์สีทองในฤดูใบไม้ร่วง สวยงามสะกดตา
  • ทะเลทรายแห่งนี้ยังเป็นเส้นทางผ่านหลักของ เส้นทางสายไหม (Silk Road) ในอดีต

กิจกรรมแนะนำ:

  • ขับรถข้ามทะเลทราย หรือเข้าร่วมทัวร์ทะเลทรายที่มีไกด์ท้องถิ่น
  • ขี่อูฐ ท่องเนินทรายและชมพระอาทิตย์ตก
  • ตั้งแคมป์กลางทะเลทราย และดูดาวในท้องฟ้าที่ไร้แสงรบกวน
  • แวะเยี่ยมชม โอเอซิสโบราณ เช่น Hotan, Kuqa, หรือเมือง Miran

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเดินทาง:

ปลายตุลาคม – กลางพฤศจิกายน เพราะอากาศเย็นลง ไร้พายุทราย และต้นไม้รอบ ๆ ทะเลทรายเปลี่ยนสีเป็นทองงดงาม

การเดินทาง:

  • บินจากเมือง อุรุมชี (Urumqi) ไปยัง Hotan หรือ Kuqa
  • ใช้บริการรถทัวร์ท้องถิ่น หรือเช่ารถขับเข้าสู่เส้นทาง ทะเลทราย Taklamakan Highway
  • ควรเตรียมตัวล่วงหน้า และเดินทางกับไกด์หรือทัวร์ที่เชี่ยวชาญ เพราะบางพื้นที่ไม่มีสัญญาณมือถือ

คำแนะนำเพิ่มเติม:

เหมาะสำหรับนักผจญภัย ช่างภาพ และผู้ที่อยากสัมผัสประสบการณ์ ทะเลทรายจริงแบบไม่ต้องไปถึงตะวันออกกลาง พร้อมธรรมชาติสุดขั้วและเสน่ห์แห่งอารยธรรมเก่าแก่ที่ซ่อนอยู่กลางความเวิ้งว้าง

8. เที่ยวซินเจียง เมืองเก่าคาชการ์ (Kashgar Old Town) – หัวใจวัฒนธรรมอุยกูร์แห่งซินเจียง

เมืองเก่าคาชการ์ (Kashgar Old Town) เป็นหนึ่งในเมืองโบราณที่สำคัญที่สุดของซินเจียง และเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมของชาวอุยกูร์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี

มัสยิด Id Kah ในเมืองเก่าคาชการ์ (Kashgar Old Town)

จุดเด่น:

  • สถาปัตยกรรมอิสลามและอุยกูร์แบบดั้งเดิมที่ยังคงความสมบูรณ์และมีเสน่ห์
  • ตลาดท้องถิ่นที่คึกคัก เป็นสถานที่ซื้อของพื้นเมือง เช่น เครื่องเทศ ผ้าไหม งานฝีมือ และอาหารสด
  • มัสยิด Id Kah ซึ่งเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในจีน และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวมุสลิมในพื้นที่
  • สุสาน Abakh Khoja สถาปัตยกรรมงดงามและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์
ลาดท้องถิ่นในเมืองเก่าคาชการ์ (Kashgar Old Town) ซินเจียง

กิจกรรมแนะนำ:

  • เดินชมตรอกซอยเก่าแก่และบ้านเรือนไม้แบบดั้งเดิม
  • ชิมอาหารท้องถิ่น เช่น เคบับ อาหารอุยกูร์ และขนมหวานพื้นเมือง
  • เยี่ยมชมตลาดวันอาทิตย์ที่มีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยวัฒนธรรมท้องถิ่น

การเดินทาง:

  • บินตรงจากเมือง อุรุมชี (Urumqi) ไปยัง คาชการ์ (Kashgar) ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
  • ใช้บริการรถไฟความเร็วสูงสายใหม่ อุรุมชี–คาชการ์ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 10–11 ชั่วโมง

คำแนะนำเพิ่มเติม:

เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมโบราณ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวอุยกูร์ในซินเจียง

9. เที่ยวซินเจียง เมืองโบราณเจียวเหอ (Jiaohe Ancient City) – มรดกโลกซินเจียงอายุกว่า 2,300 ปี

เมืองโบราณเจียวเหอ (Jiaohe Ancient City) ตั้งอยู่ใกล้เมืองทูหลู่ฟาน (Turpan) ในซินเจียง เป็นหนึ่งในเมืองโบราณที่เก่าแก่และสมบูรณ์ที่สุดของจีน มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,300 ปี และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก

เมืองโบราณเจียวเหอ (Jiaohe Ancient City)

จุดเด่น:

  • เป็นเมืองโบราณที่ถูกสร้างขึ้นบนเนินเขาโดยไม่ใช้ไม้ มีลักษณะเป็นเมืองหน้าผา
  • ซากอาราม บ้านเรือน และเวิร์กช็อปโบราณยังคงสภาพดี ให้บรรยากาศย้อนยุคเหมือนกับการเดินทางข้ามเวลา
  • ทิวทัศน์ของเมืองโบราณท่ามกลางทะเลทรายและภูเขา มีความสวยงามโดยเฉพาะช่วงแสงเย็น

กิจกรรมแนะนำ:

  • เดินชมซากเมืองและถ่ายภาพสถาปัตยกรรมโบราณที่ยังคงสมบูรณ์
  • ฟังเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองผ่านไกด์ท้องถิ่น
  • ชมพระอาทิตย์ตกที่จุดชมวิวเพื่อภาพถ่ายที่งดงาม

การเดินทาง:

  • จากเมืองทูหลู่ฟาน (Turpan) นั่งรถยนต์ประมาณ 10-15 นาทีถึงเมืองเจียวเหอ
  • สามารถเดินทางจากอุรุมชีโดยรถไฟหรือรถบัสมายังทูหลู่ฟานก่อน

คำแนะนำเพิ่มเติม:

เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่รักประวัติศาสตร์ โบราณคดี และต้องการชมมรดกโลกอันงดงามของซินเจียงในบรรยากาศทะเลทรายที่มีความลึกลับ

10. เที่ยวซินเจียง ตลาด International Grand Bazaar เมืองอุรุมชี – สีสันแห่งวัฒนธรรมอุยกูร์ที่คุณต้องสัมผัส

ตลาด International Grand Bazaar ในเมือง อุรุมชี (Urumqi) คือหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัส วัฒนธรรมพื้นเมืองของชาวอุยกูร์ อย่างแท้จริง ตลาดแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็น “ตลาดกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในจีน” และยังเป็นศูนย์รวมอาหาร เสื้อผ้า งานฝีมือ และของที่ระลึกที่สะท้อนเอกลักษณ์ของเส้นทางสายไหมในอดีต

ตลาด International Grand Bazaar เมืองอุรุมชี

จุดเด่น:

  • สถาปัตยกรรมสไตล์อิสลามผสมผสานจีนอย่างงดงาม โดยเฉพาะ หอคอยชมวิว ที่สามารถมองเห็นวิวเมืองอุรุมชีแบบพาโนรามา
  • ร้านค้าและแผงขายสินค้ากว่า 3,000 ร้าน จำหน่ายสินค้าท้องถิ่น เช่น:
    • ผลไม้อบแห้ง, ถั่ว, เครื่องเทศ
    • ผ้าปักมือ, พรม, เสื้อผ้าท้องถิ่น
    • ของที่ระลึกจากวัฒนธรรมอุยกูร์
  • มีเวทีจัดแสดงการแสดงพื้นบ้านในบางช่วงเวลา เช่น การรำอุยกูร์และการแสดงดนตรี

กิจกรรมแนะนำ:

  • ลองชิม เคบับเนื้อแกะ ย่างสด ๆ
  • เดินชมแผงขายเครื่องเทศกลิ่นหอมแรง
  • ซื้อขนมปัง Naan อบเตาถ่านแบบดั้งเดิม
  • ถ่ายรูปหน้าหอคอยที่เป็นสัญลักษณ์ของตลาด
ขนมปัง Naan อบเตาถ่านแบบดั้งเดิม

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเดินทาง:

ช่วงฤดูร้อนอากาศจะเย็นสบาย เหมาะแก่การเดินเล่น เย็นถึงค่ำ (ประมาณ 16.00–20.00 น.) จะมีสีสันคึกคักที่สุด และบางวันอาจมีตลาดกลางคืน

การเดินทาง:

  • ตลาดตั้งอยู่ใจกลางเมืองอุรุมชี สามารถเดินทางได้ง่ายด้วยรถแท็กซี่ หรือรถบัสสาธารณะ
  • ใกล้สถานีรถไฟและแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ เช่น พิพิธภัณฑ์เขตปกครองซินเจียง

คำแนะนำเพิ่มเติม:

เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่สนใจ วัฒนธรรมท้องถิ่น, ชอบเดินตลาด, หรือกำลังมองหาของฝากและของที่ระลึกแบบไม่ซ้ำใครในจีน

ลิ้มลองรสชาติแท้ ๆ ของอาหารซินเจียง

อาหารซินเจียง เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์สำคัญที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด เมนูส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมอุยกูร์ มีรสชาติกลมกล่อมและเน้นใช้เนื้อวัว เนื้อแกะ และแป้งเป็นหลัก โดยเฉพาะเนื้อแกะที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

เมนูแนะนำ:

  • เคบับเนื้อแกะ (Yang Rou Chuan): เนื้อแกะเสียบไม้ย่างหอมกรุ่น รสชาติเผ็ดนิดๆ กลมกล่อม
  • แกะย่างทั้งตัว (Grilled Whole Lamb): เมนูพิเศษสำหรับงานเลี้ยงหรือเทศกาล รสชาติเนื้อนุ่มฉ่ำ
  • ขนมปัง Naan: ขนมปังแป้งอบกรอบนอกนุ่มใน มักเสิร์ฟคู่กับอาหารจานหลัก
  • ข้าวหมกเนื้อ (Polo / Shou Zhua Fan): ข้าวผัดคลุกกับเนื้อแกะ แครอท หอมใหญ่ ลูกเกด รสชาติหอมหวานกลมกล่อม
  • บะหมี่อุยกูร์ (Lagman): บะหมี่เส้นเหนียวนุ่มเสิร์ฟกับซุปเนื้อและผักสด
เคบับเนื้อแกะ (Yang Rou Chuan)

สถานที่แนะนำสำหรับชิมอาหาร:

  • ตลาดกลางคืนและร้านอาหารท้องถิ่นในเมืองอุรุมชี, คาชการ์ และเมืองอื่น ๆ ในซินเจียง
  • ร้านอาหารที่มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมอุยกูร์ควบคู่ไปด้วย

วิธีการเดินทางไป เที่ยวซินเจียง

การเดินทางจากประเทศไทยไปยัง ซินเจียง สามารถทำได้สะดวกสบายโดยบินตรงจาก กรุงเทพฯ (Bangkok) ไปยังเมืองหลักอย่าง อุรุมชี (Urumqi) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางของเขตปกครองตนเองซินเจียง

  • หากไม่มีเที่ยวบินตรง สามารถเลือกบินแวะเปลี่ยนเครื่องที่ ปักกิ่ง (Beijing) หรือ คุนหมิง (Kunming) ได้เช่นกัน
  • เมื่อถึงอุรุมชีแล้ว คุณสามารถเดินทางไปยังเมืองอื่น ๆ ในซินเจียงด้วยทางเลือกหลากหลาย เช่น
    • รถไฟความเร็วสูง
    • เที่ยวบินภายในประเทศ
    • รถบัสสาธารณะ
    • หรือเช่ารถขับเองสำหรับความยืดหยุ่นสูงสุด

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการ เที่ยวซินเจียง

  • ฤดูใบไม้ผลิ (พฤษภาคม – มิถุนายน)
  • ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – ตุลาคม)

ในช่วงนี้อากาศเย็นสบาย ไม่ร้อนจัด และวิวธรรมชาติทั้งภูเขา ทุ่งหญ้า และทะเลทรายจะสวยงามเป็นพิเศษ เหมาะแก่การเดินทางและกิจกรรมกลางแจ้ง

กิจกรรมห้ามพลาดเมื่อมา เที่ยวซินเจียง

  • ขี่อูฐกลางทะเลทรายทากลามากัน (Taklamakan Desert) สัมผัสประสบการณ์สุดท้าทายในทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในจีน
  • เดินป่าในภูเขาเทียนซาน (Tian Shan Mountains) ชมวิวธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์
  • นอนดูดาวกลางคืน ในพื้นที่ทุ่งหญ้าหรือทะเลทราย ที่ไม่มีมลภาวะทางแสง
  • ลิ้มรสอาหารพื้นเมือง เช่น บะหมี่อุยกูร์ (Lagman), ข้าวหมกเนื้อแกะ (Polo), และซุปเนื้อแบบอุยกูร์
  • ชมการแสดงพื้นบ้าน และเดินเล่นในตลาดกลางคืนเพื่อสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด
ขี่อูฐกลางทะเลทรายทากลามากัน (Taklamakan Desert)

ซินเจียงเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันงดงามหลากหลายรูปแบบ พร้อมด้วยวัฒนธรรมท้องถิ่นที่หลากหลายและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าค้นหา สายธรรมชาติและนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ไม่ควรพลาดสถานที่แห่งนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวไทย การเดินทางไปซินเจียงในประเทศจีนก็สะดวกสบายยิ่งขึ้น เนื่องจากสามารถเข้าประเทศจีนได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า ทำให้การวางแผนทริปง่ายและรวดเร็วขึ้นมาก

หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์เที่ยวชมธรรมชาติสวย ๆ ในดินแดนที่ไม่ไกลจากบ้าน ซินเจียงคืออีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่ต้องใส่ไว้ในลิสต์ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกเดินทางไปสัมผัสกับความงดงามและวัฒนธรรมอันล้ำค่าของดินแดนแห่งนี้กันค่ะ และทุกครั้งที่เดินทางออกนอกประเทศ สิ่งที่ควรมีพร้อมติดตัวไว้คือประกันเดินทาง สิ่งสำคัญที่ช่วยให้คุณเดินทางได้อย่างอุ่นใจ ไร้กังวล เพียงจ่ายเงินไม่กี่บาท คุณก็จะได้ความคุ้มครองมากมายที่ครอบคลุมเกือบทุกเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นระหว่างเดินทาง* เช่น ความเจ็บป่วย การเกิดอุบัติเหตุ กระเป๋าหาย ไฟลต์ดีเลย์ เป็นต้น ให้คุณเที่ยวซินเจียงได้อย่างมั่นใจและไร้กังวล! Allianz Travel ขอแนะนำ ประกันการเดินทางต่างประเทศ Dance Moves ที่จะช่วยให้ทริป การเดินทางของคุณราบรื่น ไม่มีสะดุด อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคุ้มครองได้ ที่นี่

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ขอบคุณข้อมูลจาก: asiaodysseytravel.com, chinadiscovery.com, chinahighlights.com

เลือกแผนประกันเดินทางที่ใช่สำหรับคุณ ประกันการเดินทาง Dance Moves จาก Allianz Travel

11 ที่เที่ยวเซี่ยงไฮ้ ห้ามพลาด!

11 ที่เที่ยวเซี่ยงไฮ้ ห้ามพลาด!

เซี่ยงไฮ้ เมืองที่ผสมผสานวัฒนธรรมจีนโบราณเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นเสน่ห์ของ เดอะบันด์ (The Bund) ตึกระฟ้าใน Lujiazui หรือย่านเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ที่นี่คือสวรรค์ของนักท่องเที่ยวที่หลงใหลในสถาปัตยกรรม อาหาร และวัฒนธรรม โดยทริปนี้ Allianz Travel ได้รวบรวมจุดเช็คอินยอดฮิตในเซี่ยงไฮ้ เมื่อเพื่อน ๆ ได้มาเยือนต้องมาเช็คอินกัน ใครที่กำลังมีแพลนเดินทางมาที่นี่ก็สามารถเข้ามาเซฟเก็บกันเอาไว้ได้เลยนะคะ

1. 1933 Old Millfun

ที่เที่ยวเซี่ยงไฮ้ 1933 Old Millfun

อาคารคอนกรีตสมัยเก่าสถาปัตยกรรมยุค Art Deco ซึ่งเคยเป็นโรงเชือดสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในเซี่ยงไฮ้มาก่อน ปัจจุบันได้กลายเป็นอาคารเท่ๆ ที่มีมุมถ่ายภาพแปลกๆ และยังเเป็นสำนักงาน Art Gallery คาเฟ่ โดยเราสามารถเข้ามาเดินถ่ายรูปเก๋ๆ กันได้แบบฟรีๆ เลย

วิธีการเดินทาง:

เดินทางโดย Metro Line 4 สถานี Hailun Road ลงทางออก 3 เดินต่อประมาณ 10 นาที

2. The Bund Viewpoint

ที่เที่ยวเซี่ยงไฮ้ The Bund Viewpoint

The Bund Viewpoint จะอยู่ตรงย่านหนานจิงตลอดเส้นถนนไป จนถึงเดอะบันต์คือตึกงามสุด ๆ แนะนำให้มาช่วงค่ำ เพราะทุกตึกจะเปิดไฟบอกเลยว่าอลังการมาก

วิธีการเดินทาง:

เดินทางโดย Metro Line 2 หรือ 10 ลงสถานี East Nanjing

3. Pop Mart สาขา East Nanjing

Pop Mart สาขา East Nanjing

ร้าน Art toy ยอดฮิตของชาวไทย โดยสาขานี้จะมาในธีมอวกาศแบบล้ำยุค ใครสายกล่องจุ่มแนะนำเลยค่ะ : )

วิธีการเดินทาง:

เดินทางโดย Metro Line 2 หรือ 10 สถานี East Nanjing

4. Tian An 1,000 Trees

ที่เที่ยวเซี่ยงไฮ้ Tian An 1,000 Trees

เป็นตึกที่ออกแบบให้มีต้นไม้อยู่บนตัวตึกมากมาย จนกลายเป็นอีกหนึ่งพิกัดเช็คอินใหม่ยอดฮิตอีกหนึ่งที่ในเซี่ยงไฮ้ ภายในตึกจะเป็นห้างที่มีทั้งร้านแบรนด์ต่าง ๆ และมีโซนร้านอาหารคล้ายฟู้ดคอร์ทชั้นใต้ดิน ที่สำคัญห้องน้ำสะอาดค่ะ

วิธีการเดินทาง:

เดินทางโดย Metro Line 13 สถานี Jiangning Road ทางออก 1 เดินต่ออีกประมาณ 8 นาที

5. Wukang Mansion

เป็นตึกแมนชั่นเก่าร่วม 100 ปี สุดคลาสสิคตั้งตรงหัวมุมถนนใจกลางห้าแยก พร้อมเดินเล่นเพลิน ๆ กันที่ย่าน Wukang Road ที่ตลอดถนนเส้นนี้จะมีคาเฟ่ ร้านอาหาร น่ารักๆ เพียบเลย

วิธีการเดินทาง:

เดินทางโดย Metro Line 10 และ 11 สถานี Jiao Tong University ทางออก 1

6. Disney Shanghai

ที่เที่ยวเซี่ยงไฮ้ Disney Shanghai

สวนสนุกดิสนีย์แลนด์อันดับ 6 ของโลก และเป็นสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย พลาดไม่ได้กับพาเหรด จะมีการแสดงเป็นรอบ ๆ โดยจะมาในธีมรถไฟแฟนตาซีที่ขนเอาตัวละครดิสนีย์มากมาย ที่นำโดย มิกกี้ เมาส์

วิธีการเดินทาง:

เดินทางโดย Metro Line 11 สถานี Disney Resort (สถานีสุดท้าย) ทางออก 3 หรือ 4 เดินต่ออีกประมาณ 10 นาที

7. Lujiazui Circular Bridge

Lujiazui Circular Bridge

เป็นสะพานลอยที่สร้างเป็นรูปวงแหวนตัดพาดไปกับ 4 แยกถนนเห็นหอไข่มุกขนาดใหญ่ดูล้ำยุคสุด ๆ และยังเชื่อมกับออฟฟิศ และแหล่งช็อปปิ้งเข้าไว้ด้วยกัน แถมตรงนี้ยังมี Disney Store สำหรับเก็บตกหรือใครที่ไม่ได้ไปดิสนีย์เซี่ยงไฮ้ ก็สามารถมาช็อปปิ้งกันได้เลย

วิธีการเดินทาง:

เดินทางโดย Metro Line 2 / 14 สถานี Lujiazui ทางออก 1,2 หรือ 3

8. Yuyuan Garden Market

Yuyuan Garden Market

เป็นตลาดที่อลังการงานสร้างด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์จีน โดยอาคารร้านค้าของที่นี่จะมีความเป็นตึกจีนโบราณมีของขายมากมายทั้งของกินของทานเล่น นอกจากนั้นยังมีทั้งของฝากของที่ระลึก ถ้าใครมาเซี่ยงไฮ้ก็สามารถเเวะมาเช็คอินถ่ายรูปและซื้อของฝากกันได้ที่นี่เลย

วิธีการเดินทาง:

เดินทางโดย Metro Line 10 สถานี Yuyuan Garden ทางออก 1

9. โซนฝั่ง North Bund

โซนฝั่ง North Bund

เป็นอีกโซนที่เป็นอ่าวท่าเรือ และเป็นมุมถ่ายรูปสวย ๆ อีกมุมนึงของเซี่ยงไฮ้ เราแนะนำให้เดินไปที่ North Bund Greenland สวนสาธารณะริมน้ำที่มีมุมถ่ายรูปสุดปัง ทั้งบันไดที่มีม้านั่งรูปทรงก้อนเมฆ และที่เป็นไฮไลต์คือมุมโดมไข่สีเงินที่ถ่ายไปทางวิวฝั่งตรงข้ามกับ The Bund และยังมีตึก Music Gate ที่ดีไซน์สุดล้ำ และคลอง Hongkou Gang เป็นคลองที่มีตึกอิฐสีแดงอยู่ และมีวิวหอไข่มุกอยู่ไกล ๆ บอกเลยว่ามาโซนนี้ ได้รูปกลับไปเพียบแน่นอนค่ะ

วิธีการเดินทาง:

เดินทางโดย Metro Line 12 สถานี International Cruise Terminal ทางออก 3

10. โบสถ์ Ignatius Cathedral

โบสถ์ Ignatius Cathedral

เป็นสถาปัตยกรรมแบบกอทิก (Gothic) อยู่ติดกับสํานักงานอุตุนิยมวิทยาเซี่ยงไฮ้

วิธีการเดินทาง:

เดินทางโดย Metro Line 1 , 9 และ 11  สถานี Xujiahui ทางออก 3

11. Starbucks Reserve Roastery

Starbucks Reserve Roastery

โดยสาขานี้ที่มีโรงคั่วกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในโซนเอเชียและใหญ่เป็นอับดับ 2 ของโลก ภายในตกแต่งได้หรูหราสวยงาม แต่เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ต่าง ๆ ราคาจะค่อนข้างสูงหน่อย ใครอยากเข้าไปดูก็สามารถเดินเข้าไปเช็คอินถ่ายรูปกันได้เลย

วิธีการเดินทาง:

เดินทางโดย Metro Line 13 สถานี West Nanjing Road ทางออก 11 และ Metro Line 2 สถานี West Nanjing Road ทางออก 3

เซี่ยงไฮ้เป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดสำหรับนักเดินทาง ด้วยแลนด์มาร์กที่มีชื่อเสียง เช่น เดอะบันด์ (The Bund) ที่ให้วิวเส้นขอบฟ้าสุดอลังการ, หอไข่มุกตะวันออก (Oriental Pearl Tower) ที่มอบประสบการณ์ชมเมืองจากมุมสูง และย่าน Wukang Road ที่ตลอดถนนเส้นนี้จะมีคาเฟ่ ร้านอาหาร น่ารักๆ เต็มไปหมด และทุกครั้งที่เดินทางออกนอกประเทศ สิ่งที่ควรมีพร้อมติดตัวไว้คือประกันเดินทาง สิ่งสำคัญที่ช่วยให้คุณเดินทางได้อย่างอุ่นใจ ไร้กังวล เพียงจ่ายเงินไม่กี่บาท คุณก็จะได้ความคุ้มครองมากมายที่ครอบคลุมเกือบทุกเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นระหว่างเดินทาง* เช่น ความเจ็บป่วย การเกิดอุบัติเหตุ กระเป๋าหาย ไฟลต์ดีเลย์ เป็นต้น ให้คุณเที่ยวเซี่ยงไฮ้ได้อย่างมั่นใจและไร้กังวล! Allianz Travel ขอแนะนำ ประกันการเดินทางต่างประเทศ Dance Moves ที่จะช่วยให้ทริป การเดินทางของคุณราบรื่น ไม่มีสะดุด อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคุ้มครองได้ ที่นี่

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ขอบคุณที่มาบทความและรูปภาพ: ตะลุยเที่ยวเซี่ยงไฮ้ครั้งแรกแบบอุ่นใจไปกับประกันเดินทางต่างประเทศ Allianz Travel | นายบ้าเที่ยว

เลือกแผนประกันเดินทางที่ใช่สำหรับคุณ ประกันการเดินทาง Dance Moves จาก Allianz Travel